ทำความเข้าใจ e-Tax Invoice ช่วยธุรกิจปลดล็อกภาษีได้อย่างไร

     หากพูดถึงระบบจัดทำและนำส่งข้อมูลใบกำกับภาษีอิเล็กทรอนิกส์ หรือ e-Tax Invoice ณ เวลานี้ อาจไม่ใช่เรื่องใหม่ เพราะผู้ประกอบการธุรกิจทั่วไปน่าจะเริ่มคุ้นเคยกับระบบนี้ที่เข้ามาช่วยให้การจัดทำภาษีสะดวก รวดเร็ว ช่วยลดต้นทุนการและง่ายต่อการตรวจสอบความถูกต้องของเอกสาร ที่น่าสนใจกว่านั้นคือ ภาครัฐเองก็มีโครงการที่ช่วยผลักดันให้ผู้ประกอบการหันมาใช้ e-Tax Invoice มากขึ้นเช่นเดียวกัน โดยหนึ่งในโครงการสำคัญคือ “Easy e-Receipt” ที่ริเริ่มครั้งแรกในปี 2567 โดยให้สิทธิ์ลดหย่อนภาษี แก่ประชาชนสูงสุด 50,000 บาท หากซื้อสินค้ากับร้านค้า หรือผู้ประกอบการที่ออก e-Tax Invoice & e-Receipt  ส่งผลให้มีผู้ประกอบการหันมาใช้ระบบ e-Tax เพิ่มขึ้นราว 80% จนเป็นโครงการต่อเนื่องในปี 2568 ที่มาพร้อมความพิเศษครั้งแรก กับมาตรการทางภาษี ที่ขยายวงครอบคลุมถึงสินค้าและบริการ จากผู้ประกอบการกลุ่มธุรกิจชุมชน อย่าง ‘วิสาหกิจชุมชน และ OTOP’ ที่ใช้ระบบ e-Tax แล้ว

     แม้นโยบายนี้ จะเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญในการกระตุ้น ให้ ‘วิสาหกิจชุมชน และ OTOP’ เกิดการเปลี่ยนผ่านมาใช้ e-Tax แต่ก็ดูเหมือนว่า อาจไม่สำเร็จมากนัก เพราะมีผู้ประกอบการชุมชนจำนวนไม่น้อย ยังไม่พร้อมเปลี่ยนผ่านมาใช้ระบบนี้ อาจเพราะมองว่า ระบบอิเล็กทรอนิกส์มีความยุ่งยาก ซับซ้อน รวมถึงกังวลเกี่ยวกับความปลอดภัยและความน่าเชื่อถือที่ว่ามีผลทางภาษีจริงหรือไม่

     ETDA หน่วยงานกำกับดูแลที่ร่วมขับเคลื่อนให้ทุกภาคเกิดการทำธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์จัดการและนำส่งภาษีผ่านระบบ e-Tax ได้อย่างมั่นคงปลอดภัย ภายใต้มาตรฐานและแนวปฏิบัติที่สอดคล้องสากล ได้เปิดเวที ชวนผู้เชี่ยวชาญ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น กรมสรรพากร และตัวเเทนฝั่งวิสาหกิจชุมชน อย่าง โอวาข้าวหอมมะลิแท้สุรินทร์ 100% มาร่วมแลกเปลี่ยนมุมมอง เพื่อนซี้วิสาหกิจชุมชน จัดการภาษีง่ายได้กำไรเพิ่ม

e-Tax Invoice ช่วย ‘ลดเวลา ลดเอกสาร เพิ่มรายได้’

     e-Tax Invoice  คือ ระบบใบกำกับภาษีและใบเสร็จรับเงินอิเล็กทรอนิกส์ (e-Tax Invoice& e-Receipt)

     ที่ช่วยให้ผู้ประกอบการลดภาระเอกสาร ลดต้นทุน และเพิ่มความสะดวกสบายในการดำเนินธุรกิจ แทนที่การใช้เอกสารกระดาษ ลดค่าใช้จ่ายด้านการพิมพ์ การจัดเก็บ และการส่งต่อข้อมูลระหว่างคู่ค้า ช่วยให้การทำบัญชี การจัดการงานด้านภาษี เป็นไปอย่างถูกต้องและเป็นระบบมากขึ้น

      นอกจากนี้ e-Tax Invoice ยังช่วยลดความผิดพลาดที่เกิดจากเอกสารสูญหายหรือจัดเก็บ

      ไม่เป็นระเบียบ ทั้งยังสามารถใช้เป็นหลักฐานทางอิเล็กทรอนิกส์ที่ตรวจสอบย้อนหลังได้ง่าย ทำให้การดำเนินธุรกิจมีความโปร่งใส และได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษีจากภาครัฐ เช่น โครงการ Easy E-Receipt 2.0 และมาตรการหักรายจ่าย 2 เท่า สำหรับธุรกิจที่ลงทุนในระบบภาษีอิเล็กทรอนิกส์

ข้อดีมีมาก แต่ทำไม ‘วิสาหกิจชุมชน-OTOP’ ยังไม่เปิดใจ?

     ข้อมูลจากกรมสรรพากร พบว่าแม้ล่าสุดมีผู้ประกอบการหันมาใช้ระบบ e-Tax Invoice มากขึ้น ต่อเนื่องรวมกว่า 14,000 ราย (ข้อมูล ณ เดือนกุมภาพันธ์ 2568) แต่กลับพบผู้ประกอบการในกลุ่มธุรกิจชุมชน วิสาหกิจชุมชน และ OTOP มีสัดส่วนการใช้งานไม่มากนัก ทั้งที่ภาครัฐมีนโยบายอย่าง Easy e-Receipt 2.0 กระตุ้นให้ผู้ประกอบการท้องถิ่น หันมาใช้ระบบนี้ให้มากขึ้นก็ตาม ซึ่งฝั่งตัวแทนของวิสาหกิจชุมชน เปิดเผยว่า  สาเหตุหลักที่ผู้ประกอบการกลุ่มนี้ยังไม่เริ่มใช้ e-Tax เนื่องจากมีความกังวลในหลายประเด็น ทั้งความกังวลเรื่องความซับซ้อนของระบบ ที่อาจต้องใช้เวลาปรับตัว ต้นทุนในการเปลี่ยนผ่าน ที่อาจต้องลงทุนในระบบดิจิทัล ความคุ้นเคยกับระบบกระดาษ ที่ผู้ประกอบการเชื่อว่ายังมีความน่าเชื่อถือ ข้อกังวลด้านความปลอดภัยของข้อมูล และยังไม่มั่นใจว่ากรมสรรพากรเองจะรองรับระบบ e-Tax หรือไม่ เป็นต้น

     ซึ่งที่ผ่านมา กรมสรรพากร และ ETDA รวมถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ออกแบบระบบ เพื่อให้ผู้ประกอบการโดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับกลุ่มธุรกิจขนาดเล็กที่ต้องการลดภาระด้านการทำบัญชีและเอกสารภาษี สามารถเข้าสู่ e-Tax Invoice ได้ง่ายขึ้นผ่านผู้ให้บริการ หรือ e-Tax Service Provider ที่เป็น ตัวกลาง ในการช่วยให้สามารถจัดทำและนำส่งข้อมูลภาษี ในรูปแบบ e-Tax ไปยังกรมสรรพากรได้อย่างถูกต้องและปลอดภัย

เรื่องจริง !! ระบบ e-Tax Invoice ปลอดภัย เชื่อถือได้

     ระบบ e-Tax Invoice เกิดขึ้นจากความร่วมมือระหว่างกรมสรรพากร และ ETDA ที่ร่วมกันเพื่อพัฒนาโครงสร้างภาษีอิเล็กทรอนิกส์ให้ปลอดภัยสอดคล้องกับมาตรฐานสากล โดยกรมสรรพากร ถือเป็นเจ้าภาพหลักที่ไม่เพียง กำหนดนโยบาย กฎหมาย วางโครงสร้างระบบ แต่ยังร่วมรับรองระบบ e-Tax Invoice เพื่อให้มีความถูกต้อง ให้ธุรกิจดำเนินการด้านภาษีได้อย่างสะดวก ขณะที่ ETDA รับหน้าที่เป็น ผู้ Support ด้านมาตรฐานและความปลอดภัยของข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ ให้เป็นไปตามแนวทางสากล พร้อมช่วยดูแลและรับรองความปลอดภัย ความน่าเชื่อถือของข้อมูลที่นำส่ง ผ่านการใช้ลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ที่น่าเชื่อถือ

     และอีกหน้าที่สำคัญคือการตรวจสอบและรับรองผู้ให้บริการระบบนำส่งภาษี หรือ e-Tax service providers คู่ขนานไปกับกรมสรรพากร พร้อมร่วมพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานทางดิจิทัลเพื่อให้เอื้อต่อการใช้งานระบบ e-Tax รองรับการทำธุกรรมออนไลน์ที่มั่นใจด้วย

     ดังนั้นผู้ประกอบธุรกิจ และผู้ซื้อสินค้าก็มั่นใจได้แน่นอนว่าระบบ e-Tax Invoice นั้นปลอดภัย มีมาตรฐาน น่าเชื่อถือ รวมถึงเอกสารที่ได้นั้นยังถูกต้อง ไม่เสี่ยงต่อการถูกปลอมแปลง เพราะทุกเอกสาร e-Tax มีการลงลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ที่น่าเชื่อถือ หรือที่เรียกว่า Digital Signature ที่เป็นเทคโนโลยีที่ใช้การเข้ารหัสเพื่อยืนยันตัวตนและรับรองความถูกต้องของข้อความหรือเอกสารที่ส่งผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์สามารถตรวจสอบย้อนกลับได้  ยากต่อการปลอมแปลง และมีผลทางภาษีเทียบเท่าการนำส่งภาษีแบบกระดาษ 

อยากใช้ e-Tax Invoice ง่ายๆ แค่เริ่มต้น

     มาถึงตรงนี้ ผู้ประกอบการ โดยเฉพาะวิสาหกิจชุมชน และ OTOP อาจจะเริ่มสนใจ อยากลองเปลี่ยนมาใช้ระบบ e-Tax Invoice กันบ้างแล้ว แต่ยังไม่แน่ใจว่าจะสามารถเริ่มใช้ระบบนี้ได้อย่างไร ระบบนี้ใช้งานไม่ยาก เพราะกรมสรรพากร และ ETDA ไม่เพียงกำหนดมาตรฐาน แนวปฏิบัติ ที่รองรับการจัดทำและนำส่งภาษีแบบ e-Tax เท่านั้น แต่ยังร่วมขับเคลื่อนให้เกิดระบบที่เอื้อต่อการใช้งาน โดยผู้ประกอบการที่สนใจสามารถเลือกใช้ e-Tax Invoice ได้ 2 วิธีหลักคือ

     1. สมัครใช้ระบบเอง - เหมาะสำหรับธุรกิจที่มีความรู้ด้านเทคโนโลยีและมีระบบรองรับ โดยต้องมีใบรับรองอิเล็กทรอนิกส์ (Digital Certificate) และลงทะเบียนผ่านระบบของกรมสรรพากร

     2. ใช้บริการจาก e-Tax Service Provider - ที่เป็นผู้ให้บริการในการนำส่งและจัดทำ e-Tax Invoice & e-Receipt เหมาะสำหรับธุรกิจที่ต้องการความสะดวก เพราะไม่ต้องพัฒนาระบบเอง สามารถให้ผู้ให้บริการที่ได้รับการรับรองจาก ETDA และกรมสรรพากรดำเนินการแทนทั้งหมดได้

     โดยผู้ประกอบการ สามารถตรวจสอบรายชื่อผู้ให้บริการที่ผ่านการรับรองระบบสารสนเทศของผู้ให้บริการ e-Tax Invoice & e-Receipt โดย ETDA ได้ที่ https://www.etda.or.th/th/Our-Service/e-tax-Invoice-Receipt/announce.aspx

มากกว่าการลดต้นทุน คือโอกาสเพิ่มรายได้

     ข้อดีของระบบ e-Tax Invoice นอกจากช่วยให้วิสาหกิจชุมชนและ OTOP ดำเนินธุรกิจได้อย่างคล่องตัว ลดภาระเอกสาร และเพิ่มความสะดวกในการทำบัญชีแล้ว ยังช่วยสร้างความน่าเชื่อถือให้ธุรกิจมากขึ้น ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ลูกค้าตัดสินใจซื้อสินค้าและบริการได้ง่ายขึ้น

     หากผู้ประกอบการเปลี่ยนมาใช้ระบบ e-Tax Invoice ยังช่วยเพิ่มโอกาสทางการแข่งขันของธุรกิจ

     ได้อย่างมาก ผ่านโครงการสนับสนุนจากภาครัฐที่เชื่อมโยงกับระบบ e-Tax Invoice เช่น โครงการ Easy E-Receipt 2.0 ที่ช่วยให้ผู้บริโภคใช้สิทธิ์ลดหย่อนภาษีได้ง่ายขึ้น เมื่อซื้อสินค้าจากธุรกิจที่ใช้ e-Tax Invoice และสิทธิ์หักค่าใช้จ่าย 2 เท่าสำหรับผู้ประกอบการที่ลงทุนในระบบภาษีอิเล็กทรอนิกส์ โครงการเหล่านี้เป็นแรงจูงใจสำคัญให้ผู้บริโภคเลือกซื้อสินค้าจากธุรกิจที่ใช้ระบบ e-Tax Invoice ส่งผลให้ธุรกิจที่เข้าร่วมมีโอกาสเพิ่มยอดขายและขยายฐานลูกค้าได้มากขึ้น นอกจากนี้ยังช่วยให้ธุรกิจพร้อมรองรับการเติบโตของเศรษฐกิจดิจิทัล และตอบสนองความต้องการของลูกค้าที่ให้ความสำคัญกับความสะดวกและความโปร่งใสในการทำธุรกรรมทางการเงิน

     ดังนั้น e-Tax Invoice ไม่เพียงแต่ช่วยลดต้นทุน แต่ยังเป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยเพิ่มศักยภาพการแข่งขัน และเปิดโอกาสให้ธุรกิจเติบโตในยุคดิจิทัล ช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศให้เดินหน้าได้อย่างก้าวกระโดด ทั้งยังเป็นการสร้างความมั่นใจให้กับประชาชนได้ว่าระบบการจัดการภาษีของประเทศนั้นมีระบบการจัดการที่รวดเร็ว มีมาตรฐาน และน่าเชื่อถือแม้ว่าจะเปลี่ยนผ่านสู่ระบบดิจิทัลโดยการวางกรอบมาตรฐาน กำกับ ดูแลโดยหน่วยงานภาครัฐ ที่เข้ามาช่วยให้ทุกคน ทุกฝ่าย

 

www.smethailandclub.com
ศูนย์รวมข้อมูลธุรกิจเอสเอ็มอี

RECCOMMEND: FINANCE

6 วิธีรู้ทันเงินจม   กับดักเงียบที่ทำ SME ขาดทุนไม่รู้ตัว เพียงเพราะคำว่า “เสียดาย” คำเดียว

เคยคิดไหมว่า บางครั้งที่ธุรกิจยังดึงดันไปต่อ ไม่ใช่เพราะคุ้ม แต่เพราะเสียดายเงินที่เสียไปแล้ว และเงินที่เสียไปโดยเรียกคืนกลับมาไม่ได้ หรือ “เงินจม” นี่แหละ ที่ทำให้การตัดสินใจคลาดเคลื่อน ดังนั้น ถึงเวลารู้เท่าทันเงินจม เพื่อไม่ให้ธุรกิจต้องล่มก่อนเวลาอันควร

Reverse Budgeting เทคนิคจัดงบแบบย้อนกลับ ออมเงินได้จริง ทั้งธุรกิจและชีวิตส่วนตัว

ชวนมารู้จักเทคนิค “Reverse Budgeting” การจัดทำงบประมาณแบบย้อนกลับ ตัวช่วยที่จะทำให้คุณออมเงินได้ง่ายขึ้น โดยการเปลี่ยนมา “ออมก่อน…ใช้ทีหลัง” เป็นวิธีง่ายๆ ไม่ต้องคำนวณซับซ้อน แต่ช่วยให้มีเงินออมได้จริง ทั้งในชีวิตส่วนตัวและธุรกิจ

Pizza Budgeting ตัวช่วย SME หยุดปัญหาหนี้สะสม ด้วย “พิซซ่า 1 ถาด”    

หนี้สะสมไม่ใช่จุดจบ แค่แบ่งงบเป็นชิ้นๆ แบบ “Pizza Budgeting” ซึ่งเป็นเทคนิคจัดสรรการเงินง่ายๆ เพียงมองรายได้ทั้งเดือนเป็น “พิซซ่า 1 ถาด” แล้วแบ่งออกเป็นชิ้นๆ ตามค่าใช้จ่ายต่างๆ ของธุรกิจ แบ่งได้ถูก = รู้ทันทีว่าธุรกิจมีเงินพอหรือไม่