3 วิธีช่วยขจัดข้อจำกัดด้านเวลา





แปลและเรียบเรียง : เมธาวี ทัศนาเสถียรกิจ

    เวลาช่างล้ำค่าและไม่สามารถย้อนกลับ ยิ่งในแวดวงธุรกิจเวลาทุกวินาทีดูเหมือนจะเป็นเงินเป็นทอง การเสียเวลากับสิ่งที่ไร้ความจำเป็นจึงไม่ต่างอะไรกับการผลาญเงินเล่น ยิ่งสำหรับเจ้าของกิจการด้วยแล้วยิ่งห้ามละเลยการบริหารจัดการเวลาเป็นอันขาด ฉะนั้นลองมาดูวิธีที่จะช่วยให้คุณมีเวลาทำเงินได้มากขึ้นกันดีกว่า

    1.เสียเงินเล็กน้อยจ้างคนอื่นเพื่อประหยัดเวลา เปลืองเงินเล็กน้อยดีกว่าเปลืองเวลา เจ้าของกิจการควรใช้เวลาในงานวางแผนกลยุทธ์ งานบริหาร การวางเป้าหมายทิศทางของบริษัท มากกว่านั่งเสียเวลาทำออนไลน์มาร์เก็ตติ้ง ทำเว็บไซต์ คิดวิธีทำการตลาด งานบางงานควรจ้างผู้เชี่ยวชาญให้ทำแทนเพราะเวลาของผู้บริหารมีค่าเกินกว่าจะผลาญเล่นด้วยความเสียดายเงิน
 

    2.จัดการเรื่องเงินด้วยระบบอัตโนมัติ ใครจะคิดว่าการรับเงิน การจ่ายเงินรบกวนเวลาของเจ้าของกิจการไม่ใช่น้อยๆ SMB Finance research เปิดเผยข้อมูลว่า ในแต่ละเดือนเจ้าของกิจการจะเสียเวลาอย่างน้อย 2 วันเพื่อทำธุรกรรมทางการเงินที่ธนาคารทั้งๆที่สิ่งเหล่านี้สามารถทำผ่านทางออนไลน์ได้แล้ว การใช้ application ที่น่าเชื่อถือจะช่วยจัดการเรื่องเงินๆทองๆให้คุณได้แบบปลอดภัยคลายกังวลและไม่เสียเวลา

    3.ใช้เทคโนโลยีประชุมทางไกล อย่าว่าแค่การประชุมข้ามภูมิภาค แต่การประชุมข้ามประเทศหรือการประชุมบนเครื่องบินก็เกิดขึ้นแล้วด้วยเทคโนโลยีสมัยใหม่ หากกิจการของคุณมีสาขาต่างจังหวัด การประชุมผ่าน Skype หรือ Blue Jeans Network ก็เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจ เพราะวิธีนี้ช่วยให้คุณประชุมทางไกลได้ด้วยไม่ต้องยกก้นออกจากเก้าอี้เลย
 

    อย่าลืมว่าเวลาทุกนาทีเป็นเงินเป็นทอง การบริหารจัดการเวลาให้ลงตัวมากขึ้นอาจช่วยให้ผู้ประกอบการมีเวลามานั่งคิดเฟ้นหาไอเดียเพื่อสร้างเงินเพิ่มขึ้นก็เป็นได้

RECCOMMEND: MANAGEMENT

เจาะเทคนิคการเซฟต้นทุน กลยุทธ์พิชิตเกมธุรกิจฉบับ More Meat หนึ่งในผู้บุกเบิกตลาด Plant based food ไทย

เพราะความตั้งใจดีที่อยากเป็นแหล่งโปรตีนทางเลือกใหม่ให้กับผู้บริโภค "More Meat" หนึ่งในผู้พัฒนาโปรตีนทดแทนจากพืช (Plant based) จึงให้ความสำคัญกับคุณภาพและความปลอดภัยในการผลิตสินค้าตั้งแต่ต้นทางการคัดสรรวัตถุดิบ

มีผลวิจัยหนึ่งบอกว่า ได้งานดีขึ้น 10-15% เมื่อไม่มีหัวหน้าคุม องค์กรควรเลือกทำงาน ตามกฎ VS ยืดหยุ่น

การทำงานมีอยู่ 2 แบบ คือ ทำงานตามกฎเกณฑ์ และทำงานแบบยืดหยุ่น จริงๆ แล้วทั้งสองแบบให้ผลลัพธ์ที่ต่างกันอย่างไร แบบไหนดีกว่า หรือควรใช้ทั้งสองแบบควบคู่กันไป ลองมาหาคำตอบไปพร้อมกัน

สื่อสารเชิงสร้างสรรค์ ทักษะจำเป็นต่อความเป็นมืออาชีพในการทำงาน ผู้นำองค์กรควรเรียนรู้

ปฏิเสธไม่ได้ว่ากระแส "ชัชชาติฟีเวอร์" ของ "คุณชัชชาติ สิทธิพันธุ์" กำลังมาแรงต่อเนื่อง หากติดตามมาตลอดจะสังเกตเห็นการตอบคำถามแบบบัวไม่ช้ำ น้ำไม่ขุ่น การสื่อสารลักษณะนี้เรียกกันว่า "constructive communication" หรือสื่อสารเชิงสร้างสรรค์ ซึ่งผู้นำองค์กรควรฝึกไว้