เกาะติด 10 ข้อเศรษฐกิจไทยปี’63 ที่จะพลิกเกมธุรกิจ SME ปี’64

TEXT : กองบรรณาธิการ





Main Idea
 
 
     ปัจจัยที่ต้องจับตาในเศรษฐกิจไทยปี 2563
 
 
  • ปัจจัยลบภายในประเทศยังดึงเศรษฐกิจไทยให้ฟื้นตัวช้า
 
  • คาดการท่องเที่ยวต้องใช้เวลา 3-5 ปี กว่าจะกลับไปเหมือนจุดก่อนโควิด
 
  • ความเคลื่อนไหวทางการเมืองในประเทศยังต้องติดตามอย่างใกล้ชิด
 
  • สถานการณ์โควิดในยุโรปและสหรัฐอเมริกายังน่ากังวล
 
  • ตลาดการเงินและเศรษฐกิจยังอยู่ในภาวะต้องติดตามสถานการณ์
 
 

               

     เศรษฐกิจปีหน้าจะเป็นอย่างไร ต้องดูกันที่แนวโน้มในปีนี้  เพราะยังมีหลายปัจจัยให้ผู้ประกอบการ SME ต้องจับตา หลังประเทศไทยต้องเผชิญสถานการณ์โควิด-19 มาตั้งแต่ต้นปี เศรษฐกิจยังฟื้นตัวช้า ความเคลื่อนไหวทางการเมืองในประเทศยังต้องจับตา สถานการณ์โควิดในหลายประเทศยังน่ากังวล ขณะที่ภาคการท่องเที่ยวยังคงต้องใช้เวลาอีกหลายปี กว่าจะกลับมาอยู่ในจุดก่อนที่จะเกิดวิกฤตโควิด



               

     ธนาคารสแตนดาร์ดชาร์เตอร์ดทำสรุป 10 ข้อเศรษฐกิจไทย 2563 และปัจจัยเบื้องต้นที่จะผลักดันเศรษฐกิจในปี 2564 จะมีอะไรที่ SME ต้องจับตาบ้างนั้นไปดูกันเลย

 
1. เศรษฐกิจไทยผ่านจุดต่ำสุดของปีไปแล้ว
   

     คาดว่าทั้งปีเศรษฐกิจจะหดตัวลงร้อยละ 8 อย่างไรก็ตาม การฟื้นตัวน่าจะเป็นไปอย่างช้า จากปัจจัยลบภายในประเทศ และความไม่แน่นอนต่างประเทศ โดยคาดจะฟื้นกลับมาเติบโตที่ร้อยละ 2 ในปี 2564




 
2. ตัวเลขส่งออกส่งสัญญาณปรับตัวดีขึ้น

     ตัวเลขส่งออกของประเทศเกิดใหม่ และภูมิภาคเอเชีย รวมถึงประเทศไทย ส่งสัญญาณปรับตัวดีขึ้น แต่กลไกขับเคลื่อนหลักของเศรษฐกิจไทย คือ การท่องเที่ยว ยังไม่ฟื้น ดังนั้น ถึงแม้ว่าการส่งออกจะดีขึ้น แต่การฟื้นตัวของเศรษฐกิจโดยรวมจะยังไม่มั่นคง ถ้าการท่องเที่ยวยังไม่สามารถฟื้นตัวกลับมาได้
 
 
3. จับตามองบทบาททีมเศรษฐกิจชุดใหม่


     อีกเรื่องที่ต้องจับตามองคือทีมเศรษฐกิจชุดใหม่ที่เพิ่งเข้ารับตำแหน่งว่าจะสามารถสร้างความมั่นใจให้กับตลาดการเงินได้มากน้อยเพียงใด หลังจากมีการเปลี่ยนแปลงซึ่งใช้เวลากว่าสามเดือนกว่าจะได้ทีมใหม่




 
4. ประเด็นความเคลื่อนไหวทางการเมือง


     ความเคลื่อนไหวทางการเมืองที่ครุกรุ่นอยู่ในตอนนี้ ยังไม่มีความชัดเจนว่าจะดำเนินต่อไปอย่างไร บนพื้นฐานว่าเศรษฐกิจไทยยังติดลบอยู่ ประเด็นนี้อาจกระทบการฟื้นตัวได้

               
5. สถานการณ์ค่าเงินบาท


     จากที่มีการเปลี่ยนทีมเศรษฐกิจและรอนโยบายการกระตุ้นเศรษฐกิจจากทีมใหม่ ในขณะที่การเมืองยังอยู่ในช่วงติดตามดูสถานการณ์ ส่งผลให้ไม่กระทบต่อค่าเงินบาทมากนัก โดยธนาคารคาดว่าค่าเงินบาทจะอยู่ที่ราว 31 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯ ในสิ้นปีนี้



 

6.นักลงทุนต่างชาติมองภาพระยะไกล


     นักลงทุนต่างชาติอาจไม่ได้มองเพียงภาพในระยะสั้น แต่ยังมองระยะไกลด้วย โดยเฉพาะกับคำถามว่า เมื่อไหร่เศรษฐกิจไทยจะฟื้นตัวได้อย่างชัดเจน เมื่อไหร่ประเทศจะได้เห็นนักท่องเที่ยวต่างชาติ 40 ล้านคน ซึ่งเป็นระดับในช่วงก่อนโควิด

 
            7. การปรับกลยุทธ์ด้านการท่องเที่ยวของประเทศ


     เชื่อว่าโควิดทำให้ประเทศไทยเห็นความจำเป็นต่อการปรับกลยุทธ์ด้านการท่องเที่ยวของประเทศ จากเดิมที่มองที่จำนวนนักท่องเที่ยว เริ่มมีแนวคิดเปลี่ยนเป็นการท่องเที่ยวที่เน้นมูลค่า และพยายามลดการพึ่งพาตลาดใดตลาดหนึ่ง




               
8. เศรษฐกิจยังต้องเกาะติดสถานการณ์


     ภาพรวมเศรษฐกิจในปีนี้ยังอยู่ในลักษณะติดตามสถานการณ์ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการคลัง การเบิกจ่าย สถานการณ์การเมือง การเริ่มเปิดประเทศต้อนรับนักท่องเที่ยว การคิดค้นวัคซีนต้านโควิด เพราะฉะนั้น ยังอาจไม่มีปัจจัยที่กระตุ้นให้เกิดความมั่นใจได้อย่างมีนัยสำคัญ ตลาดการเงินอาจจะเริ่มมั่นใจได้มากขึ้น หากเริ่มเห็นการเบิกจ่ายของรัฐบาลในทิศทางที่ดีขึ้น การลงทุนของรัฐบาล น่าจะเป็นตัวนำให้ภาคเอกชนลงทุนในประเทศตาม เพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจของประเทศ

 
                9. ธนาคารแห่งประเทศไทยปรับนโยบายตามสถานการณ์


     เชื่อว่าธนาคารแห่งประเทศไทย อยู่ในภาวะติดตามสถานการณ์เช่นเดียวกัน ถ้าสถานการณ์ยังทรงตัวและเห็นสัญญาณที่ดีขึ้น ธปท.น่าจะคงดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 0.5 เปอร์เซ็นต์ แต่ถ้าสถานการณ์ยังไม่ดีขึ้นหรือแย่ลงในช่วงในไตรมาสนี้ โอกาสที่ ธปท. จะลดดอกเบี้ยไปที่ 0.25 เปอร์เซ็นต์ ก่อนสิ้นปี ก็เป็นไปได้

           
 10.นโยบายที่ตลาดการเงินให้ความสนใจต่อเนื่องถึงปีหน้า


     ตลาดการเงินยังให้ความสนใจว่า นอกเหนือจากการลดดอกเบี้ย ธปท.มีนโยบายการเงินทางเลือกอะไร ที่อาจนำมาใช้ในปี 2564 จะเป็น QE หรือ Yield curve control หรือ นโยบายช่วยเหลือ SME เพิ่ม รูปแบบ ประสิทธิภาพ ความเหมาะสมของนโยบายเหล่านั้นสำหรับเศรษฐกิจไทย ผลลัพธ์คาดการณ์ น่าจะเป็นประเด็นที่ตลาดการเงินและนักลงทุนให้ความสนใจต่อเนื่องไปถึงปีหน้า
 
               
     นี่คือภาพรวมของสถานการณ์เศรษฐกิจไทยในห้วงเวลาก่อนสิ้นปี 2563 และกำลังเดินทางเข้าสู่ปี 2564 ตามการคาดการณ์ของสถาบันการเงิน ซึ่ง SME ในฐานะคนทำธุรกิจก็ต้องเกาะติดและติดตามอย่างใกล้ชิด เพื่อจะได้นำมาวางแผนรับมือและอยู่ให้รอดท่ามกลางความท้าทายที่เกิดขึ้น
 
 
     ที่มา : ธนาคารสแตนดาร์ดชาร์เตอร์ด (ไทย)
 

www.smethailandclub.com
ศูนย์รวมข้อมูลธุรกิจเอสเอ็มอี
 

 

RECCOMMEND: FINANCE

ฟังแนวคิดผู้บริหาร ไทยเครดิต  ทำไมถึงเลือกปักธงเป็นแบงก์เพื่อ Micro SME

ธนาคารไทยเครดิต ประกาศทิศทางธุรกิจปี 2569 เดินหน้ากลยุทธ์ “Quality Growth” เร่งลงทุนเทคโนโลยีเพื่อเปลี่ยนผ่านสู่ “Full Digital Banking Platform” และขยายฐานลูกค้าที่ยังเข้าไม่ถึงบริการทางการเงิน เพื่อพัฒนาเศรษฐกิจรากหญ้าไทยสู่ความยั่งยืน

หมดยุคหารบิล! “Go Dutch Mindset” กินเท่าไหร่ จ่ายเท่านั้น จุดเริ่มวินัยการเงิน ไม่ทิ้งภาระไว้ให้ใครข้างหลัง

“Go Dutch” สำนวนอังกฤษที่แปลว่า “ต่างคนต่างจ่าย” อาจดูเป็นแค่การแยกบิล แต่จริงๆ มัน คือ วินัยทางการเงินรูปแบบหนึ่งที่ใครใช้ คนนั้นต้องรับผิดชอบ เพราะความมั่นคง ไม่ได้เริ่มจากเงินก้อนใหญ่ แต่มักเริ่มจากความชัดเจนเรื่องเล็กๆ ลองมาทำความรู้จักกับแนวคิด Go Dutch ให้มากขึ้นกัน

6 วิธีรู้ทันเงินจม   กับดักเงียบที่ทำ SME ขาดทุนไม่รู้ตัว เพียงเพราะคำว่า “เสียดาย” คำเดียว

เคยคิดไหมว่า บางครั้งที่ธุรกิจยังดึงดันไปต่อ ไม่ใช่เพราะคุ้ม แต่เพราะเสียดายเงินที่เสียไปแล้ว และเงินที่เสียไปโดยเรียกคืนกลับมาไม่ได้ หรือ “เงินจม” นี่แหละ ที่ทำให้การตัดสินใจคลาดเคลื่อน ดังนั้น ถึงเวลารู้เท่าทันเงินจม เพื่อไม่ให้ธุรกิจต้องล่มก่อนเวลาอันควร