รู้จักกระบวนการ Hair Cut หนี้ SME ต้องทำอย่างไรเมื่อสถาบันการเงิน “ตัดลดหนี้” ให้บางส่วน

TEXT : นเรศ เหล่าพรรณราย



 
          ในช่วงที่มีการแพร่ระบาดของไวรัสโควิดจนส่งผลกระทบต่อภาคธุรกิจ หลายกิจการไม่สามารถที่จะชำระคืนหนี้ได้ จนเริ่มเกิดกระแสของการที่สถาบันการเงินจะเปิดทางให้เกิดการ Hair Cut หนี้เกิดขึ้น คำๆ นี้มีความหมายอย่างไรและประเด็นอะไรที่ลูกหนี้ต้องเข้าใจ
 

         คำว่า Hair Cut แปลแบบตรงๆ ก็คือการที่สถาบันการเงิน “ตัดลดหนี้” ให้บางส่วน เช่น เคยมีหนี้สินทั้งเงินต้นและดอกเบี้ย 100 บาท ก็ตัดหนี้ออกบางส่วนเหลือจ่าย 50 บาท เป็นต้น ลูกหนี้ไม่ว่าจะเป็นสินเชื่อบุคคลหรือสินเชื่อธุรกิจก็มีโอกาสได้รับการ Hair Cut เช่นกัน

 
          การตัดสินใจแบบนี้เกิดขึ้นเนื่องจากเล็งเห็นแล้วว่าลูกหนี้ไม่มีความสามารถในการที่จะชำระหนี้ได้ อาจจะค้างชำระมาเป็นระยะเวลานาน หากปล่อยไว้หนี้เสียจะส่งผลกระทบต่อสถานะทางการเงินของธนาคารจึงยอมที่จะตัดจบหนี้บางส่วนลงและไม่มีภาระหนี้กับลูกหนี้รายนั้นอีกต่อไป




 
         ฟังดูเหมือนจะเป็นเรื่องดีสำหรับลูกหนี้ที่จะได้พ้นภาระไปแต่ใช่ว่าทุกรายจะได้รับการเข้าสู่กระบวนการ Hair Cut หนี้ และใช่ว่าได้รับการลดหนี้แล้วปัญหาทุกอย่างจะหมดไป

 
          ข้อแรก คือธนาคารหรือสถาบันการเงินจะเป็นผู้ตัดสินใจเองว่าจะยื่นข้อเสนอให้กับลูกหนี้ในการจะ Hair Cut หรือไม่ แม้ว่าลูกหนี้จะยื่นเรื่องขอแสดงความจำนงด้วยตัวเองก็ใช่ว่าจะได้รับการอนุมัติ

 
          ข้อสอง การที่จะได้รับข้อเสนอให้ Hair Cut ก็คือมีการผิดนัดชำระหนี้ไปแล้วเกินกว่าสามเดือน ทั่วไปแล้วจะอยู่ที่สิบเดือนขึ้นไป เท่ากับว่าผู้ที่จะได้ข้อเสนอการลดหนี้คือผู้ที่ติดเข้าไปในเครดิตบูโรเรียบร้อยแล้วว่ามีปัญหาในการชำระหนี้ ผู้ที่ Hair Cut เสร็จไปแล้วจึงไม่มีความสามารถในการที่จะกู้เงินได้อีกต่อไป
 

           ข้อสาม หากได้รับข้อเสนอให้ทำการ Hair Cut ลูกหนี้จะต้องชำระหนี้ที่ได้รับข้อเสนอนั้นในครั้งเดียวไม่สามารถที่จะผ่อนชำระได้ซึ่งอาจจะเป็นเงินก้อนที่สูงจนไม่สามารถที่จะปิดหนี้ได้



 

           ทั้งนี้สัดส่วนหนี้ที่จะได้รับการ Hair Cut จะแตกต่างกันในแต่ละคน บางรายอาจจะได้ลดหนี้สูงสุดถึง 70-80% ขึ้นอยู่กับการเจรจาและโอกาสในการที่จะได้รับคืนหนี้ของสถาบันการเงิน หากมูลหนี้ค่อนข้างสูงและดูแล้วลูกหนี้แทบไม่มีความสามารถในการที่จะคืนหนี้ได้
 

           อย่างไรก็ตามใช่ว่าการ Hair Cut หนี้จะเป็นการสิ้นสุดปัญหาทุกอย่างเพราะสถาบันการเงินเองจะไม่ยอมให้เกิดการลดหนี้ขึ้นได้ง่ายๆ แม้ว่าการทำแบบนี้จะดีต่อสถานะการเงินแต่เป็นเพียงแค่ระยะสั้นเท่านั้น หากใช้วิธีการแบบนี้บ่อยครั้งจลูกหนี้เกิดความคิดว่าหากไม่มีความสามารถในการชำระหนี้ก็ทำ Hair Cut ไปได้ ความคิดนี้จะส่งผลเสียต่อภาพรวมเศรษฐกิจในระยะยาว
 

          หากไม่มีสถานการณ์แพร่ระบาดของไวรัสโควิดที่ทำให้ภาคธุรกิจต้องหยุดชะงักชนิดที่ไม่สามารถประเมินสถานการณ์ข้างหน้าได้ การเปิดโอกาสให้ Hair Cut หนี้ก็จะไม่ได้เกิดขึ้นง่ายนัก และเมื่อสถานการณ์เศรษฐกิจเข้าสู่ภาวะปกติ ลูกหนี้ก็ควรที่จะมีความตั้งใจในการที่จะชำระคืนหนี้ตามสัญญาอย่างครบถ้วน
 



 
www.smethailandclub.com
ศูนย์รวมข้อมูลธุรกิจเอสเอ็มอี

RECCOMMEND: FINANCE

หมดยุคหารบิล! “Go Dutch Mindset” กินเท่าไหร่ จ่ายเท่านั้น จุดเริ่มวินัยการเงิน ไม่ทิ้งภาระไว้ให้ใครข้างหลัง

“Go Dutch” สำนวนอังกฤษที่แปลว่า “ต่างคนต่างจ่าย” อาจดูเป็นแค่การแยกบิล แต่จริงๆ มัน คือ วินัยทางการเงินรูปแบบหนึ่งที่ใครใช้ คนนั้นต้องรับผิดชอบ เพราะความมั่นคง ไม่ได้เริ่มจากเงินก้อนใหญ่ แต่มักเริ่มจากความชัดเจนเรื่องเล็กๆ ลองมาทำความรู้จักกับแนวคิด Go Dutch ให้มากขึ้นกัน

6 วิธีรู้ทันเงินจม   กับดักเงียบที่ทำ SME ขาดทุนไม่รู้ตัว เพียงเพราะคำว่า “เสียดาย” คำเดียว

เคยคิดไหมว่า บางครั้งที่ธุรกิจยังดึงดันไปต่อ ไม่ใช่เพราะคุ้ม แต่เพราะเสียดายเงินที่เสียไปแล้ว และเงินที่เสียไปโดยเรียกคืนกลับมาไม่ได้ หรือ “เงินจม” นี่แหละ ที่ทำให้การตัดสินใจคลาดเคลื่อน ดังนั้น ถึงเวลารู้เท่าทันเงินจม เพื่อไม่ให้ธุรกิจต้องล่มก่อนเวลาอันควร

Reverse Budgeting เทคนิคจัดงบแบบย้อนกลับ ออมเงินได้จริง ทั้งธุรกิจและชีวิตส่วนตัว

ชวนมารู้จักเทคนิค “Reverse Budgeting” การจัดทำงบประมาณแบบย้อนกลับ ตัวช่วยที่จะทำให้คุณออมเงินได้ง่ายขึ้น โดยการเปลี่ยนมา “ออมก่อน…ใช้ทีหลัง” เป็นวิธีง่ายๆ ไม่ต้องคำนวณซับซ้อน แต่ช่วยให้มีเงินออมได้จริง ทั้งในชีวิตส่วนตัวและธุรกิจ