แง้มช่องส่อง “5 อุตสาหกรรม” ที่ยังโตได้แม้โควิดยังไม่สงบ และโลกยังไม่พบวัคซีน

TEXT : กองบรรณาธิการ





Main Idea
 
 
     5 อุตสาหกรรมการผลิตที่ยังโตได้ในโควิด
 
 
  • เภสัชภัณฑ์ เคมีภัณฑ์ที่ใช้รักษาโรค ขยายตัว 30.20 เปอร์เซ็นต์
 
  • เครื่องใช้ในครัวเรือน ขยายตัว 34.07 เปอร์เซ็นต์
 
  • แปรรูปและถนอมผลไม้และผัก ขยายตัว 27.03 เปอร์เซ็นต์
 
  • เฟอร์นิเจอร์ ขยายตัว 13.13 เปอร์เซ็นต์
 
  • อาหารสัตว์สำเร็จรูป ขยายตัว 6.18 เปอร์เซ็นต์
 


 

     ในเดือนกันยายนที่ผ่านมา เราคงพอเห็นสัญญานบวกบางอย่างในกลุ่มสินค้าส่งออก ที่เริ่มกลับมาขยายตัวได้บ้างแล้ว ล่าสุดกระทรวงอุตสาหกรรม (อก.) ก็ออกมาเผย ดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรม (MPI) เดือนกันยายน พบว่า ขยายตัว 3.25 เปอร์เซ็นต์ เมื่อเทียบกับเดือนก่อน และเป็นการขยายตัวต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 5 โดยที่อัตราการใช้กำลังการผลิตเพิ่มขึ้นต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 5 เช่นกัน มาอยู่ที่ระดับ 63.07 ส่งผลให้ดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรมในไตรมาส 3 ปี 2563 อยู่ที่ระดับ 91.22 ขยายตัวเพิ่มขึ้นจากไตรมาส 2 ที่ 13.73 เปอร์เซ็นต์ สะท้อนให้เห็นว่าภาคอุตสาหกรรมของไทยได้ปรับตัวเพิ่มขึ้นใกล้กับช่วงก่อนหน้าสถานการณ์โควิด-19 แล้ว


     โดยอุตสาหกรรมหลักที่มีการขยายตัวเพิ่มขึ้น ส่วนใหญ่เป็นกลุ่มอุตสาหกรรมอุปโภคบริโภคเป็นหลัก อาทิ อุตสาหกรรมอาหาร (ไม่รวมน้ำตาล) ขยายตัวเพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 2.40 เปอร์เซ็นต์ เครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ขยายตัวเพิ่มขึ้น 5.50 เปอร์เซ็นต์ ในขณะที่สินค้าอุตสาหกรรมหลักๆ ได้เริ่มฟื้นกลับมาโดยเพิ่มกำลังการผลิตอีกครั้ง เช่น รถยนต์ได้เพิ่มกำลังการผลิตเดือนกันยายนมาอยู่ที่ระดับ 76.98 จากระดับ 59.81 ในเดือนก่อน โดยมีความต้องการเพิ่มขึ้นจากทั้งตลาดในประเทศที่ขยายตัวเพิ่มขึ้น และตลาดส่งออก
               




     และนี่คือ 5 อุตสาหกรรมที่ยังคงขยายตัวได้ดีในเดือนกันยายนที่ผ่านมา
               

     1. เภสัชภัณฑ์ เคมีภัณฑ์ที่ใช้รักษาโรค ขยายตัวเพิ่มขึ้น 30.20 เปอร์เซ็นต์


     เนื่องจากในช่วงปีก่อนได้มีการหยุดผลิตเพื่อย้ายโรงงาน ประกอบกับได้รับคำสั่งซื้อเพิ่มขึ้นจากตลาดในประเทศและต่างประเทศ



 

     2. เครื่องใช้ในครัวเรือน ขยายตัวเพิ่มขึ้น 34.07 เปอร์เซ็นต์


     โดยการขยายตัวมาจากผลิตภัณฑ์ตู้เย็นและเครื่องซักผ้า โดยตู้เย็น มีความต้องการเพิ่มขึ้นทั้งตลาดในประเทศและต่างประเทศ ประกอบกับได้มีผู้ประกอบการย้ายฐานการผลิตมาจากประเทศจีนตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2563 ในขณะที่เครื่องซักผ้าได้มีการเปิดช่องทางการตลาดใหม่ ทำให้มีคำสั่งซื้อจากตลาดในประเทศเพิ่มขึ้น รวมถึงการส่งออกเพิ่มขึ้น ไปยังประเทศมาเลเซียและญี่ปุ่นด้วย



               

     3.แปรรูปและถนอมผลไม้และผัก ขยายตัวเพิ่มขึ้น 27.03 เปอร์เซ็นต์


     เป็นการขยายตัวจากผลิตภัณฑ์สับปะรดกระป๋อง ผลไม้กระป๋อง และข้าวโพดหวานเป็นหลัก เนื่องจากปีนี้มีการปลูกสับปะรดในหลายพื้นที่ทำให้ยังมีผลผลิตในการเก็บเกี่ยวนอกฤดูกาล รวมถึงการขยายพื้นที่เพาะปลูกของข้าวโพดของเกษตรกร



               

     4.เฟอร์นิเจอร์ ขยายตัวเพิ่มขึ้น 13.13 เปอร์เซ็นต์


     จากผลิตภัณฑ์เครื่องเรือนทำด้วยไม้และที่นอน เนื่องจากผู้ผลิตได้เร่งผลิตให้ทันส่งมอบตามคำสั่งซื้อจากสหรัฐฯ และญี่ปุ่น ที่มีความต้องการเพิ่มขึ้นจากการกักตัวอยู่บ้านในช่วงการระบาดขแงไวรัสโควิด-19 ในขณะที่สินค้าที่นอนได้มีการเพิ่มช่องทางจำหน่ายออนไลน์



               

     5.อาหารสัตว์สำเร็จรูป ขยายตัวเพิ่มขึ้น 6.18 เปอร์เซ็นต์


     จากผลิตภัณฑ์อาหารสัตว์เลี้ยงสำเร็จรูปและอาหารปลา เนื่องจากความต้องการมีการเติบโตขึ้นต่อเนื่องในตลาดต่างประเทศ ประกอบกับในปีก่อนเกิดภาวะภัยแล้งทำให้มีการเลี้ยงปลาน้อยกว่าในปีนี้
 
               
     สถานการณ์ดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรม (MPI) ที่เริ่มกลับมาขยายตัวได้เพิ่มขึ้นในเดือนกันยายน สะท้อนให้เห็นว่าแม้สถานการณ์ไวรัสโควิด-19 ยังไม่สงบและโลกยังไม่ค้นพบวัคซีน แต่ในโลกของการค้าและอุตสาหกรรมก็ยังคงต้องดำเนินต่อไป อย่างไรก็ตามจากปัจจัยเสี่ยงโควิด-19 ระลอกที่สองในต่างประเทศ ก็ทำให้เศรษฐกิจไทยจำเป็นต้องหันมาให้ความสำคัญการบริโภคภายในประเทศมากขึ้น และใช้จุดเด่นในการควบคุมโรคของบ้านเรามาดึงดูดการลงทุนในอุตสาหกรรมเป้าหมาย (S-Curve) กันมากขึ้น
 


 
               
     ที่มา : เรียบเรียงจากดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรม (MPI) เดือนกันยายน 2563
 
 
www.smethailandclub.com
ศูนย์รวมข้อมูลธุรกิจเอสเอ็มอี
 

RECCOMMEND: FINANCE

ฟังแนวคิดผู้บริหาร ไทยเครดิต  ทำไมถึงเลือกปักธงเป็นแบงก์เพื่อ Micro SME

ธนาคารไทยเครดิต ประกาศทิศทางธุรกิจปี 2569 เดินหน้ากลยุทธ์ “Quality Growth” เร่งลงทุนเทคโนโลยีเพื่อเปลี่ยนผ่านสู่ “Full Digital Banking Platform” และขยายฐานลูกค้าที่ยังเข้าไม่ถึงบริการทางการเงิน เพื่อพัฒนาเศรษฐกิจรากหญ้าไทยสู่ความยั่งยืน

หมดยุคหารบิล! “Go Dutch Mindset” กินเท่าไหร่ จ่ายเท่านั้น จุดเริ่มวินัยการเงิน ไม่ทิ้งภาระไว้ให้ใครข้างหลัง

“Go Dutch” สำนวนอังกฤษที่แปลว่า “ต่างคนต่างจ่าย” อาจดูเป็นแค่การแยกบิล แต่จริงๆ มัน คือ วินัยทางการเงินรูปแบบหนึ่งที่ใครใช้ คนนั้นต้องรับผิดชอบ เพราะความมั่นคง ไม่ได้เริ่มจากเงินก้อนใหญ่ แต่มักเริ่มจากความชัดเจนเรื่องเล็กๆ ลองมาทำความรู้จักกับแนวคิด Go Dutch ให้มากขึ้นกัน

6 วิธีรู้ทันเงินจม   กับดักเงียบที่ทำ SME ขาดทุนไม่รู้ตัว เพียงเพราะคำว่า “เสียดาย” คำเดียว

เคยคิดไหมว่า บางครั้งที่ธุรกิจยังดึงดันไปต่อ ไม่ใช่เพราะคุ้ม แต่เพราะเสียดายเงินที่เสียไปแล้ว และเงินที่เสียไปโดยเรียกคืนกลับมาไม่ได้ หรือ “เงินจม” นี่แหละ ที่ทำให้การตัดสินใจคลาดเคลื่อน ดังนั้น ถึงเวลารู้เท่าทันเงินจม เพื่อไม่ให้ธุรกิจต้องล่มก่อนเวลาอันควร