How To จัดการลูกหนี้ “ไม่มี ไม่หนี ไม่จ่าย” เพื่อรักษาสภาพคล่องธุรกิจในวิกฤต

TEXT : กองบรรณาธิการ





Main Idea
 
 
     บริหารลูกหนี้อย่างมีประสิทธิภาพ
 
 
  • จัดทำตารางอายุลูกหนี้
 
  • ให้คะแนน แบ่งลูกหนี้ออกเป็นเกรดคุณภาพต่างๆ
 
  • ตั้งข้อกำหนด เงื่อนไขร่วมกันอย่างชัดเจน
 



     เป็นปัญหาสุดคลาสสิกยอดนิยมตลอดกาลที่ไม่ว่ายุคสมัยใด ธุรกิจจะเล็กหรือใหญ่ก็มักต้องประสบพบเจอกับปัญหาหนักอกกับการติดตามลูกหนี้ที่บางส่วนมักถือคติ ไม่มี ไม่หนี ไม่จ่าย เป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ซึ่งในสถานการณ์ปกติดีก็ยังพอผ่อนปรนกันได้บ้าง แต่ในภาวะที่เศรษฐกิจเป็นอย่างทุกวันนี้ที่เจ้าของธุรกิจเองก็ยังเรียกว่าแทบจะเอาตัวไม่รอด เราควรจะจัดมีวิธีการจับมือกับลูกหนี้ หรือแหล่งเงินทุนที่พึ่งได้อย่างไร เพื่อให้พอมีรายได้เข้ามาจุนเจือรักษาสภาพคล่องธุรกิจผ่านพ้นวิกฤตไปได้บ้าง


     ลองมาดู How to จัดการลูกหนี้ฉบับเร่งรัดกัน




 
จัดทำตารางอายุลูกหนี้
               

     เชื่อว่าในหนึ่งธุรกิจย่อมไม่ได้มีลูกหนี้อยู่แค่รายเดียวแน่นอน ดังนั้นแล้ววิธีการที่จะทำให้เจ้าของกิจการสามารถบริหารจัดการลูกหนี้ที่มีอยู่ได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด อันดับแรกควรจัดทำตารางอายุลูกหนี้แต่ละช่วงออกมาก่อน เพื่อจะได้วางแผนบริหารจัดการได้ถูกต้อง เช่น กลุ่มลูกหนี้ที่อยู่ภายในกำหนดชำระ (ยังไม่ครบกำหนดชำระ), กลุ่มลูกหนี้ที่ค้างชำระไม่เกิน 30 วัน กลุ่มลูกหนี้, กลุ่มลูกหนี้ที่ค้างชำระตั้งแต่ 30 – 90 วัน, กลุ่มลูกหนี้ที่ค้างชำระตั้งแต่ 180 วันขึ้นไป
               

     โดยเบื้องต้นเมื่อเราสามารถจัดแบ่งลูกหนี้ออกตามอายุของการค้างชำระได้แล้ว จะทำให้ผู้ประกอบการมองเห็นภาพรวมของธุรกิจว่า จริงๆ แล้วเรามีลูกหนี้ที่ต้องครบกำหนดสัญญาต้องชำระหนี้ในระยะเวลาอันใกล้ หรือไกลอยู่จำนวนเท่าไหร่ ซึ่งหากมีลูกหนี้ที่มีกำหนดค้างชำระระยะยาวมมากกว่า ก็ค่อนข้างเสี่ยงที่กิจการจะต้องประสบปัญหาขาดสภาพคล่องไปด้วย ดังนั้นอาจลองใช้วิธีเจรจากับลูกหนี้เพื่อขอบางส่วนก่อนล่วงหน้า เพื่อเข้ามาช่วยจุนเจือกิจการให้ไปต่อ


     สำหรับลูกหนี้ที่ค้างชำระระยะเวลาสั้น เช่น 30 วัน อาจต้องลองใช้วิธีติดตามอย่างใกล้ชิด และเด็ดขาด เพื่อให้ได้เงินทุนเข้ามามากที่สุด แม้ว่าอาจไม่ได้มาทั้งหมดตามสัญญาที่ตกลงกันไว้ แต่ก็ต้องมีความชัดเจนว่าจะสามารถผ่อนชำระเข้ามาให้ได้เท่าไหร่ โดยอาจหาวิธีหาทางออกร่วมกัน เช่น การแปลงทรัพย์สินให้เป็นทุน การหาวิธีจำหน่ายสินค้าออกไปเร็วที่สุด แน่นอนว่าอาจไม่ใช่หน้าที่ของเจ้าหนี้ที่จะต้องมาช่วยหาวิธีแก้ไขปัญหา แต่ในภาวะวิกฤตเช่นนี้ที่ต่างแย่ไปตามๆ กัน การช่วยเหลือเห็นอกเห็นใจก็เป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยกันพยุงธุรกิจให้ไปรอดร่วมกันนั่นเอง เรียกง่ายๆ ว่ามีน้อย จ่ายน้อย ก็ยังดีกว่าไม่จ่ายเลย




 
แบ่งชั้นลูกหนี้
               

     การเลือกคบคนคบเพื่อนมีหลายประเภทฉันใด ลูกหนี้ที่เป็นตัวคนเป็นๆ ก็มีหลายประเภทฉันนั้น ลูกหนี้บางคนก็ดีแสนดีตรงเวลาตลอด ไม่ต้องทวง แถมบางทีมีก็จ่ายเข้ามาให้ก่อน แต่บางคนก็กลับตรงกันข้าม ไม่มี ไม่หนี ไม่จ่าย แถมไม่บอกอะไรล่วงหน้าเลย ได้แต่นิ่งเงียบอยู่เฉยๆ ดังนั้นผู้ประกอบการควรจัดลำดับแบ่งชั้นลูกหนี้ของตนออกเป็นแต่ละเกรด โดยการลองให้คะแนนการตรงต่อเวลาตามเกรด A, B, C เพื่อนำมาเป็นพื้นฐานข้อมูลในการให้เครดิตต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นวงเงิน หรือระยะเวลาการชำระหนี้
               

     บางคนอาจคิดว่าวิธีการดังกล่าวน่าจะได้ผลสำหรับลูกหนี้รายใหม่ แต่ในวิกฤตเช่นนี้จะแบ่งไปเพื่ออะไร จริงอยู่ว่าอาจเราอาจวางแผนในการให้เครดิตวงเงินหรือระยะเวลาการชำระหนี้ไม่ทันแล้ว แต่ข้อมูลดังกล่าวนี้ก็สามารถนำเก็บไปใช้เป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจในครั้งหน้าได้เช่นกันว่าสำหรับลูกหนี้รายนี้แล้วควรจะร่วมทำธุรกิจหรือให้โอกาสต่อไปหรือไม่ในอนาคต   



               
 
ตั้งข้อกำหนดเร่งรัดติดตามหนี้แบบเร่งด่วน
               

     ข้อสุดท้ายสำหรับการบริหารจัดการลูกหนี้ในภาวะวิกฤตเช่นนี้ นอกจากการวางแผนบริหารจัดการลูกหนี้แต่ละรายแล้ว อีกสิ่งที่ผู้ประกอบการต้องทำอย่างเป็นรูปธรรมชัดเจน คือ การตั้งข้อกำหนดและเงื่อนไขการชำระหนี้อย่างชัดเจน โดยอาจเขียนเป็นชุดปฏิบัติการลงไปเลยว่า อันดับแรกต้องทำอย่างไร เช่น เบื้องต้นอาจทวงถามล่วงหน้าเพื่อเตือนความจำ ต่อมาเมื่อเลยกำหนดชำระไปแล้วควรทำอย่างไร หรือขั้นตอนสุดท้ายถ้าหากไม่สามารถชำระหนี้ได้จริงๆ ควรทำเช่นไร


     เพื่อให้เกิดความน่าเชื่อถือและมีน้ำหนัก ผู้ประกอบการควรจัดทำเป็นลายลักษณ์อักษรออกมา เพื่อให้ทั้งพนักงานผู้ดูแลรับผิดชอบได้รับรู้และมีแนวทางการบริหารจัดการที่ชัดเจน หรือแม้แต่ผู้ประกอบการรายเล็กๆ ที่ดูแลกิจการด้วยตัวเอง มีความสนิทสนมกับลูกหนี้เป็นอย่างดี พูดง่ายๆ ว่าอาจเป็นเพื่อนๆ กัน การทำลายลักษณ์อักษรแจ้งให้ทราบ หรือมีข้อตกลงร่วมกัน ก็จะช่วยให้ทุกอย่างจัดการได้ง่ายขึ้นกว่าการพูดหรือบอกด้วยปากเปล่าเพียงอย่างเดียวเท่านั้น





     และนี่คือ How To ช่วยจัดการลูกหนี้ เพื่อรักษาสภาพคล่องธุรกิจในวิกฤตที่นำมาฝากกัน เชื่อสิว่าสุดท้ายแล้ว ไม่มีเจ้าหนี้หรือผู้ประกอบการคนไหนใจร้ายจริงๆ หรอก ขอแค่กล้าเผชิญหน้า พูดคุยกันอย่างตรงไปตรงมา เห็นอกเห็นใจซึ่งกันและกัน เราแย่ เขาก็แย่ หันหน้าเข้าหากัน ช่วยกันหาทางออกเพื่อแก้ไขปัญหา เชื่อว่าสุดท้ายทุกคนก็จะสามารถรอดไปด้วยกันได้อย่างแน่นอน
 

     อ้างอิงข้อมูลจาก DIP







www.smethailandclub.com
ศูนย์รวมข้อมูลธุรกิจเอสเอ็มอี

RECCOMMEND: FINANCE

ฟังแนวคิดผู้บริหาร ไทยเครดิต  ทำไมถึงเลือกปักธงเป็นแบงก์เพื่อ Micro SME

ธนาคารไทยเครดิต ประกาศทิศทางธุรกิจปี 2569 เดินหน้ากลยุทธ์ “Quality Growth” เร่งลงทุนเทคโนโลยีเพื่อเปลี่ยนผ่านสู่ “Full Digital Banking Platform” และขยายฐานลูกค้าที่ยังเข้าไม่ถึงบริการทางการเงิน เพื่อพัฒนาเศรษฐกิจรากหญ้าไทยสู่ความยั่งยืน

หมดยุคหารบิล! “Go Dutch Mindset” กินเท่าไหร่ จ่ายเท่านั้น จุดเริ่มวินัยการเงิน ไม่ทิ้งภาระไว้ให้ใครข้างหลัง

“Go Dutch” สำนวนอังกฤษที่แปลว่า “ต่างคนต่างจ่าย” อาจดูเป็นแค่การแยกบิล แต่จริงๆ มัน คือ วินัยทางการเงินรูปแบบหนึ่งที่ใครใช้ คนนั้นต้องรับผิดชอบ เพราะความมั่นคง ไม่ได้เริ่มจากเงินก้อนใหญ่ แต่มักเริ่มจากความชัดเจนเรื่องเล็กๆ ลองมาทำความรู้จักกับแนวคิด Go Dutch ให้มากขึ้นกัน

6 วิธีรู้ทันเงินจม   กับดักเงียบที่ทำ SME ขาดทุนไม่รู้ตัว เพียงเพราะคำว่า “เสียดาย” คำเดียว

เคยคิดไหมว่า บางครั้งที่ธุรกิจยังดึงดันไปต่อ ไม่ใช่เพราะคุ้ม แต่เพราะเสียดายเงินที่เสียไปแล้ว และเงินที่เสียไปโดยเรียกคืนกลับมาไม่ได้ หรือ “เงินจม” นี่แหละ ที่ทำให้การตัดสินใจคลาดเคลื่อน ดังนั้น ถึงเวลารู้เท่าทันเงินจม เพื่อไม่ให้ธุรกิจต้องล่มก่อนเวลาอันควร