โควิดกลับมาระบาดจะส่งผลอย่างไรกับเศรษฐกิจไตรมาสแรกปี 2564



 

     การกลับมาระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ที่ส่งผลให้มีผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นในหลายจังหวัด จนล่าสุดทางศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด -19 หรือ ศบค. ได้ออกมาตรการเตรียมความพร้อมโดยแบ่งความเข้มงวดในการจัดกิจกรรมทางเศรษฐกิจและสังคมออกตามพื้นที่แยกตามจำนวนผู้ติดเชื้อและแนวโน้มในความสามารถในการควบคุมสถานการณ์ได้ เช่น จำกัดเวลาเปิด-ปิดสถานประกอบการที่มีความจำเป็น ปิดสถานประกอบการที่มีความเสี่ยงต่อการระบาด ห้ามแรงงานต่างด้าวเข้าออกพื้นที่ ควบคุมการเข้า-ออกของยานพาหนะ และบุคคลไทย โดยมิให้กระทบต่อการค้าและอุตสาหกรรมมากเกินความจำเป็น จำกัดกิจกรรมที่มีการรวมคนจำนวนมาก และให้คนทำงานที่บ้านและใช้การเรียนการสอนในรูปแบบออนไลน์ ทั้งนี้ ทางผู้ว่าราชการในแต่ละจังหวัดจะเป็นผู้กำหนดความเข้มข้นของมาตรการต่างๆ
 
 
เศรษฐกิจไตรมาสแรกเสี่ยงหดตัวแรงกว่าคาด
 
 
     แม้การระบาดรอบใหม่ในไทยจะส่งผลให้จำนวนผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้น มากกว่าในเดือนมีนาคมที่นำไปสู่การล็อกดาวน์ทั่วประเทศ แต่มาตรการเตรียมความพร้อมรับมือการระบาดรอบนี้ไม่น่าจะส่งผลเชิงลบกับเศรษฐกิจมากเท่าที่เห็นในช่วงไตรมาสสอง เนื่องจากทางราชการยังอนุญาตให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจต่างๆ ดำเนินต่อไปได้ แม้อาจต้องจำกัดจำนวนคนเพื่อรักษาระยะห่าง ซึ่งอาจส่งผลให้ผู้ใช้บริการและรายได้ของธุรกิจลดลงไปบ้าง แต่อย่างน้อยก็ช่วยให้ธุรกิจส่วนใหญ่เดินหน้าต่อได้ ไม่เกิดการปิดกิจการ เลิกจ้าง ซึ่งอาจส่งผลให้รายได้ครัวเรือนลดลงจนกระทบการใช้จ่ายของคนทั่วไปได้ โดยเฉพาะสินค้าฟุ่มเฟือยที่คนอาจชะลอการตัดสินใจซื้อ หรือแม้แต่อาหาร เครื่องดื่มที่คนอาจลดการรับประทานเมื่อใช้เวลาในบ้านมากขึ้น
 
 
      ทั้งนี้ การใช้จ่ายของคนในประเทศ ไตรมาสแรกปีหน้า อาจกลับมาหดตัวแรงขึ้น หลังส่งสัญญาณการฟื้นตัวในช่วงไตรมาสสาม แต่จะรุนแรงเพียงไรก็ขึ้นกับความเข้มข้นของมาตรการในการจำกัดกิจกรรมต่างๆ อย่างไรก็ดีมองว่า รายได้ภาคเกษตรในช่วงไตรมาสแรกปีหน้า ยังอยู่ในระดับการฟื้นตัวที่ดีขึ้น จากทั้งราคาที่อยู่ในระดับสูง และผลผลิตภาคเกษตรที่น่าจะออกมามากขึ้นหลังพ้นปัญหาภัยแล้งที่รุนแรงในปีนี้
 
 
     ในส่วนการลงทุนภาคเอกชนน่าจะยังหดตัวต่อเนื่องในปีหน้า ทั้งจากยอดขายที่ลดลงส่งผลให้เอกชนลดการผลิตสินค้าและน่าจะระบายสต๊อกสินค้าที่ยังอยู่ในระดับสูง อีกทั้งการที่มีแรงงานต่างด้าวติดเชื้อโควิดเป็นจำนวนมากก็อาจมีผลให้แรงงานขาดแคลนมากขึ้นในอุตสาหกรรมที่ใช้แรงงานเข้มข้น แรงส่งของเศรษฐกิจในประเทศยังอยู่ที่การใช้จ่ายภาครัฐและการลงทุนภาครัฐ
 
 
     รัฐบาลอาจเตรียมความพร้อมในการออกมาตรการชดเชยผู้ที่ได้รับผลกระทบจากมาตรการต่างๆ เช่น การแจกเงินชดเชยรายได้ที่หายไป หรือการลดรายจ่ายที่จำเป็น เช่นค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าเดินทาง อย่างไรก็ดี ภาครัฐอาจกำลังทบทวนผลกระทบจากมาตรการต่างๆ ก่อนว่าสมควรเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบมากน้อยเพียงไร เพราะหากยังอนุญาตให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจต่างๆ ดำเนินต่อได้ แม้รายได้ลดลง แต่ก็ไม่ใช่การจำกัดทั้งหมดเหมือนรอบแรก จึงอาจไม่ชดเชยเท่าแต่ก่อน นอกจากนี้ ด้วยหนี้สาธารณะที่เพิ่มขึ้นเร็วอาจทำให้รัฐบาลต้องระมัดระวังไม่ก่อหนี้มากเกินไป แต่ในประเด็นหนี้สาธารณะชนเพดานนี้ เราคิดว่าอาจไม่ใช่อุปสรรคสำคัญ เพราะหากเป็นการก่อหนี้เพื่อฟื้นฟูประเทศและป้องกันไม่ให้เศรษฐกิจทรุดหนัก พร้อมมีมาตรการหารายได้มาเพิ่มเติมในอนาคต การก่อหนี้ก็มีความจำเป็นและไม่น่ากระทบกับอันดับความน่าเชื่อถือประเทศ
 
 
ความท้าทายเศรษฐกิจอยู่ที่ภาคการส่งออก
 
 
     แม้แรงขับเคลื่อนเศรษฐกิจในประเทศอาจสะดุดจากการกลับมาระบาดของเชื้อโควิด-19 แต่ปัจจัยในประเทศน่าจะควบคุมได้ และมีมาตรการทั้งการเงินและการคลังในการประคองเศรษฐกิจ แต่ปัจจัยที่ยากต่อการควบคุมคืออุปสงค์ต่างประเทศที่กระทบภาคการส่งออกของไทยที่มีสัดส่วนสูงกว่า 60 เปอร์เซ็นต์ ของ GDP ซึ่งการระบาดของโควิดรอบใหม่นี้ไม่ใช่เกิดที่ประเทศไทยเพียงที่เดียว แต่กำลังเกิดขึ้นในหลายประเทศจนต้องงดจัดงานคริสมาสต์และปีใหม่ และอาจลากยาวไปช่วงฤดูหนาวนี้ จนอาจทำให้ภาคการส่งออกที่กำลังฟื้นตัวกลับมาหดตัวมากขึ้น อย่างไรก็ดี การที่หลายประเทศได้ออกมาตรการทางการคลังอย่างเร่งด่วนในการลดผลกระทบทางเศรษฐกิจ น่าจะช่วยประคองอุปสงค์ต่างประเทศ และน่าจะสนับสนุนการส่งออกสินค้ากลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ อาหาร และสินค้าเกษตรตามความต้องการที่เพิ่มขึ้นจากความต้องการสินค้าเพื่อใช้ในการทำงานที่บ้าน แต่กลุ่มยานยนต์และชิ้นส่วนอาจได้รับผลกระทบบ้าง
 
 
     นอกจากนี้ ปัจจัยชี้วัดการส่งออกของไทยในไตรมาสแรกปีหน้าที่สำคัญอีกประการคือราคาน้ำมัน เนื่องจากสินค้ากลุ่มเคมีภัณฑ์และผลิตภัณฑ์ภาคเกษตรมีราคาที่ผันผวนตามราคาน้ำมัน หากราคาน้ำมันทรงตัวต่อเนื่องจากช่วงปลายปีนี้ไปถึงไตรมาสแรกปีหน้าได้ ก็มีส่วนสำคัญที่จะช่วยพยุงการส่งออกของไทยได้ อีกทั้งหากทางธนาคารแห่งประเทศไทยมีมาตรการช่วยให้เงินบาทเคลื่อนไหวในทิศทางเดียวกับต่างประเทศได้ ไม่แข็งค่าเร็วจนเกินไป ก็น่าจะช่วยเพิ่มความสามารถในการแข่งขันผู้ส่งออกได้เช่นเดียวกัน
 
 
     โดยสรุป เศรษฐกิจไทยในช่วงไตรมาสแรกปีหน้าหลังมีมาตรการควบคุมการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 ที่อาจทำให้เศรษฐกิจไทยกลับไปหดตัวเทียบไตรมาสต่อไตรมาส และทำให้การฟื้นตัวทางเศรษฐกิจสะดุดไปบ้าง แต่เนื่องจากมาตรการที่ออกมาไม่ใช่การล็อกดาวน์ทั่วประเทศ และยังมีส่วนสนับสนุนจากการส่งออก และมาตรการทางการคลังของภาครัฐ แต่เราคงต้องรอความชัดเจนของมาตรการควบคุมต่างๆ และความรุนแรงของการระบาดรอบนี้ก่อนปรับการประมาณการทางเศรษฐกิจ แต่ก็มีความเสี่ยงที่เศรษฐกิจไทยจะเกิด double-dip recession และทำให้ GDP ปีหน้าอาจขยายตัวไม่ถึง 3  เปอร์เซ็นต์ ซึ่งน้อยกว่าที่เราคาดไว้ก่อนหน้าที่ 4.1 เปอร์เซ็นต์
 
 
 
 
 
www.smethailandclub.com
ศูนย์รวมข้อมูลธุรกิจเอสเอ็มอี

RECCOMMEND: FINANCE

ฟังแนวคิดผู้บริหาร ไทยเครดิต  ทำไมถึงเลือกปักธงเป็นแบงก์เพื่อ Micro SME

ธนาคารไทยเครดิต ประกาศทิศทางธุรกิจปี 2569 เดินหน้ากลยุทธ์ “Quality Growth” เร่งลงทุนเทคโนโลยีเพื่อเปลี่ยนผ่านสู่ “Full Digital Banking Platform” และขยายฐานลูกค้าที่ยังเข้าไม่ถึงบริการทางการเงิน เพื่อพัฒนาเศรษฐกิจรากหญ้าไทยสู่ความยั่งยืน

หมดยุคหารบิล! “Go Dutch Mindset” กินเท่าไหร่ จ่ายเท่านั้น จุดเริ่มวินัยการเงิน ไม่ทิ้งภาระไว้ให้ใครข้างหลัง

“Go Dutch” สำนวนอังกฤษที่แปลว่า “ต่างคนต่างจ่าย” อาจดูเป็นแค่การแยกบิล แต่จริงๆ มัน คือ วินัยทางการเงินรูปแบบหนึ่งที่ใครใช้ คนนั้นต้องรับผิดชอบ เพราะความมั่นคง ไม่ได้เริ่มจากเงินก้อนใหญ่ แต่มักเริ่มจากความชัดเจนเรื่องเล็กๆ ลองมาทำความรู้จักกับแนวคิด Go Dutch ให้มากขึ้นกัน

6 วิธีรู้ทันเงินจม   กับดักเงียบที่ทำ SME ขาดทุนไม่รู้ตัว เพียงเพราะคำว่า “เสียดาย” คำเดียว

เคยคิดไหมว่า บางครั้งที่ธุรกิจยังดึงดันไปต่อ ไม่ใช่เพราะคุ้ม แต่เพราะเสียดายเงินที่เสียไปแล้ว และเงินที่เสียไปโดยเรียกคืนกลับมาไม่ได้ หรือ “เงินจม” นี่แหละ ที่ทำให้การตัดสินใจคลาดเคลื่อน ดังนั้น ถึงเวลารู้เท่าทันเงินจม เพื่อไม่ให้ธุรกิจต้องล่มก่อนเวลาอันควร