SME พร้อมหรือยัง เชื่อมระบบสแกนจ่ายข้ามประเทศ เมื่อสังคมไร้เงินสดเอเชียอาคเนย์โตเร็ว

TEXT : วิมาลี วิวัฒนกุลพาณิชย์

Main Idea

  • จากการประเมินของทูซีทูพี การใช้จ่ายผ่านอี-คอมเมิร์ซในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้จะเพิ่มขึ้นราว 162% ในปี 2025 มาอยู่ที่มูลค่า 179,800 ล้านดอลลาร์

 

  • 91% จะเป็นการชำระเงินออนไลน์ ตลาดใหญ่สุดได้แก่ อินโดนีเซีย (83,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ) เวียดนาม (29,000 ล้านดอลลาร์) และไทย (24,000 ล้านดอลลาร์)

 

  • จำนวนผู้ใช้ mobile wallet จะพุ่งมากถึง 311% จาก 141.1 ล้านรายในปี 2020 มาอยู่ที่ 439.7 ล้านรายในปี 2025

     ปรากฏการณ์หนึ่งที่กำลังเกิดขึ้น ณ ขณะนี้ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ คือรูปแบบการชำระค่าสินค้าและบริการที่เปลี่ยนถ่ายจากเงินสดไปสู่การชำระแบบดิจิทัลอย่างคึกคัก เหตุจากตลาดออนไลน์เฟื่องฟู และแม้กระทั่งร้านค้าที่มีหน้าร้านไม่ว่าจะข้างทางหรือที่ไหน ๆ ก็ต้องมี QR code ให้ลูกค้าสแกนจ่าย ยิ่งช่วงวิกฤติโควิด-19 ระบาด การชำระเงินผ่านระบบดิจิทัลขยายตัวอย่างรวดเร็ว เป็นผลมาจากผู้คนจับจ่ายผ่านออนไลน์มากขึ้น และต้องการลดการสัมผัสเสี่ยงจากธนบัตร  

     จากการประเมินของทูซีทูพี ผู้ให้บริการระบบชำระเงินออนไลน์การใช้จ่ายผ่านอี-คอมเมิร์ซในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้จะเพิ่มขึ้นราว 162 เปอร์เซ็นต์ในปี 2025 มาอยู่ที่มูลค่า 179,800 ล้านดอลลาร์ และในการทำธุรกรรมต่าง ๆ 91 เปอร์เซ็นต์จะเป็นการชำระเงินออนไลน์ โดยตลาดใหญ่สุดได้แก่ อินโดนีเซีย (83,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ) เวียดนาม (29,000 ล้านดอลลาร์) และไทย (24,000 ล้านดอลลาร์)

     ทั้งนี้ การเติบโตของระบบชำระเงินดิจิทัลยังเป็นผลจากปัจจัยต่างๆ อาทิ พฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป เทรนด์ค้าปลีก และระบบการชำระเงินที่มีให้เลือกหลากหลายรูปแบบ ทำให้คาดการณ์ว่าในอีก 3 ปีข้างหน้า จำนวนผู้ใช้บริการอี-คอมเมิร์ซจะเพิ่มเป็น 411 ล้านราย ขณะที่ผลการศึกษาของบริษัทโบกุ สตาร์ทอัพด้านฟินเทคอีกรายที่ให้บริการแพลตฟอร์มชำระเงินผ่าโทรศัพท์มือถือก็ระบุในทิศทางเดียวกันว่าจำนวนผู้ใช้กระเป๋าสตางค์ดิจิทัล (mobile wallet) จะพุ่งมากถึง 311 เปอร์เซ็นต์ จาก 141.1 ล้านรายในปี 2020 มาอยู่ที่ 439.7 ล้านรายในปี 2025 

     Mobile wallet คือการนำเงิน ใส่ลงไปในกระเป๋าตังค์ดิจิทัลด้วยวิธีการต่าง ๆ เช่น การซื้อบัตรเติมเงิน การโอนเงินจากบัญชีธนาคาร หรือบัตรเครดิต จากนั้นค่อยนำมูลค่าเงินเหล่านี้ไปทำการจับจ่ายใช่สอยตามร้านที่รองรับบริการ ตัวอย่างของ Mobile wallet ในไทยก็เช่น ShopeePay,True Money, AIS mPay, Rabbit LINE Pay เป็นต้น

     โดยสรุปแล้ว การทำธุรกิจโดยปราศจากเงินสดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ขยายตัวอย่างมากมาจาก 3 ปัจจัยหลักได้แก่

     1. ง่ายและสะดวก จากข้อมูลของบริษัทจัดอับดับฟิตช์ เรตติ้ง ประชากรราว 290 ล้านคนในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เป็นกลุ่มเข้าไม่ถึงบริการทางการเงินของธนาคารพาณิชย์ (unbanked) หรือเป็นผู้ใช้บริการทางการเงินแค่ผิวเผิน (Underbanked) ทำให้พวกเขาหันหาทางเลือกใหม่ เช่น กระเป๋าสตางค์ดิจิทัลที่สะดวกและง่ายกว่าเมื่อเทียบกับระบบธนาคารแบบดั้งเดิม ยกตัวอย่าง การสั่งซื้อสินค้าจากต่างประเทศ หากเป็นเมื่อก่อนต้องชำระผ่านตัวกลางที่เป็นธนาคารพาณิชย์ แต่ปัจจุบัน มีผู้ให้บริการระบบชำระเงินออนไลน์มากมายให้บริการ ทำให้ผู้บริโภคสามารถทำธุรกรรมแบบไร้เงินสดได้

     2. การใช้โทรศัพท์มือถือมีอัตราที่สูงมาก มีการคาดการณ์ว่าในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า จำนวนผู้ใช้โทรศัพท์มือถือในภูมิภาคนี้จะแตะ 80 เปอร์เซ็นต์ และเพราะการใช้โทรศัพท์มือถืออย่างกว้างขวาง และการเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตที่ขยายตัวจึงทำให้การทำธุรกรรมโดยไม่ต้องใช้เงินสดเป็นเรื่องง่ายขึ้น อย่างที่เวียดนาม ผลสำรวจพบว่าในการซื้อสินค้าและบริการออนไลน์ ระบบการชำระเงินที่ได้รับความนิยมสูงสุดคือผ่านกระเป๋าสตางค์อิเล็กทรอนิกส์ มากกว่าระบบชำระเงินปลายทาง 

     3. การผุดขึ้นของซูเปอร์แอปพลิเคชั่นที่เป็นกองหน้าทำให้สังคมไร้เงินสดเติบโตในภูมิภาคนี้ ยกตัวอย่าง “แกร็บ” (Grab) ที่สร้างกระเป๋าสตางค์อิเล็กทรอนิกส์บนแพลทฟอร์มทำให้ผู้ใช้สามารถชำระค่าโดยสาร ค่าอาหาร ค่าส่งอาหาร และทุกบริการแกร็บ รวมถึงการชำระค่าโทรศัพท์และสาธารณูปโภคอื่น ๆ ซูเปอร์แอปจึงเป็นเครื่องมือที่ไม่เพียงสร้างความสะดวกให้แก่ผู้บริโภคในการชำระค่าสินค้าและบริการต่าง ๆ หากยังเปิดโอกาสให้ผู้ค้าปลีกและร้านค้าได้ติดตามและเก็บข้อมูลพฤติกรรมลูกค้าจากรายละเอียดที่บันทึกเมื่อลูกค้าใช้บริการอีกด้วย

     สตาร์ทอัพด้านฟินเทค โบกุประเมินการทำธุรกรรมผ่านกระเป๋าสตางค์ดิจิทัลซึ่งมีมูลค่ากว่า 1,000 ล้านดอลลาร์ต่อปีมีแนวโน้มเติบโต จากผู้ให้บริการ 54 รายในปี 2020 จะขยับเพิ่มเป็น 69 รายในปี 2025 ปรากฏการณ์นี้อาจสร้างแรงกดดันให้บรรดาผู้ค้าเนื่องจากผู้บริโภคมีหลากหลายช่องทางให้เลือกมากเกินไป อย่างไรก็ตาม ดูเหมือนว่ารัฐบาลต่าง ๆ กำลังร่วมมือกันเพื่อหาทางทำให้การทำธุรกรรมไร้เงินสดสามารถควบคุมได้มากกว่านี้

     ข้อมูลระบุราวปลายปี 2022 นี้ ธนาคารต่าง ๆ ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้จะสามารถเชื่อมระบบการชำระเงินเข้าด้วยกันหมดซึ่งจะเอื้อให้ประชาชนสามารถชำระค่าสินค้าและบริการข้ามประเทศได้ง่ายเพียงแค่สแกนคิวอาร์โค้ด อย่างปัจจุบัน ระบบการชำระเงินออนไลน์ในมาเลเซีย อินโดนีเซีย และไทยเชื่อมกันแล้ว ส่วนสิงคโปร์เชื่อมเฉพาะกับไทย แต่ในอีกไม่นาน 5 ประเทศเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ซึ่งรวมฟิลิปปินส์ก็จะเชื่อมโยงระบบการชำระเงินเป็นเครือข่ายเดียวกัน

     นั่นหมายความว่าผู้บริโภคจะสามารถชำระค่าสินค้าและบริการข้ามประเทศโดยใช้เงินสกุลท้องถิ่นของตัวเองโดยไม่ต้องอิงเงินดอลลาร์ ท้ายที่สุด เครือข่ายนี้จะเชื่อมโยงกับภูมิภาคอื่นทั่วโลก ก่อให้เกิดเครือข่ายการโอนอัตโนมัติผ่านธนาคาร และกระทั่งอาจเห็น Central Bank Digital Currency (CBDC) หรือสกุลเงินดิจิทัลที่ออกโดยธนาคารกลางของประเทศต่าง ๆ  

     แม้สิ่งที่กล่าวมาจะยังไม่เกิดขึ้น แต่ดูเหมือนการแข่งขันอย่างดุเดือดเพื่อสร้างฐานผู้ใช้บริการธุรกรรมไร้เงินสดจะกำลังประทุ เนื่องจากผู้ใช้บริการยังเปลี่ยนรูปแบบการชำระเงินไปมาและการทำธุรกรรมดิจิทัลยังไม่นิ่งเหมือนในประเทศอื่น เช่น จีน และญี่ปุ่น บรรดาผู้ค้าปลีกจึงต้องสัประยุทธ์กันต่อไปเพื่อสรรหาวิธีที่สร้างสรรค์และสะดวกในการเข้าถึงผู้บริโภค

ที่มา : https://www.d8aspring.com/eye-on-asia/the-phenomenal-growth-of-cashless-transactions-in-southeast-asia

 

www.smethailandclub.com
ศูนย์รวมข้อมูลธุรกิจเอสเอ็มอี

RECCOMMEND: FINANCE

ฟังแนวคิดผู้บริหาร ไทยเครดิต  ทำไมถึงเลือกปักธงเป็นแบงก์เพื่อ Micro SME

ธนาคารไทยเครดิต ประกาศทิศทางธุรกิจปี 2569 เดินหน้ากลยุทธ์ “Quality Growth” เร่งลงทุนเทคโนโลยีเพื่อเปลี่ยนผ่านสู่ “Full Digital Banking Platform” และขยายฐานลูกค้าที่ยังเข้าไม่ถึงบริการทางการเงิน เพื่อพัฒนาเศรษฐกิจรากหญ้าไทยสู่ความยั่งยืน

หมดยุคหารบิล! “Go Dutch Mindset” กินเท่าไหร่ จ่ายเท่านั้น จุดเริ่มวินัยการเงิน ไม่ทิ้งภาระไว้ให้ใครข้างหลัง

“Go Dutch” สำนวนอังกฤษที่แปลว่า “ต่างคนต่างจ่าย” อาจดูเป็นแค่การแยกบิล แต่จริงๆ มัน คือ วินัยทางการเงินรูปแบบหนึ่งที่ใครใช้ คนนั้นต้องรับผิดชอบ เพราะความมั่นคง ไม่ได้เริ่มจากเงินก้อนใหญ่ แต่มักเริ่มจากความชัดเจนเรื่องเล็กๆ ลองมาทำความรู้จักกับแนวคิด Go Dutch ให้มากขึ้นกัน

6 วิธีรู้ทันเงินจม   กับดักเงียบที่ทำ SME ขาดทุนไม่รู้ตัว เพียงเพราะคำว่า “เสียดาย” คำเดียว

เคยคิดไหมว่า บางครั้งที่ธุรกิจยังดึงดันไปต่อ ไม่ใช่เพราะคุ้ม แต่เพราะเสียดายเงินที่เสียไปแล้ว และเงินที่เสียไปโดยเรียกคืนกลับมาไม่ได้ หรือ “เงินจม” นี่แหละ ที่ทำให้การตัดสินใจคลาดเคลื่อน ดังนั้น ถึงเวลารู้เท่าทันเงินจม เพื่อไม่ให้ธุรกิจต้องล่มก่อนเวลาอันควร