รู้จัก “Debt Crowdfunding” เครื่องมือเสริมสภาพคล่องฉุกเฉิน ช่วย SME ปลดล็อกเรื่องการเงินแบบเร่งด่วน

TEXT : นเรศ เหล่าพรรณราย





      ในภาวะที่เกิดวิกฤตภาคธุรกิจโดยเฉพาะ SME ต่างมีความต้องการที่จะเสริมสภาพคล่องทางการเงิน แต่สำหรับธุรกิจที่มีขนาดเล็กหรือขาดหลักทรัพย์ที่จะมาค้ำประกัน โอกาสที่จะได้รับเงินกู้จากธนาคารจะมีน้อยลง ทำให้เกิดเครื่องมือเสริมสภาพคล่องรูปแบบใหม่นั่นคือ Debt Crowdfunding
 
 
 
     ทั้งนี้ Debt Crowdfunding มีความแตกต่างจาก Equity Crowdfunding ก็คือเป็นโปรดักต์ประเภท “หุ้นกู้” ซึ่งทั่วไปจะออกได้เฉพาะบริษัทขนาดใหญ่ แต่ ก.ล.ต. ได้อนุญาตให้มีผู้ประกอบการ SME ที่สามารถออกหุ้นกู้และสามารถเสนอขายให้กับบุคคลทั่วไปได้ ขณะที่ Equity Crowdfunding จะเป็นการเสนอขายหุ้นให้กับนักลงทุนมาถือหุ้น



 
 
       ข้อดีของ Debt Crowdfunding ก็คือผู้ลงทุนรู้ผลตอบแทนที่จะได้รับจากการถือหุ้นกู้ตั้งแต่ขั้นตอนการนำเสนอขาย อีกทั้งยังใช้ระยะเวลาในการลงทุนที่น้อยกว่าคือตั้งแต่หลักเดือนจนถึงหนึ่งปี ที่สำคัญคือใช้เงินลงทุนเพียงแค่หลักพันบาทก็สามารถลงทุนได้ แต่หากเป็น Equity Crowdfunding จะใช้ระยะเวลาลงทุนที่นานกว่าและมีความเสี่ยงสูงที่จะไม่ประสบความสำเร็จ
 
 
      โดยหุ้นกู้ที่ออกจะอยู่ในประเภท unrated high yield bond อายุตั้งแต่ 1 เดือน – 2 ปี ไม่มีหลักทรัพย์ค้ำประกัน ผลตอบแทนสูงสุดอาจจะได้ถึง 26 เปอร์เซ็นต์ต่อปี โดยเงินลงทุนจะจัดเก็บอยู่ใน Custodian จึงมั่นใจได้ว่าเงินที่ลงทุนจะไม่ถูกนำไปใช้อย่างผิดวัตถุประสงค์   
 
 
      นักลงทุนทั่วไปสามารถลงทุนได้สูงสุด 100,000 บาทต่อโปรเจกต์และสูงสุดไม่เกิน 1 ล้านบาทต่อปี โดยจะต้องลงทะเบียนและยืนยันตัวเองทางออนไลน์ผ่าน Crowdfunding Portal ที่ได้รับใบอนุญาตจาก ก.ล.ต.
 
 
      อย่างไรก็ตามความเสี่ยงของ Debt Crowdfunding ก็คือการผิดนัดชำระหนี้ของ SME แม้ว่า Crowdfunding Portal หรือตัวกลางที่เป็นผู้ตรวจสอบและเสนอขายจะทำการพิจารณาบริษัทที่จะออกหุ้นกู้เป็นอย่างดีแล้วก็ตาม



 
 
         สำหรับ SME ที่ต้องการจะออกหุ้นกู้ผ่าน Debt Crowdfunding ต้องจดทะเบียนเป็นนิติบุคคล ทำธุรกิจมาแล้ว 1-2 ปี มีคู่ค้าที่ดีหรือมีใบแจ้งหนี้ (Invoice Financing) มีธุรกรรมซื้อขายบนระบบออนไลน์ โดยมีทุนจดทะเบียนเริ่มต้นเพียงแค่ 1 ล้านบาทก็สามารถที่จะยื่นขอออกหุ้นกู้ได้
 
 
       วงเงินที่สามารถเสนอขายหุ้นกู้มีตั้งแต่ระดับ 1 ล้านบาทไปจนถึงระดับสิบล้านบาทขึ้นไป
 
 
      อย่างไรก็ตาม ผู้เสนอขายจะต้องเสียค่าธรรมเนียมให้กับ Crowdfunding ในการเสนอขายที่ระดับ 3-5 เปอร์เซ็นต์ ของมูลค่าเสนอขาย และหากมีผู้ลงทุนต่ำกว่า 80 เปอร์เซ็นต์ ของมูลค่าการนำเสนอ โปรเจกต์จะถูกยกเลิกทันที



 
 
      ผู้ประกอบการ SME ที่สนใจเสอขายหุ้นกู้สามารถติดต่อไปยัง Debt Crowdfunding Portal จากนั้นให้ข้อมูลทางธุรกิจเช่นประเภทธุรกิจ ทุนจดทะเบียน คู่ค้าหรือลูกค้า ที่สำคัญคือต้องแสดง Bank Statement เพื่อให้สามารถวิเคราะห์การไหลเข้าออกของกระแสเงินสดเพื่อที่จะใช้ประเมินความเสี่ยงและอัตราผลตอบแทนที่จะเสนอขายหุ้นกู้ โดยใช้ระยะเวลาในการพิจารณาไม่เกิน 1 สัปดาห์ จึงเหมาะสมกับ SME ที่ต้องการสภาพคล่องแบบเร่งด่วนทั้งในด้านดีคือมีออเดอร์สั่งซื้อเข้ามาแต่ขาดเงินทุนหมุนเวียนหรือขาดสภาพคล่องจากปัญหาทางธุรกิจ
 
 
      ในต่างประเทศโมเดลของ Debt Crowdfunding ประสบความสำเร็จเป็นอย่างมากและมีอัตราหนี้เสียที่น้อยมาก เชื่อได้ว่าประเทศไทยน่าจะมีโอกาสเติบโตไปในทิศทางเดียวกันในอนาคต
 


 
 
 
www.smethailandclub.com
ศูนย์รวมข้อมูลธุรกิจ SME
 

RECCOMMEND: FINANCE

6 วิธีรู้ทันเงินจม   กับดักเงียบที่ทำ SME ขาดทุนไม่รู้ตัว เพียงเพราะคำว่า “เสียดาย” คำเดียว

เคยคิดไหมว่า บางครั้งที่ธุรกิจยังดึงดันไปต่อ ไม่ใช่เพราะคุ้ม แต่เพราะเสียดายเงินที่เสียไปแล้ว และเงินที่เสียไปโดยเรียกคืนกลับมาไม่ได้ หรือ “เงินจม” นี่แหละ ที่ทำให้การตัดสินใจคลาดเคลื่อน ดังนั้น ถึงเวลารู้เท่าทันเงินจม เพื่อไม่ให้ธุรกิจต้องล่มก่อนเวลาอันควร

Reverse Budgeting เทคนิคจัดงบแบบย้อนกลับ ออมเงินได้จริง ทั้งธุรกิจและชีวิตส่วนตัว

ชวนมารู้จักเทคนิค “Reverse Budgeting” การจัดทำงบประมาณแบบย้อนกลับ ตัวช่วยที่จะทำให้คุณออมเงินได้ง่ายขึ้น โดยการเปลี่ยนมา “ออมก่อน…ใช้ทีหลัง” เป็นวิธีง่ายๆ ไม่ต้องคำนวณซับซ้อน แต่ช่วยให้มีเงินออมได้จริง ทั้งในชีวิตส่วนตัวและธุรกิจ

Pizza Budgeting ตัวช่วย SME หยุดปัญหาหนี้สะสม ด้วย “พิซซ่า 1 ถาด”    

หนี้สะสมไม่ใช่จุดจบ แค่แบ่งงบเป็นชิ้นๆ แบบ “Pizza Budgeting” ซึ่งเป็นเทคนิคจัดสรรการเงินง่ายๆ เพียงมองรายได้ทั้งเดือนเป็น “พิซซ่า 1 ถาด” แล้วแบ่งออกเป็นชิ้นๆ ตามค่าใช้จ่ายต่างๆ ของธุรกิจ แบ่งได้ถูก = รู้ทันทีว่าธุรกิจมีเงินพอหรือไม่