การควบคุมบัญชีสินค้าคงเหลือ





เรื่อง : อชิระ ประดับกุล
            misterachira@hotmail.com



    บัญชี ‘สินค้าคงเหลือ’ เป็นบัญชีหนึ่งที่ค่อนข้างควบคุมลำบากนักในทางปฎิบัติ เพราะรายละเอียดมากเหลือเกิน และว่ากันว่าเมื่อใดก็ตามที่ ‘เจ้าหน้าที่กรมสรรพากร’ เรียกตรวจสอบบัญชีดังกล่าว ก็มักจะเจอเหตุการณ์ที่ สินค้าคงเหลือที่มีอยู่จริง ไม่ตรงกับตัวเลขในบัญชีอยู่ร่ำไป และนำไปสู่การเสียเบี้ยปรับทางภาษีในที่สุด

    ธุรกิจประเภท ‘ซื้อมาขายไป’ และ ‘ผลิตสินค้าเพื่อขาย’ ดูจะเป็นธุรกิจที่ผมยกตัวอย่างให้คุณเห็นภาพได้ดีที่สุดครับ เพราะอย่างไรเสียก็จะต้องมี ‘สินค้าคงเหลือ’ อยู่กับธุรกิจอย่างแน่นอน ซึ่งในทางบัญชีนั้น สามารถที่จะให้คำจำกัดความของ ‘บัญชีสินค้าคงเหลือ’ ว่า หมายถึง

- วัตถุดิบ หมายถึง วัตถุดิบที่ใช้ในการผลิตสินค้าสำหรับกรณี ‘ธุรกิจผลิตสินค้า’

- งานระหว่างทำ หมายถึง สินค้าที่อยู่ระหว่างการผลิตแต่ยังเสร็จไม่สมบูรณ์ 

- สินค้าสำเร็จรูป หมายถึง สินค้าที่ผลิตเสร็จแล้วและรอการขาย / สินค้าที่ซื้อมาเพื่อรอการจำหน่าย

- อะไหล่/ วัสดุสิ้นเปลือง หมายถึง วัสดุสิ้นเปลืองต่างๆที่ไว้ใช้งาน เช่น วัสดุสำนักงาน และ วัสดุโรงงาน เป็นต้น

    และด้วยเหตุที่สินค้าคงเหลือของแต่ละกิจการ ก็แตกต่างกันออกไป ทั้งขนาด รูปร่าง ใหญ่ เล็ก ต่างกัน ทำให้การควบคุมและจัดเก็บอาจเกิดข้อผิดพลาดได้โดยง่ายหากไม่มีการวางแผนการควบคุมไว้อย่างรัดกุม  เราจะลองมาดูวิธีการควบคุมสินค้าคงเหลือกันครับว่าจะทำได้อย่างไรบ้าง

 



    1. เมื่อได้รับสินค้าจะต้องมีบุคคลากรของหน่วยงานฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งที่แยกจากฝ่ายบัญชี ฝ่ายคลังสินค้าหรือฝายจัดซื้อ ทำหน้าที่ในการตรวจนับและตรวจสอบสินค้าที่ได้รับ 


    2. จากนั้นต้องมีการออกใบรับสินค้าซึ่งมีสำเนาส่งไปยังส่วนงานต่างๆเพื่อเก็บไว้เป้นหลักฐานโดยส่วนงานที่เกี่ยวข้องได้แก่ แผนกคลังสินค้า, แผนกบัญชี, แผนกจัดซื้อ และแผนกที่ทำการตรวจรับสินค้า


    3. มีผู้ควบคุมสินค้าคงเหลือสำหรับการเบิกจ่าย โดยเป็นผู้รักษากุญแจและมีหัวหน้างานคอยควบคุมอีกชั้นหนึ่ง


    4. การนำของออกจากคลังสินค้าจะต้องมีใบเบิก /ใบส่งของหรือ ใบกำกับภาษี ทุกครั้ง


    5. ตรวจสอบข้อมูลทางบัญชีอย่างสม่ำเสมอ ทั้งการรับสินค้าเข้าหรือจ่ายออกจากคลังสินค้า โดยทำ ‘การตรวจนับสินค้า’ และควรทำมากกว่า 1 ครั้งต่อปี โดยการตรวจนับดังกล่าวจะต้องประกอบไปด้วยเจ้าหน้าที่ 2 ส่วนงานคือ ‘แผนกคลังสินค้า’ ที่รับผิดชอบโดยตรงในการควบคุมพร้อมๆ ไปกับ ‘แผนกบัญชี’ หรือแผนกอื่นๆไปพร้อมๆ กันเพื่อเป็นการตรวจสอบยืนยันกันทั้ง 2 ส่วนงาน โดยบุคคลากรทั้ง 2 ส่วนงานจะต้องลงนามในรายงานการตรวจนับด้วย และต้องจัดทำรายละเอียดของการตรวจนับดังกล่าวด้วย เช่น สรุปจำนวนหน่วยและจำนวนเงินของสินค้าที่ตรวจนับได้ รวมทั้งรายการแยกราคาต่อหน่วย ประเภทของสินค้า และยอดรวมทั้งสิ้น

     
    6. ในกรณีที่สินค้าคงเหลือ มีตำหนิ ชำรุด หรือเสียหาย จะต้องทำการตรวจสอบและจัดทำรายงาน จำนวน ประเภท และความเสียหายที่เกิดขึ้นทันที


    7. หากมีการตรวจนับสินค้าและพบว่าสินค้าคงเหลือที่มีอยู่จริงไม่ตรงกับตัวเลขทางบัญชีที่ได้บันทึกไว้จะต้องทำรายงานถึงผลแตกต่างดังกล่าวของตัวเลขและขออนุมัติผู้บริหารเพื่อทำการปรับปรุงตัวเลขให้สินค้าคงเหลือที่มีอยู่จริงเท่ากับตัวเลขที่ปรากฏทางบัญชี   และนอกจากนี้จะต้องทำการตรวจสอบถึงสาเหตุที่ทำให้ตัวเลขดังกล่าวเกิดความแตกต่างด้วยเพราะอาจเกิดจากการทุจริตภายในองค์กรได้


 



    8. รายงานสินค้าคงเหลือที่ต้องจัดทำได้แก่ สินค้าหมุนเวียนช้า, สินค้าล้าสมัย, สินค้าเกินปริมาณสูงสุดและน้อยกว่าจุดต่ำสุดที่กำหนดไว้ และสินค้าชำรุด


     ทั้งนี้ การตรวจนับสินค้ากิจการจะต้องมีวิธีปฏิบัติในการควบคุม ดังนี้ 

- การกำหนดเลขที่ของเอกสารเกี่ยวกับการรับและจ่ายว่าเป็นการรับหรือการผลิตในช่วงเวลาใดเพื่อป้องกันการบันทึกซ้ำซ้อน

- แยกสินค้าหมุนเวียนช้า ล้าสมัยและชำรุดออกจากสินค้าปกติให้เห็นชัดเจน

- รายการตรวจนับมีเลขที่และบอกสถานที่ตรวจนับ

- มีการสอบทานการตรวจนับ โดยเจ้าหน้าที่ที่ไม่เกี่ยวกับสินค้าหรือบัญชีสินค้า

- สินค้าที่ตรวจนับแล้วมีการทำเครื่องหมายเพื่อป้องกันการนับซ้ำ

- กรณีสินค้ารับคืนจากลูกค้าต้องได้รับการอนุมัติจากผู้ที่ได้รับมอบอำนาจในเรื่องนี้โดยเฉพาะและทำการแจ้งฝ่ายขายและฝ่ายบัญชี เพื่อให้ลงบัญชีสินค้าทันที

- สินค้าที่ตัดจากบัญชีแล้วเพราะชำรุด ล้าสมัย เมื่อมีการนำออกนอกคลังสินค้าจะต้องมีการอนุมัติเป็นลายลักษณ์อักษรเช่นเดียวกับสินค้าปกติ

- เศษวัสดุและผลพลอยได้เมื่อขายออกไปจะมีวิธีปฏิบัติดังนี้

1. มีการอนุมัติโดยกรรมการผู้จัดการหรือผู้ที่ได้รับมอบหมาย

2. มีการออกใบเสร็จรับเงินเพื่อเป็นหลักฐานการรับเงิน

3. ผู้จัดการฝ่ายการเงินและบัญชีหรือสมุห์บัญชีตรวจสอบหลักฐานการรับเงินและจำนวนเงินที่ได้รับ

    ทั้งนี้การควบคุม ‘สินค้าคงเหลือ’ อาจแตกต่างกันไปแต่ละธุรกิจ ขึ้นอยู่กับ ‘ลักษณะ’ และ ‘ประเภทของสินค้า’ แต่การควบคุมดังกล่าว หากท่านสามารถปฏิบัติได้กว่าครึ่งของทั้งหมดก็สามารถที่จะป้องกันการทุจิรตและควบคุมสินค้าคงเหลือที่มีอยู่จริงให้มีจำนวนหน่วยและจำนวนเงินได้ตรงกับข้อมูลทางบัญชีได้มากที่สุด   


www.smethailandclub.com ศูนย์รวมข้อมูลเพื่อธุรกิจ SME (เอสเอ็มอี)

RECCOMMEND: FINANCE

หมดยุคหารบิล! “Go Dutch Mindset” กินเท่าไหร่ จ่ายเท่านั้น จุดเริ่มวินัยการเงิน ไม่ทิ้งภาระไว้ให้ใครข้างหลัง

“Go Dutch” สำนวนอังกฤษที่แปลว่า “ต่างคนต่างจ่าย” อาจดูเป็นแค่การแยกบิล แต่จริงๆ มัน คือ วินัยทางการเงินรูปแบบหนึ่งที่ใครใช้ คนนั้นต้องรับผิดชอบ เพราะความมั่นคง ไม่ได้เริ่มจากเงินก้อนใหญ่ แต่มักเริ่มจากความชัดเจนเรื่องเล็กๆ ลองมาทำความรู้จักกับแนวคิด Go Dutch ให้มากขึ้นกัน

6 วิธีรู้ทันเงินจม   กับดักเงียบที่ทำ SME ขาดทุนไม่รู้ตัว เพียงเพราะคำว่า “เสียดาย” คำเดียว

เคยคิดไหมว่า บางครั้งที่ธุรกิจยังดึงดันไปต่อ ไม่ใช่เพราะคุ้ม แต่เพราะเสียดายเงินที่เสียไปแล้ว และเงินที่เสียไปโดยเรียกคืนกลับมาไม่ได้ หรือ “เงินจม” นี่แหละ ที่ทำให้การตัดสินใจคลาดเคลื่อน ดังนั้น ถึงเวลารู้เท่าทันเงินจม เพื่อไม่ให้ธุรกิจต้องล่มก่อนเวลาอันควร

Reverse Budgeting เทคนิคจัดงบแบบย้อนกลับ ออมเงินได้จริง ทั้งธุรกิจและชีวิตส่วนตัว

ชวนมารู้จักเทคนิค “Reverse Budgeting” การจัดทำงบประมาณแบบย้อนกลับ ตัวช่วยที่จะทำให้คุณออมเงินได้ง่ายขึ้น โดยการเปลี่ยนมา “ออมก่อน…ใช้ทีหลัง” เป็นวิธีง่ายๆ ไม่ต้องคำนวณซับซ้อน แต่ช่วยให้มีเงินออมได้จริง ทั้งในชีวิตส่วนตัวและธุรกิจ