5 กลเม็ดรักษากระแสเงินสดราบรื่นไม่สะดุด

TEXT กองบรรณาธิการ

 



    การที่เราสามารถบริหารจัดการธุรกิจและรวบรวมเงินขึ้นมาเป็นก้อนได้ ถือว่าเป็นปัจจัยสำคัญที่จะทำให้ธุรกิจประสบความสำเร็จได้ เพราะคงไม่มีธุรกิจไหนที่จะอยู่รอดได้หากปราศจากเงิน ยิ่งไปกว่านั้นธุรกิจที่ล้มหายตายจากไป ส่วนใหญ่ก็เป็นเพราะมีปัญหาการบริหารจัดการเงิน ท้ายสุดจึงต้องปิดกิจการไปโดยปริยาย 

    ถามว่า ทำไมบางคนถึงไม่รู้ว่าตัวเองมีรายรับหรือรายได้อยู่ที่เท่าไหร่ นั่นเป็นเพราะว่าแต่ละธุรกิจมีวิธีการรับเงินต่างกัน แม้แต่ธุรกิจเดียวกัน หากเงินลงทุนต่างกัน ช่องทางการกระจายสินค้าต่างกัน คนหนึ่งอาจขายสินค้าเป็นเงินสดได้สบายๆ ขณะที่อีกคนอาจจำเป็นต้องขายเป็นเงินเชื่อก็ได้

   พอมาถึงขั้นตอนการทำบัญชีเพื่อบันทึกรายได้ ธุรกิจขนาดเล็กก็จะทำบัญชีแบบเกณฑ์เงินสด (Cash Basis) คือ บันทึกตามรายรับรายจ่ายจริงไปได้เลย แต่ผู้ประกอบการส่วนใหญ่ที่เป็นนิติบุคคล ห้างหุ้นส่วนจำกัด หรือบริษัทจำกัด อาจใช้การบันทึกบัญชีแบบเกณฑ์คงค้าง (Accrual Basis) คือ รายได้จะเกิดขึ้นก็ต่อเมื่อมีการส่งมอบสินค้าหรือบริการแล้วแม้ว่าจะยังไม่รับเงินก็ตาม ทำให้เราต้องมานั่งเก็บเงินย้อนหลังเป็นงวดๆ ส่งผลให้ได้เงินช้าบ้าง โดนเบี้ยวบ้าง ปัญหาอื่นๆ อีก 108 ประการบ้าง 


    ดังนั้น จึงขอแนะนำ 5  วิธีแก้ไขและป้องกันให้การบริหารเงินมีประสิทธิภาพสูงสุด เพื่อจะได้ดำเนินธุรกิจอย่างราบรื่นไม่สะดุดต่อไป

1. กำหนดรูปแบบการจ่ายเงินที่ชัดเจน


    เพื่อความปลอดภัย อาจต้องขอให้ลูกค้าจ่ายเงินเมื่อเราส่งของไปให้ หรือให้ชำระเงินผ่านบัตรเครดิตเพื่อป้องกันความผิดพลาดหรือความล่าช้า เช่น เช็คเด้ง เป็นต้น หรืออาจมีกฎระเบียบที่ระบุเรื่องการชำระเงินล่วงหน้าหรือจ่ายค่ามัดจำล่วงหน้าก่อนส่วนหนึ่ง ซึ่งลูกค้าส่วนใหญ่จะไม่ค่อยยอมจ่ายสักเท่าไหร่ ในช่วงแรกอาจต้องใช้ส่วนลดเข้ามาช่วย เช่น หากชำระเงินล่วงหน้าจะได้ส่วนลดกี่บาท และหากจ่ายเงินช้ากว่ากำหนด จะต้องจ่ายเงินเพิ่มเท่าไหร่ เพื่อให้ลูกค้าพยายามจ่ายเงินก่อนหรือจ่ายเงินให้ตรงเวลาที่สุด



2. ใช้ใบแจ้งราคาสินค้า (ด้วยความระมัดระวัง)

พยายามส่งใบแจ้งหนี้หรือใบแจ้งราคาสินค้าล่วงหน้า ไม่เช่นนั้นลูกค้าส่วนใหญ่จะทำเป็นลืม และเราจะได้รับเงินช้าตามไปด้วย แต่ก็จะต้องระวังไม่ควรแจ้งลูกค้าถี่จนเกินไป เพราะลูกค้าอาจมองได้ว่าเราขี้เหนียวและอาจเกิดความรำคาญเอาได้ง่ายๆ นอกจากนี้ ธุรกิจของคุณควรมีวิธีหรือระบบติดตามใบแจ้งหนี้ทั้งหมดด้วยเพื่อให้การแจ้งหนี้มีประสิทธิภาพไม่ตกหล่น



3. มีบันทึกด้านการเงินที่ชัดเจน

    ธุรกิจที่เพิ่งเริ่มต้นก้าวเดินได้ในช่วงแรกๆ ไม่ว่าจะขนาดเล็กหรือขนาดกลาง มักไม่ค่อยมีใครลงทุนจ้างพนักงานบัญชีหรือผู้บริหารสูงสุดทางด้านการเงินของบริษัท (CFO-Chief Financial Officer) ซึ่งถ้าคุณไม่ขยันที่จะบันทึกรายละเอียดค่าใช้จ่าย จะไม่มีทางรู้เลยว่า เงินที่ใช้จ่ายอยู่กำลังจะเกินงบประมาณหรือเปล่า หรือยังมีเงินสดให้บริหารจัดการธุรกิจได้อีกกี่เดือน ยิ่งถ้าธุรกิจของคุณไม่มีงบประมาณที่ชัดเจน และไม่มีการลงรายละเอียดบัญชีที่เหมาะสม ก็เตรียมใจสูญเสียเงินไปได้เลย  



4. พยายามทำความเข้าใจว่า เงินแต่ละบาทที่จ่ายไป จะได้อะไรตอบแทนกลับมาบ้าง  

    ตัวอย่างเช่น คุณจ่ายเงินไปเป็นหมื่นๆ บาท เพื่อเข้าร่วมงานแสดงสินค้า หรือลงโฆษณาในนิตยสาร โดยคาดหวังถึงผลตอบแทนที่แน่นอนในแง่มุมต่างๆ เอาไว้ เช่น จะได้ลูกค้าเพิ่มขึ้น 20 เปอร์เซ็นต์ มีคนรู้จักมากขึ้น แต่การประมาณเรื่องประเภทนี้ไม่ค่อยมีหลักและไม่ค่อยแม่นยำ เพราะอาจมีคนมาเดินงานน้อย หรือมีคนรู้จักมากขึ้น แต่ไม่มีการซื้อสินค้าเพื่อทดลองใช้ ก็ไม่เกิดประโยชน์อะไรอยู่ดี ดังนั้น ก่อนตัดสินใจใช้เงินเพื่อลงทุนอะไร ควรวิเคราะห์ให้รอบคอบว่าจะได้สิ่งตอบแทนที่คุ้มค่ากับเงินทุกบาททุกสตางค์ จะได้ไม่เสียเงินลงทุนไปเปล่าๆ




5. บริหารจัดการสินค้าคงคลังให้มีประสิทธิภาพ

    ในระยะแรกของการทำธุรกิจ เรามักจะมองข้ามการจัดการสินค้าคงคลังไปแบบไม่น่าเชื่อ เรื่องนี้มีความสำคัญตรงจุดที่เรามักมองว่าการซื้อสินค้ามากักตุนไว้ เป็นเรื่องที่ดี ยิ่งซื้อเยอะยิ่งมีส่วนลด ต่อรองค่าขนส่งได้มาก แต่ถ้ามองอีกด้านของปัญหา การซื้อสินค้ามาเก็บไว้มากเกินไปอาจส่งผลเสียด้านการจัดเก็บ ต้องเก็บให้ดีเพื่อไม่ให้สินค้าเสียหายหรือชำรุด มีสถานที่เก็บสินค้าเพียงพอหรือไม่ หากไม่พอแล้วต้องเช่าโกดังเก็บสินค้าเพิ่มก็จะกลายเป็นการเพิ่มต้นทุน และในกรณีที่ขายสินค้าได้ช้า เงินทุนจะจมกับสินค้าเหล่านี้มากเกินไป


    การแก้ปัญหาในเรื่องนี้ต้องใช้ EOQ (Economic Order Quantity) เข้ามาช่วยในการคำนวณปริมาณการสั่งซื้อที่ประหยัดที่สุด ซึ่งค่าใช้จ่ายรวมจะเกิดจากค่าใช้จ่ายในการสั่งซื้อ กับค่าใช้จ่ายในการจัดเก็บสินค้า ซึ่งแปรผกผันกัน ทั้งนี้สามารถหา Template ของ EOQ เพื่อช่วยเหลือธุรกิจของคุณได้ทางอินเทอร์เน็ต


    การเติบโตของธุรกิจในระยะยาวจะแข็งแกร่งได้ รากฐานด้านการเงินและการทำบัญชี ถือเป็นเรื่องที่มีความสำคัญที่สุด ดังนั้น เวลาได้เงินเท่าไหร่ จ่ายค่าอะไรไปบ้าง ต้องจดบันทึก และพยายามหยุดใช้เงินไปกับเรื่องที่ไม่มีประโยชน์ เพื่อให้รู้ว่ามีเงินเหลือเท่าไหร่ และสามารถบริหารจัดการอะไรต่อไปได้บ้าง  

www.smethailandclub.com
ศูนย์รวมข้อมูลเพื่อความสำเร็จของธุรกิจ SME (เอสเอ็มอี)

 

RECCOMMEND: FINANCE

ฟังแนวคิดผู้บริหาร ไทยเครดิต  ทำไมถึงเลือกปักธงเป็นแบงก์เพื่อ Micro SME

ธนาคารไทยเครดิต ประกาศทิศทางธุรกิจปี 2569 เดินหน้ากลยุทธ์ “Quality Growth” เร่งลงทุนเทคโนโลยีเพื่อเปลี่ยนผ่านสู่ “Full Digital Banking Platform” และขยายฐานลูกค้าที่ยังเข้าไม่ถึงบริการทางการเงิน เพื่อพัฒนาเศรษฐกิจรากหญ้าไทยสู่ความยั่งยืน

หมดยุคหารบิล! “Go Dutch Mindset” กินเท่าไหร่ จ่ายเท่านั้น จุดเริ่มวินัยการเงิน ไม่ทิ้งภาระไว้ให้ใครข้างหลัง

“Go Dutch” สำนวนอังกฤษที่แปลว่า “ต่างคนต่างจ่าย” อาจดูเป็นแค่การแยกบิล แต่จริงๆ มัน คือ วินัยทางการเงินรูปแบบหนึ่งที่ใครใช้ คนนั้นต้องรับผิดชอบ เพราะความมั่นคง ไม่ได้เริ่มจากเงินก้อนใหญ่ แต่มักเริ่มจากความชัดเจนเรื่องเล็กๆ ลองมาทำความรู้จักกับแนวคิด Go Dutch ให้มากขึ้นกัน

6 วิธีรู้ทันเงินจม   กับดักเงียบที่ทำ SME ขาดทุนไม่รู้ตัว เพียงเพราะคำว่า “เสียดาย” คำเดียว

เคยคิดไหมว่า บางครั้งที่ธุรกิจยังดึงดันไปต่อ ไม่ใช่เพราะคุ้ม แต่เพราะเสียดายเงินที่เสียไปแล้ว และเงินที่เสียไปโดยเรียกคืนกลับมาไม่ได้ หรือ “เงินจม” นี่แหละ ที่ทำให้การตัดสินใจคลาดเคลื่อน ดังนั้น ถึงเวลารู้เท่าทันเงินจม เพื่อไม่ให้ธุรกิจต้องล่มก่อนเวลาอันควร