สุดยอดเคล็ดวิชา รับมือหัวหน้าจอมบงการ

 


เรื่อง เจษฎา ปุรินทวรกุล



    เคยหรือไม่กับการที่ต้องถูกเจ้านาย นายจ้าง หรือหัวหน้างานคอยควบคุมและบงการการทำงานในทุกขั้นตอน โดนถามไถ่ความคืบหน้าเช้า สาย บ่าย เย็น ใครที่เจอเหตุการณ์แบบนี้คงต้องเกิดอาการอารมณ์เสียกันบ้างไม่มากก็น้อย ทั้งนี้ การถูกสั่งแบบจ้ำจี้จ้ำไช รวมถึงพยายามเข้าไปควบคุมและจัดการงานที่มอบหมายให้กับลูกน้องอย่างต่อเนื่อง นับเป็นการกระทำที่บั่นทอนความสามารถ จินตนาการ และแรงกระตุ้นของพนักงานเป็นอย่างมาก ดังนั้น หากใครพบเจ้านายที่มีพฤติกรรมบริหารงานแบบ Micro Management ลองใช้เคล็ดลับเหล่านี้ในการรับมือ


    1. แสดงความเข้าอกเข้าใจ 

    สิ่งแรกคือต้องพยายามทำความเข้าใจตำแหน่งของหัวหน้าก่อน เพราะเขาหรือเธออาจได้รับแรงกดดันจากบอสตัวจริง ผู้บริหารระดับสูง หรือคู่ค้า ทำให้ต้องมาคอยจู้จี้จุกจิกกับเราเพื่อให้งานออกมาดี ไร้ตำหนิ และไม่มีข้อผิดพลาด หากที่กล่าวมาทั้งหมดคือสิ่งที่หัวหน้างานต้องเผชิญ ก็ลองทำความเข้าใจและเปิดใจกว้างเพื่อรับรู้ปัญหา สื่อสารด้วยความเห็นอกเห็นใจ ไม่ใช่แรงมาก็แรงไป แบบนั้นคงไม่มีอะไรดีขึ้น


    2. นำเสนอความคืบหน้าให้ชัดเจน หรือรายงานบ่อยๆ

    หากหัวหน้าคอยสอบถามความคืบหน้าอยู่ตลอดเวลา เพราะกลัวว่าคุณจะทำไม่เสร็จตามกำหนด ลองใช้วิธีรับมือด้วยการรายงานความคืบหน้าให้หัวหน้ารับทราบแทน เช่น “ตอนนี้ดำเนินงานถึงจุดนี้แล้ว คาดว่าในตอนเย็นจะเสร็จ 80 เปอร์เซ็นต์ โดยมีรายงาน A แนบให้ด้วย ส่วนเรื่องคู่ค้ากำลังดำเนินการติดต่อให้ แต่ลูกค้ายังติดธุระ เขาแจ้งว่าให้ติดต่อไปอีกครั้งช่วงบ่าย” เป็นต้น

    การรายงานความคืบหน้าเกี่ยวกับการทำงานของเรา จะช่วยให้บอสประเภท Micro Management ใจชื้นขึ้น รับทราบว่าเราทำงานอยู่ตลอดเวลา และสร้างความไว้วางใจได้มากขึ้นไปอีกระดับด้วย


    3. กำหนดวัน เวลา ส่งมอบงานให้ชัดเจน

    แม้จะมีการรายงานอยู่ตลอดเวลา แต่เราต้องไม่ลืมระบุว่า จะสามารถส่งงานที่ได้รับมอบหมายให้ในวันไหน เวลาใด วิธีแก้เกมส์คือ ส่งตัวอย่างรายงานความคืบหน้าให้ดู พร้อมบอกวันเวลาที่เราพร้อมจะส่งมอบงานให้กับหัวหน้าได้รับทราบด้วย เช่น กำหนด Dead Line คือ วันพฤหัส เราอาจบอกหัวหน้าว่าจะส่งงานให้ไม่เกินช่วงบ่ายวันจันทร์ วันอังคารให้หัวหน้าตรวจสอบ หากเกิดข้อผิดพลาด เราจะมีเวลาแก้ไขงานประมาณ 2 วัน รับรองว่าหัวหน้าต้องยินดีกับการวางแผนการทำงานที่รัดกุมของคุณอย่างแน่นอน (แต่หากเป็นโปรเจคใหญ่ ก็ควรเผื่อเวลาแก้งานให้ยาวนานกว่านี้ด้วยเช่นกัน)


    4. แสดงให้เห็นถึงความจริงใจ

    จากข้อ 1-3 น่าจะช่วยให้เห็นว่า ด้วยความสามารถและบุคลิกภาพของเรา หัวหน้าไม่จำเป็นต้องมาคอย Micro Management ก็ได้ อย่างไรก็ตามหากยังถูกควบคุมให้ทำงานตามคำสั่งเล็กๆ น้อยๆ อยู่ตลอดเวลา ให้ลองวิเคราะห์ดูว่าถึงเวลาที่ต้องพูดอย่างตรงไปตรงมาหรือยัง เพราะถ้าเราหมดความอดมน การพูดอย่างตรงไปตรงมา ย่อมดีกว่าทนทำงานไปวันๆ โดยที่สภาพจิตใจย่ำแย่ไปทีละนิด 
    
    พยายามมีทัศนคติในเชิงบวก สร้างความมั่นใจว่าเราสามารถทำงาน และดูแลรับผิดชอบงานได้โดยไม่ต้องมีใครมาคอยดูแลอย่างใกล้ชิด น่าจะช่วยให้เราทำงานได้ดี มีประสิทธิภาพ และมีความสุขกับงานที่ทำได้มากยิ่งขึ้น     

www.smethailandclub.com
ศูนย์รวมข้อมูลธุรกิจเอสเอ็มอี


 

RECCOMMEND: MANAGEMENT

“รู้งี้…” คำสั้นๆ ที่ทำให้ธุรกิจพลาดโอกาส เปิดสูตรลับการตัดสินใจ ของ Jeff Bezos ที่ใช้สร้าง Amazon

บางครั้งสิ่งที่แพงที่สุดในธุรกิจ ไม่ใช่เงินลงทุนที่พลาด แต่คือโอกาสที่เรา “ไม่ได้ลอง” รู้จัก Regret Minimization วิธีคิดแบบ Jeff Bezos ที่ช่วยให้เลือกทางที่ไม่ต้องเสียใจทีหลัง

คุณเป็นหัวหน้าแบบนี้ไหม “Snowplow” ผู้ที่ชอบแบกทุกเรื่อง จัดการทุกอย่าง หวงงานไว้คนเดียว ไม่ปล่อยให้ลูกน้องได้ทำ ได้คิด จนองค์กรไม่โต     

งานมีเยอะ แต่ทำไมหัวหน้าทำอยู่คนเดียว? ถ้าเป็นเพราะหัวหน้าคิดว่าทำเองเสร็จเร็วกว่า องค์กรคุณอาจเจอเข้ากับ “Snowplow” หรือหัวหน้าที่ชอบเก็บงานไว้กับตัว ไม่กระจายให้ลูกน้อง เพราะกลัวคนอื่นจะทำผิด มีหัวหน้าแบบนี้ส่งผลเสียต่อองค์กรได้ยังไง

ก่อนพนักงานจะเป็นซอมบี้ ไม่เหลือคนมีไฟในองค์กร 5 กระจกสะท้อน 'รอยร้าว' ในองค์กร จากหนัง HUMAN RESOURCE

ทำไมเด็กรุ่นใหม่ไม่อดทน? ทำไมคนเก่ง ๆ ถึงเริ่มเงียบหาย? หนังเรื่อง HUMAN RESOURCE (พนักงานใหม่: โปรดรับไว้พิจารณา) ไม่ใช่แค่หนังเล่าชีวิตออฟฟิศขี้บ่น แต่คือ "กระจกบานใหญ่" ที่สะท้อน 5 รอยร้าว ในองค์กรที่คุณอาจมองไม่เห็นหรือไม่รู้ตัว