รวมแหล่งเงินทุนสำหรับ SME รู้วิธีเข้าถึง ข้อดี-ข้อเสีย ครบ จบ ในที่เดียว

TEXT : ภัทร เถื่อนศิริ                  

Main Idea

  • เพราะปัญหาเรื่องเงินคือเรื่องใหญ่ในการทำธุรกิจ นี่คือ แหล่งเงินทุนสำหรับ SME ที่รวมไว้ครบในที่เดียว

 

     ช่วงต้นปีผมเชื่อว่าผู้ประกอบการหลายๆ ท่าน กำลังวางแผนที่จะเติบโตขยายกิจการกันในปี 2566 นี้อย่างแน่นอน ซึ่งปัจจัยในการขยายตัวนั้นก็คงจะมีหลากหลาย แตกต่างกันไปในแต่ละธุรกิจ แต่ผมเชื่อว่าในทุกๆ ธุรกิจ “ปัจจัยสำคัญในการขยายตัวของ SME คือ แหล่งเงินทุน” แล้วเราเหล่า SME จะสามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนเพื่อขยายธุรกิจของเราจากไหนได้บ้าง

1. แหล่งเงินทุนของตัวเอง (Founder, Family, Friend)

  • เงินออม Founder เจ้าของธุรกิจ SME ที่มีเงินออมหรือเงินเก็บส่วนตัวที่คำนวณแล้วว่าถ้าหยิบเงินออมมาใช้จะไม่ทำให้ตัวเองเดือดร้อนในระยะเวลา 6 เดือนถึง 1 ปี ทั้งนี้ควรนำเงินออมออกมาใช้เพียงครึ่งเดียว เพื่อยังเหลือเงินออมของตัวเองไว้

 

  • หยิบยืมจากครอบครัว หากคนในครอบครัวหรือคนใกล้ชิดมีกำลังทรัพย์ เจ้าของธุรกิจ SME อาจเลือกการหยิบยืมเงินทุนจากครอบครัว เพราะไม่มีดอกเบี้ย และหากธุรกิจมีผลกำไรก็สามารถแบ่งให้ครอบครัวได้

 

  • หลายคนก็เตือนเรื่องของการใช้แหล่งเงินทุนประเภทนี้ หากใช้เงินของครอบครัว หรือ หยิบยืมจากเพื่อนฝูง จำเป็นต้องมีการบริหารความสัมพันธ์ให้ดี เพราะอาจจะมีปัญหาระยะยาวก็ได้ เพราะแหล่งเงินนี้จะได้มาง่ายกว่าที่อื่น แต่ก็จะต้องคืนเงินที่รับมาให้ได้เช่นกัน

 

  • คำแนะนำหากจะขอยืมเงินคนใกล้ตัวมาเริ่มธุรกิจ ควรจะเริ่มด้วยทุนของตัวเองก่อน เพื่อทดสอบตลาดว่าตอบรับธุรกิจที่เราคิดจะทำขึ้นหรือไม่ หากทำแล้วมีแนวโน้มดีอย่างต่อเนื่อง ก็น่าจะสร้างความมั่นใจให้กับเราและผู้ที่เราจะไปขอสนับสนุนทางการเงินว่า ให้เงินไปแล้วจะได้รับเงินคืนในอนาคต

 

2. นักลงทุน Angel Investor หรือ Venture Capital

  • Angel Investor คือ นักลงทุนอิสระที่มีเงินทุนและประสบการณ์มักเลือกลงทุนในธุรกิจที่ตัวเองชื่นชอบไอเดียและทีมงาน โดยให้เงินทุนสำหรับการเริ่มต้น แต่การจะเจอกับนักลงทุนอิสระต้องอาศัยคอนเนกชั่นทางธุรกิจ

 

  • Venture Capital (VC) คือ องค์กรที่รวบรวมเงินจากกลุ่มนักลงทุนหรือบริษัท เพื่อนำไปหาโอกาสการลงทุนและสร้างผลตอบแทนจากธุรกิจที่มีรายได้หรือการเติบโตที่ดี ซึ่ง Venture Capital จะให้เงินลงทุนสูงกว่า Angel Investor และมีระยะเวลาลงทุนนานกว่า โดยอยู่ที่ 3-5 ปี

 

  • แหล่งเงินทุนที่มาจาก Investor, Venture Capital นี้ สาเหตุที่ลงทุนส่วนใหญ่ก็เพราะรู้เข้าใจในสถานการณ์ธุรกิจ กลุ่มนักลงทุนอิสระที่จะใช้เงินทุนส่วนตัวของตัวเองมาร่วมลงทุนกับธุรกิจสตาร์ทอัพ โดยมาก จะเป็นเจ้าของธุรกิจที่ประสบความสำเร็จมาแล้ว มีเงินทุน และมีความสนใจหรือมีความรู้ ความเชี่ยวชาญในธุรกิจที่จะร่วมลงทุน ซึ่งนอกจากจะให้เงินทุนแล้ว ยังสามารถให้คำแนะนำ ช่วยเหลือธุรกิจสตาร์ทอัพ หรือช่วยหาเครือข่ายธุรกิจ (Connection) ให้ในการทำธุรกิจได้ ด้วย ซึ่งนักลงทุนกลุ่มนี้อาจจะไม่ได้ลงทุนด้วยจำนวนเงินที่สูงมาก แต่ถือเป็นผู้ที่มีบทบาทมากในช่วงแรก เพราะสามารถช่วยให้สตาร์ทอัพเริ่มต้นธุรกิจได้

 

3. ธนาคารและสถาบันการเงิน

  • การกู้สินเชื่อธุรกิจกับธนาคารหรือสถาบันการเงินนับเป็นการกู้เงินในระบบ มีข้อดีต่อเจ้าของธุรกิจ SME ที่หาแหล่งเงินทุน คือ กฎหมายจะมีการรับรองว่ามีการกู้หนี้ยืมสินจริง มีการกำหนดอัตราดอกเบี้ยที่เป็นไปตามกฎหมาย มีการพิจารณาให้สินเชื่อและกำหนดระยะเวลาชำระคืนตามความเหมาะสมของธุรกิจ โดยเงื่อนไขเป็นไปตามที่ธนาคารและสถาบันการเงินกำหนด

 

  • แนวทางนี้เป็นทางที่ได้รับความนิยมสูงสุดจากผู้ประกอบการ เงินกู้คือการขอยืมเงินจากสถาบันการเงินโดยมีสัญญาว่าจะใช้คืนทั้งเงินต้นและดอกเบี้ยตามระยะเวลา การกู้เงินประเภทนี้ จะนำเอาแผนธุรกิจ หรือทรัพย์สินอื่นเป็นหลักทรัพย์ค้ำประกัน เพื่อขอเงินกู้ออกมาใช้ในการขยายธุรกิจ

 

  • สำหรับเงินกู้นั้นแบ่งออกเป็นหลายประเภท เช่น เงินกู้ปกติ (Loan) เงินกู้เบิกเกินบัญชี (Overdraft : O/D) , เงินกู้แบบตั๋วสัญญาใช้เงิน (Promissory Note : P/N ) , หนังสือค้ำประกัน (Bank Guarantee) เป็นต้น

 

     ข้อดี: วงเงินกู้ และอัตราดอกเบี้ยขึ้นอยู่กับประวัติธุรกิจ

     ข้อเสีย: เงื่อนไขในการสมัครสินเชื่อ เช่น การใช้หลักประกัน และระยะเวลาการพิจารณาอนุมัติที่กำหนดแน่ชัดไม่ได้

4. เงินอุดหนุนจากรัฐบาล

  • หน่วยงานรัฐบาลหลายๆ หน่วยงาน เช่น สสว., บสย., ISMED ฯลฯ มักมีโครงการที่สนับสนุนเงินทุนให้เปล่าสำหรับเจ้าของธุรกิจ SME โดยเปิดรับสมัครเจ้าของธุรกิจเข้ามาเสนอแผนธุรกิจในโครงการต่างๆ ส่วนใหญ่จะพิจารณาธุรกิจที่สร้างนวัตกรรมหรือสร้างประโยชน์ให้กับประเทศ

 

  • ดังนั้นเจ้าของธุรกิจต้องเตรียมตัวให้พร้อมเพื่อนำเสนอแผนธุรกิจ หากโครงการน่าสนใจ ได้รับการคัดเลือก อาจจะต้องรอการอนุมัติเงินสดภายใน 3-6 เดือน เจ้าของธุรกิจจึงควรเตรียมเงินสำรองฉุกเฉิน เพื่อให้ธุรกิจไม่หยุดชะงัก

 

  • สำหรับหน่วยงานรัฐ จะให้การสนับสนุนตามวัตถุประสงค์ขององค์กร เช่น สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) จะให้เงินสนับสนุนในการทำวิจัย ด้านนวัตกรรมเพื่อช่วยให้สินค้ามีคุณภาพสูงขึ้นแปลกใหม่และส่งออกได้มากขึ้น หรืออย่างสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (NIA) ที่เปิดให้ผู้ประกอบการสามารถขอทุรของโครงการนวัตกรรมแบบเปิดเพื่อส่งเสริมให้เกิดการสร้างนวัตกรรมตลอดห่วงโซ่มูลค่าอย่างยั่งยืน

 

5. ระดมทุนสาธารณะ (Crowdfunding)

     คราวด์ฟันดิง (Crowdfunding) คือ การระดมทุนจากนักลงทุน เพื่อสนับสนุนธุรกิจ SME หรือ Start up ผ่าน คลาวด์ฟันดิง แพลตฟอร์ม (Crowdfunding Platform หรือ Funding Portal) ที่ได้การยอมรับจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ซึ่งปัจจุบันมีผู้ให้บริการระบบคราวด์ฟันดิง ทั้งหมด 6 บริษัทด้วยกัน หรืออัพเดทรายชื่อบริษัทได้ที่เว็บไซต์ ก.ล.ต.

     การระดมทุนคราวด์ฟันดิง (Crowdfunding) มี 4 ประเภท ดังนี้

  • การระดมทุนในรูปแบบการบริจาค (Donation-Based)

 

  • การระดมทุนเพื่อแลกกับสินค้าหรือของที่ระลึกเป็นสิ่งตอบแทน (Reward-based)

 

  • การระดมทุนที่เป็นการกู้ยืม (Peer-to-peer Lending)

 

  • การระดมทุนในรูปแบบหลักทรัพย์ (Investment-Based) แบ่งออกเป็น 2 แบบ

 

     1. การระดมทุนโดยการออกหุ้น (Equity-Based Crowdfunding)

     2. การระดมทุนโดยการออกหุ้นกู้ (Debt-Based Crowdfunding )

     ปัจจุบันการระดมทุนที่ได้รับความนิยมในประเทศไทยคือ การระดมทุนโดยการออกหุ้นกู้ โดยมีคลาวด์ฟันดิง แพลตฟอร์ม เป็นตัวกลางทำหน้าที่ในการวิเคราะห์ความประเมินความเสี่ยง คำนวณอัตราดอกเบี้ย

     นักลงทุนที่สนใจและเข้าลงทุนในหุ้นกู้นั้นๆ จะมีสถานะเป็น “เจ้าหนี้” ส่วนผู้ขอออกหุ้นกู้จะมีสถานะเป็น “ลูกหนี้” มีหน้าที่ชำระดอกเบื้ยตามอายุของหุ้นกู้

  • เจ้าของธุรกิจ SME ที่มั่นใจว่าแผนธุรกิจที่คิดขึ้นมาจะดำเนินไปได้ด้วยดี สามารถเปิดให้ระดมทุนจากบุคคลทั่วไปผ่านเว็บไซต์ที่เปิดให้ระดุมทุนสาธารณะ (Crowdfunding) เช่น Kickstarter, Indiegogo, GoFundMe ฯลฯ ธุรกิจที่ฝันไว้ก็อาจเป็นจริงได้แน่นอน

 

    ข้อดี: ไม่ต้องใช้หลักทรัพย์ค้ำประกัน สมัครง่ายผ่านออนไลน์ และต้อนรับทุกอุตสาหกรรม

     ข้อเสีย: ความสามารถในการระดมทุนขึ้นอยู่กับความน่าสนใจของบริษัท

 

6. บริษัทผู้รับซื้อลูกหนี้ (Factoring Company)

  • บริษัทแฟคเตอร์ (Factor) เป็นตัวกลางในการรับซื้อใบแจ้งหนี้ (Invoice) จากบริษัทผู้ขายสินค้า (Seller) เมื่อส่งมอบสินค้าให้บริษัทผู้ซื้อสินค้า (Buyer) เรียบร้อยแล้ว บริษัทผู้ขายสินค้า (Seller) จะโอนสิทธิ์ในหนี้การค้าให้กับ บริษัทแฟคเตอร์ (Factor) เพื่อเปลี่ยนเป็นเงินสดล่วงหน้า โดยไม่ต้องรอระยะเวลาชำระหนี้ (Credit Term) หลังจากทำการโอนสิทธิ์แล้ว บริษัทแฟคเตอร์ (Factor) จะมีหน้าที่ในการเรียกเก็บเงินกับบริษัทผู้ซื้อสินค้า (Buyer) เมื่อครบกำหนดชำระ

 

     ข้อดี: ผู้ขายสินค้าจะได้รับเงินเร็ว และไม่ต้องใช้หลักทรัพย์ค้ำประกัน

     ข้อเสีย: บริษัทจำเป็นต้องมีคู่ค้าขนาดใหญ่ และน่าเชื่อถือ

7.พาร์ทเนอร์ทางธุรกิจ (Ecosystem หรือ Supply Chain Finance)

  • ลองตรวจสอบดูว่าพาร์ทเนอร์ของคุณมีบริการในด้านสินเชื่อหรือไม่ เนื่องจากบริษัทพาร์ทเนอร์จะรู้จักประวัติของคุณเป็นอย่างดี และสามารถเสนอสินเชื่อที่เหมาะสมให้กับธุรกิจของคุณได้ ถ้าคุณมีประวัติการค้าขายที่ดี ก็ไม่ใช่เรื่องยากที่จะได้รับการอนุมัติ

 

     ข้อดี: ง่ายต่อการได้รับอนุมัติ หากมีประวัติค้าขายที่ดี สมัครง่ายผ่านแพลตฟอร์มพาร์ทเนอร์ที่ใช้ได้เลย

     ข้อเสีย: วงเงินขึ้นอยู่กับยอดขาย

 

ตัวอย่างพาร์ทเนอร์ทางธุรกิจ

  • Shopee มีบริการสินเชื่อเงินสด SEasyCash รูปแบบสินเชื่อระยะสั้น สำหรับร้านค้ามีบัญชีกับ Shopee

 

  • Grab มีบริการสินเชื่อเงินสด Grab Finance สินเชื่อสำหรับพาร์ทเนอร์ร้านค้า Grab

 

  • QWIK ร่วมกับ อินเวสทรี มีบริการเงินทุนคราวด์ฟันดิง (Crowdfunding) สำหรับผู้ใช้บริการ QWIK ที่มีรายการในระบบอย่างน้อย 6 เดือน วงเงินสูงสุด 5,000,000 บาท ดอกเบี้ยเริ่มต้น 6% ต่อปี

 

  • ท็อปส์ ซูเปอร์มาร์เก็ต ร่วมกับ อินเวสทรี มีบริการเงินทุนคราวด์ฟันดิง (Crowdfunding) สำหรับเจ้าหนี้การค้า

 

8. ขายทรัพย์สินที่ไม่จำเป็น

     หากมีทรัพย์สินที่ไม่จำเป็นสำหรับกิจการ ไม่ก่อให้เกิดรายได้ หรือยังไม่มีแผนว่าจะจัดการอย่างไร เจ้าของธุรกิจสามารถขายทรัพย์สินเหล่านั้น เพื่อนำเงินที่ได้มาใช้ลงทุนต่อยอดต่อไป วิธีนี้เป็นวิธีที่ดีมาก เพราะนอกจากจะได้เงินทุนแล้ว ยังช่วยจัดการทรัพย์สินที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ซึ่งหากเก็บไว้ไปเรื่อย ๆ ก็อาจสร้างภาระหลายอย่าง เช่น ค่าเช่าพื้นที่จัดเก็บ ค่าบำรุงรักษา ฯลฯ

9. LiVE Exchange หรือ LiVEx

     ตลาดหลักทรัพย์ไลฟ์เอ็กซ์เช้นจ์ (LiVEx) เกิดขึ้นเพื่อสร้างโอกาสและสนับสนุนการเติบโตให้ผู้ประกอบการ SMEs และ Startups เพื่อให้เข้าถึงแหล่งทุนในตลาดทุน ได้เปิดให้บริการ LiVE Platform เพื่อเป็นแพลตฟอร์มที่ช่วยให้ความรู้ เพิ่มศักยภาพและสร้างความพร้อมให้ผู้ประกอบการ ผ่านบริการต่าง ๆ อาทิ ห้องเรียนผู้ประกอบการ, โครงการ Incubation และ Acceleration Program และได้ร่วมกับสำนักงาน ก.ล.ต. พัฒนาหลักเกณฑ์ต่าง ๆ ให้เหมาะสมกับ SMEs / Startups เพื่อให้สามารถระดมทุนและจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ได้

วิธีเข้าถึงแหล่งเงินกู้ให้สำเร็จ

     โดยปัญหาที่เกิดขึ้นบ่อย ๆ ที่ทำให้กลุ่มผู้ประกอบการไม่ประสบความสำเร็จในการเข้าถึงแหล่งเงินทุนผู้ประกอบการรายใหม่ ก็คือ “การเขียนแผนธุรกิจ” ซึ่งต้องขอย้ำว่าสิ่งนี้ถือว่าเป็น “หัวใจ” สำคัญมากๆ"

     เพื่อช่วยให้การบริหารจัดการด้านการเงินของคุณให้อยู่รอดในช่วงเริ่มต้นธุรกิจ แผนและกลยุทธ์ที่สำคัญก็คงหนีไม่พ้นเรื่อง “การประมาณการณ์ความต้องการในการใช้เงิน”พูดง่ายๆ ก็คือ การจัดทำงบประมาณค่าใช้จ่ายที่ชัดเจน ทำเป็นรายเดือน เห็นความเคลื่อนไหวตลอดทั้งปี จัดทำทุกรายการต่างๆ ที่จำเป็นต่อการดำเนินธุรกิจ เช่น ค่าเช่าสถานที่ ค่าเดินทาง และอื่นๆ จะทำให้ผู้ประกอบการ SME ก้าวสู่เส้นทางธุรกิจอย่างถูกทาง

     การเขียนแผนธุรกิจ คือบันไดขั้นแรกที่จะแสดงให้เห็นถึงโอกาสของธุรกิจ แผนธุรกิจจะทำให้ทราบถึงกลุ่มลูกค้าหรือตลาดเป้าหมาย ประมาณการผลกำไร การหมุนเวียนของกระแสเงินสด วางกรอบค่าใช้จ่าย เช่น เงินเดือน ค่าจ้าง ค่าโสหุ้ย และภาษีที่ต้องจ่าย อีกทั้งยังช่วยเพิ่มโอกาสให้นักธุรกิจสามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนผู้ประกอบการรายใหม่ได้เป็นอย่างดี แผนธุรกิจที่ดียังต้องมีการวางกลยุทธ์ทางการเงินที่ดีด้วย นั่นคือ “การจัดเตรียมแผนทางการเงิน” ผู้ประกอบการ SME ต้องวางแผนการใช้จ่ายควบคู่ไปกับแผนการออมเงิน ตรงนี้คือหัวใจที่ต้องถือเป็นข้อปฏิบัติอย่างเคร่งครัด พูดง่ายๆ ก็คือ ต้องมีวินัยทางการเงินอย่างมาก ยังมีรายละเอียดปลีกย่อยอื่น ๆ อีก เช่น การจัดทำงบประมาณ ซึ่งจะเป็นการแสดงให้เห็นถึงตัวเลข ยอดขาย รายได้ และผลกำไรที่คาดว่าจะได้รับ ประมาณการต้นทุนธุรกิจ ซึ่งจะสามารถประมาณการได้จากยอดขายและผลกำไร ซึ่งต้องมีความแม่นยำ

     วิธีหาแหล่งเงินทุนผู้ประกอบการยุคใหม่ในยุคนี้ หากมีการจัดทำแผนธุรกิจที่ชัดเจน มีวินัยทางการเงิน และปฎิบัติอย่างเคร่งครัด นอกจากจะหาแหล่งเงินทุนมาเพิ่มพัฒนาธุรกิจได้แล้ว ผู้ประกอบการ SME ยังสามารถต่อรองเพื่อให้ได้เงินทุนมาต่อยอดหรือขยายธุรกิจได้ด้วยในวันข้างหน้า หรือสามารถต่อรองเพื่อให้ได้ระยะเวลาในการชำระหนี้ที่ยาวนานขึ้นด้วยเช่นกัน นี่คือหลักการง่าย ๆ ที่จะเป็นใบเบิกทางให้ผู้ประกอบการ SME ประสบความสำเร็จในการเข้าถึงแหล่งเงินทุนในการประกอบธุรกิจ แต่หลักการง่ายๆ นี้มีอยู่สิ่งเดียวที่จะก้าวข้ามผ่านไปได้ คือการสร้างวินัยทางการเงิน ถ้าทำได้ความสำเร็จก็อยู่แค่เอื้อมครับ

ที่มา : https://www.investree.co.th/knowledge-hub-detail/what-type-of-financing-are-available-for-sme-business

https://exac.exim.go.th/detail/20200325111005/20211228092344

https://www.krungsri.com/th/plearn-plearn/easy-ways-to-find-capital

https://krungthai.com/th/krungthai-update/promotion-detail/1329

https://bit.ly/3XslRl9

 

www.smethailandclub.com
ศูนย์รวมข้อมูลธุรกิจเอสเอ็มอี

 

 

RECCOMMEND: FINANCE

6 วิธีรู้ทันเงินจม   กับดักเงียบที่ทำ SME ขาดทุนไม่รู้ตัว เพียงเพราะคำว่า “เสียดาย” คำเดียว

เคยคิดไหมว่า บางครั้งที่ธุรกิจยังดึงดันไปต่อ ไม่ใช่เพราะคุ้ม แต่เพราะเสียดายเงินที่เสียไปแล้ว และเงินที่เสียไปโดยเรียกคืนกลับมาไม่ได้ หรือ “เงินจม” นี่แหละ ที่ทำให้การตัดสินใจคลาดเคลื่อน ดังนั้น ถึงเวลารู้เท่าทันเงินจม เพื่อไม่ให้ธุรกิจต้องล่มก่อนเวลาอันควร

Reverse Budgeting เทคนิคจัดงบแบบย้อนกลับ ออมเงินได้จริง ทั้งธุรกิจและชีวิตส่วนตัว

ชวนมารู้จักเทคนิค “Reverse Budgeting” การจัดทำงบประมาณแบบย้อนกลับ ตัวช่วยที่จะทำให้คุณออมเงินได้ง่ายขึ้น โดยการเปลี่ยนมา “ออมก่อน…ใช้ทีหลัง” เป็นวิธีง่ายๆ ไม่ต้องคำนวณซับซ้อน แต่ช่วยให้มีเงินออมได้จริง ทั้งในชีวิตส่วนตัวและธุรกิจ

Pizza Budgeting ตัวช่วย SME หยุดปัญหาหนี้สะสม ด้วย “พิซซ่า 1 ถาด”    

หนี้สะสมไม่ใช่จุดจบ แค่แบ่งงบเป็นชิ้นๆ แบบ “Pizza Budgeting” ซึ่งเป็นเทคนิคจัดสรรการเงินง่ายๆ เพียงมองรายได้ทั้งเดือนเป็น “พิซซ่า 1 ถาด” แล้วแบ่งออกเป็นชิ้นๆ ตามค่าใช้จ่ายต่างๆ ของธุรกิจ แบ่งได้ถูก = รู้ทันทีว่าธุรกิจมีเงินพอหรือไม่