รู้ยัง! กรมสรรพากรอนุญาต ใช้คอนโดฯ ยื่นจด VAT ได้แล้ว  

TEXT: Momiin

Main Idea

  • ที่ผ่านมาในการจดภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) ไม่สามารถใช้ที่อยู่คอนโดฯ ในการจดได้

 

  • แต่ทางกรมสรรพกรประกาศมาแล้วว่า ตั้งแต่วันที่ 1 ธันวาคม 2565 เป็นต้นไป พ่อค้าแม่ค้าออนไลน์สามารถนำที่อยู่คอนโด หรือห้องชุดมาจด VAT ได้แล้ว

 

     ภาษีเป็นเรื่องใกล้ตัวที่พ่อค้าแม่ค้าออนไลน์ห้ามมองข้ามเด็ดขาด บางคนอาจจะรู้สึกว่าเราไม่ได้มียอดขายเยอะขนาดนั้น ก็เลยทำให้มองข้ามในส่วนนี้ไป แต่ถ้าเกิดว่าวันหนึ่งร้านของคุณมีรายได้ทั้งปีเกินกว่า 1.8 ล้านบาท ต้องมีหน้าที่จดทะเบียน VAT ต่อกรมสรรพากร ซึ่งถ้าไม่จ่ายก็ต้องโดนเรียกเก็บภาษีย้อนหลัง และถ้าไม่อยากโดนเรียกเก็บภาษีย้อนหลัง สามารถอ่านเพิ่มเติมได้ที่ https://www.smethailandclub.com/finance/8731.html

     แต่เรื่องที่เราจะมาพูดในวันนี้เป็นเรื่องดีสำหรับพ่อค้าแม่ค้าออนไลน์ที่พักอาศัยอยู่ในคอนโดมิเนียม โดยทางกรมสรรพากรประกาศมาแล้วว่า สำหรับพ่อค้าแม่ค้าออนไลน์ที่เป็นบุคคลธรรมดา และต้องการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) สามารถใช้ที่อยู่ในอาคารชุดหรือคอนโดมิเนียมขอจดทะเบียน VAT ผ่านระบบออนไลน์ได้แล้ว ตั้งแต่วันที่ 1 ธันวาคม 2565 เป็นต้นไป

     ซึ่งที่ผ่านมาไม่สามารถใช้อาคารชุดเป็นสถานประกอบการเพื่อจดทะเบียน VAT ได้ กรมสรรพากรจึงได้ปรับปรุงกฎหมายให้สอดคล้องกับรูปแบบการประกอบธุรกิจและขายของออนไลน์ในปัจจุบัน โดยให้นำอาคารชุดหรือคอนโดมิเนียมมาเป็นสถานประกอบการในการจดทะเบียน VAT ได้ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กำหนด

 คุณสมบัติของผู้จด VAT

  • บุคคลธรรมดา สัญชาติไทย ซึ่งเคยผ่านกระบวนการพิสูจน์และยืนยันตัวตนทางดิจิทัล (NDID) 

 

  • ประกอบกิจการพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ และได้จดทะเบียนพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ตามกฎหมายว่าด้วยทะเบียนพาณิชย์กับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า

 

  • มีสถานประกอบการอยู่ในอาคารชุดเพียงแห่งเดียว

 

  • ผู้ประกอบการต้องให้ความยินยอม เพื่อประโยชน์ในการพิจารณาอนุมัติการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม และเพื่อประโยชน์ในการตรวจปฏิบัติการทางภาษีอากร

 

เอกสารที่ต้องเตรียมก่อนจดภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT)

     1. สัญญาเช่าอสังหาริมทรัพย์ (กรณีเช่า) หรือ หนังสือยินยอมให้ใช้สถานที่ (กรณีเจ้าของอสังหาริมทรัพย์ให้ใช้อสังหาริมทรัพย์นั้น โดยไม่มีค่าตอบแทน)

     2. เอกสารแสดงกรรมสิทธิ์ในอสังหาริมทรัพย์ที่ใช้เป็นสถานประกอบการ (กรณีเจ้าของอสังหาริมทรัพย์ใช้ที่อยู่อาศัยของตนเองเป็นสถานประกอบการ)

     3. สำเนาทะเบียนบ้านที่ตั้งสถานประกอบการ

     4. แผนที่แสดงที่ตั้งของสถานประกอบการ พร้อมภาพถ่ายสถานประกอบการ

     5. สำเนาหน้าสมุดบัญชีธนาคารที่ใช้ประกอบกิจการ (ถ้ามี)

 

3 ขั้นตอนในการจด VAT ทางออนไลน์

     1. สามารถจดทะเบียนได้ที่ rd.go.th ช่องทางเดียวเท่านั้น

     2. ใส่เลขบัตรประชาชน 13 หลัก พิสูจน์และยืนยันตัวตนดิจิทัล (NDID)

     3. อัปโหลดเอกสารที่เกี่ยวข้อง โดยสามารถดูรายละเอียดได้ที่ rd.go.th >> บุคคธรรมดา >>ภาษีมูลค่าเพิ่ม >> ระบบจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มสำหรับ ผู้ประกอบการพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ที่ใช้อาคารชุดเป็นสถานประกอบการ

     **สำหรับใครที่กำลังสงสัยว่าจด VAT ผ่านทางออนไลน์รอผลนานกี่วัน การจดภาษีมูลค่าเพิ่ม(VAT) รอผลอนุมัติ ประมาณ 15 วัน**

     และสุดท้าย ขอเตือน!! ผู้ประกอบการที่มีรายรับจากการขายสินค้าหรือให้บริการเป็นปกติธุระเกินกว่า 1.8 ล้านบาทต่อปี ให้ยื่นคำขอจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มภายใน 30 วันนับแต่วันที่มีรายรับเกิน

ที่มา : https://rdecommerce.rd.go.th/vatcondo/main/MainRegistration

https://www.rd.go.th/fileadmin/user_upload/lorkhor/newsbanner/2022/12/vat_condo2.12.65.pdf

 

www.smethailandclub.com
ศูนย์รวมข้อมูลธุรกิจเอสเอ็มอี

RECCOMMEND: FINANCE

ฟังแนวคิดผู้บริหาร ไทยเครดิต  ทำไมถึงเลือกปักธงเป็นแบงก์เพื่อ Micro SME

ธนาคารไทยเครดิต ประกาศทิศทางธุรกิจปี 2569 เดินหน้ากลยุทธ์ “Quality Growth” เร่งลงทุนเทคโนโลยีเพื่อเปลี่ยนผ่านสู่ “Full Digital Banking Platform” และขยายฐานลูกค้าที่ยังเข้าไม่ถึงบริการทางการเงิน เพื่อพัฒนาเศรษฐกิจรากหญ้าไทยสู่ความยั่งยืน

หมดยุคหารบิล! “Go Dutch Mindset” กินเท่าไหร่ จ่ายเท่านั้น จุดเริ่มวินัยการเงิน ไม่ทิ้งภาระไว้ให้ใครข้างหลัง

“Go Dutch” สำนวนอังกฤษที่แปลว่า “ต่างคนต่างจ่าย” อาจดูเป็นแค่การแยกบิล แต่จริงๆ มัน คือ วินัยทางการเงินรูปแบบหนึ่งที่ใครใช้ คนนั้นต้องรับผิดชอบ เพราะความมั่นคง ไม่ได้เริ่มจากเงินก้อนใหญ่ แต่มักเริ่มจากความชัดเจนเรื่องเล็กๆ ลองมาทำความรู้จักกับแนวคิด Go Dutch ให้มากขึ้นกัน

6 วิธีรู้ทันเงินจม   กับดักเงียบที่ทำ SME ขาดทุนไม่รู้ตัว เพียงเพราะคำว่า “เสียดาย” คำเดียว

เคยคิดไหมว่า บางครั้งที่ธุรกิจยังดึงดันไปต่อ ไม่ใช่เพราะคุ้ม แต่เพราะเสียดายเงินที่เสียไปแล้ว และเงินที่เสียไปโดยเรียกคืนกลับมาไม่ได้ หรือ “เงินจม” นี่แหละ ที่ทำให้การตัดสินใจคลาดเคลื่อน ดังนั้น ถึงเวลารู้เท่าทันเงินจม เพื่อไม่ให้ธุรกิจต้องล่มก่อนเวลาอันควร