เปลี่ยน SME มาเป็น “นักสื่อสารในภาวะวิกฤต” ช่วยธุรกิจฝ่าโควิด-19


 

Main Idea
 
  • ความท้าทายอย่างยิ่งยวดของผู้ประกอบการ เมื่อเกิดสถานการณ์วิกฤต ไม่ใช่เพียงแค่การคิดกลยุทธ์ เพื่อรับมือกับปัญหา และประคับประคองกิจการให้อยู่รอดได้เท่านั้น แต่ยังรวมถึง “การจัดการการสื่อสารในภาวะวิกฤต” (Crisis Communication Management) ได้ด้วย
 
  • และนี่คือ 3 หัวใจหลัก ของการสื่อสารในภาวะวิกฤต จาก “ดร.ดนัย จันทร์เจ้าฉาย” แห่งดีซี คอนซัลแทนส์ แอนด์ มาร์เก็ตติ้ง คอมมูนิเคชันส์ ที่จะช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถตั้งรับ ปรับจูน และเข้าใจอย่างเท่าทัน ตลอดจนมีแนวทางการสื่อสารที่จะนำพาตนเองข้ามพ้นวิกฤตครั้งนี้ไปได้
 
 

     ในภาวะวิกฤตที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ ณ ขณะนี้ เป็นโจทย์ใหญ่ของผู้ประกอบการ SME ทุกคน ที่ต้องคิดกลยุทธ์ รับมือกับปัญหา เพื่อประคับประคองกิจการให้อยู่รอดจนสามารถข้ามผ่านวิกฤตนี้ไปได้


     ซึ่งหนึ่งในความท้าทายและมีความสำคัญอย่างยิ่งยวด นั่นคือทักษะด้าน “การจัดการการสื่อสารในภาวะวิกฤต” (Crisis Communication Management)   เรื่องที่อาจคุ้นชินขององค์กรขนาดใหญ่ และหน่วยงานต่างๆ ที่ได้นำเทคนิคในด้านการสื่อสารมาประยุกต์ใช้เพื่อให้บรรลุเป้าหมายในการจัดการการสื่อสารในภาวะวิกฤติอย่างรอบด้าน แต่สำหรับ SME เรื่องนี้อาจไม่ง่ายนัก
               




     ลองมาฟัง “ดร.ดนัย จันทร์เจ้าฉาย” ประธานที่ปรึกษา บริษัท ดีซี คอนซัลแทนส์ แอนด์ มาร์เก็ตติ้ง คอมมูนิเคชันส์ จำกัด ธุรกิจให้บริการด้านการปรึกษางานประชาสัมพันธ์ของเมืองไทย เพื่อรู้เทคนิคการสื่อสารในภาวะวิกฤต ที่จะทำให้ผู้ประกอบการสามารถตั้งรับ ปรับจูน และเข้าใจอย่างเท่าทัน มีแนวทางการสื่อสารที่จำเป็นเพื่อนำไปปรับประยุกต์ใช้จริงได้
 

     หลักสำคัญ 3 ประการ ของการสื่อสารในภาวะวิกฤต
 
               
     ดร.ดนัย บอกถึงหลักสำคัญในการสื่อสารในภาวะวิกฤต ที่มีอยู่ 3 ประการ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นว่า การดำเนินธุรกิจจะสามารถดำเนินไปได้อย่างต่อเนื่อง ซึ่งประกอบด้วย
 




1.ต้องวางแผนการสื่อสารทั้งภายในและภายนอกองค์กร



     ในภาวะวิกฤต ผู้ประกอบการควรวางแผนรองรับเหตุฉุกเฉินหรือ Disruption ต่างๆ ให้ครอบคลุมทั้งแผนการสื่อสารเชิงรุกและเชิงรับ โดยต้องให้ความสำคัญกับความปลอดภัยและความโปร่งใส พร้อมทั้งกำหนดทีมงาน ผู้มีส่วนในการตัดสินใจ รวมถึงมีการสื่อสารในองค์กรล่วงหน้าให้ทุกคนเข้าใจตรงกันเกี่ยวกับมาตรการต่างๆ เตรียมการทุกด้านที่เกี่ยวข้องให้พร้อม เพื่อสามารถนำไปปฏิบัติได้ทันทีอย่างมีประสิทธิภาพ
 




2.สื่อสารอย่างโปร่งใส ด้วยความฉับไวทันท่วงที มีความยืดหยุ่นและจริงใจ



     ซึ่งนี่คือหัวใจสำคัญในการเปลี่ยนวิกฤตให้เป็นโอกาส และส่งเสริมภาพลักษณ์ของธุรกิจให้ดียิ่งขึ้น โดยผู้ประกอบการต้องใส่ใจทุกคนในองค์กรรวมถึงผู้มีส่วนได้ส่วนเสียอย่างทั่วถึง โดยเริ่มต้นจากการสื่อสารเพื่อสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับการแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 และการดูแลสุขภาพอนามัยของบุคลากรในองค์กรทั้งหมด รวมทั้งการเพิ่มมาตรการป้องกันการแพร่เชื้อ เพื่อให้กระบวนการทำงานมีความปลอดภัยมากยิ่งขึ้น พร้อมกันนี้ต้องขจัดความเชื่อและความเข้าใจที่ผิดด้วยการให้ข้อมูลที่ถูกต้องอย่างรวดเร็ว ต้องก้าวทันสถานการณ์และพร้อมชี้แจงแนวทางการรับมือ ด้วยข้อมูลที่ถูกต้องชัดเจน
 




3.แยก Fact vs. Fake News ป้องกันความสับสนของข้อมูลข่าวสาร และพร้อมตอบสนองต่อสถานการณ์ได้ทุกที่
 


     ไม่ว่าจะทำงานจากที่บ้านหรือทำงานในสำนักงานก็ตาม ทุกฝ่ายจะต้องวางแผนและเตรียมการรองรับสถานการณ์ที่คาดไม่ถึงต่างๆ เพื่อให้สามารถดำเนินงานได้อย่างต่อเนื่องไม่ติดขัด เพื่อให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องได้รับผลกระทบน้อยที่สุด ซึ่งในยุคนี้มีเทคโนโลยีการสื่อสารสมัยใหม่ที่เข้ามาช่วยในการสื่อสารกับลูกค้า รวมถึงการสื่อสารภายในองค์กร เช่น การประชุมและจัดการอบรมผ่านแอปพลิเคชันต่างๆ ที่มีให้เลือกมากขึ้นตามสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไปของโลก ซึ่งวิธีการเหล่านี้ผู้ประกอบการสามารถนำไปใช้ได้
 




     ดร.ดนัย บอกว่า แม้วิกฤตนี้จะรุนแรงขึ้นทุกวัน แต่ผู้ประกอบการก็ต้องสื่อสารได้ด้วยความเข้าใจอย่างท่องแท้ เพราะวิกฤตการณ์มันอาจจะเป็นโอกาสให้กับหลายๆ ธุรกิจ จะได้มีกิจกรรมตลอดจนการสร้างคุณค่าและความรับผิดชอบต่อสังคม ซึ่งนั่นเองที่จะนำมาซึ่งชื่อเสียงที่ดีในระยะยาว แม้วิกฤตจะสิ้นสุดลงแล้ว แต่ถ้าเรายึดมั่นในการสื่อสารที่ดี ภาพลักษณ์ที่สร้างขึ้นจากการสื่อสารอย่างโปร่งใสนั้น จะทำให้เราอยู่ในใจผู้บริโภคและคนทั่วไปได้อย่างยาวนานได้นั่นเอง
 

     “การจัดการการสื่อสารในภาวะวิกฤต” อาจเคยเป็นเรื่องไกลตัวสำหรับ SME แต่คงไม่ใช่กับผู้ประกอบการในยุคนี้ ที่ต้องเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงที่คาดไม่ถึงทุกวัน ถึงเวลาลุกมาเปลี่ยนตัวเอง เพิ่มทักษะบริหาร มาเป็นนักสื่อสารในภาวะวิกฤต เพื่อนำพาองค์กรของคุณข้ามพ้นวิกฤตแล้วไปสู่โอกาสใหม่ๆ ได้ในอนาคต
               
 

www.smethailandclub.com
ศูนย์รวมข้อมูลธุรกิจเอสเอ็มอี
 

RECCOMMEND: MANAGEMENT

Soft Skills ที่ควรอัปเกรดในปี 2026 ลงทุนกับตัวเอง ให้ชีวิตและงานไปได้ไกลกว่าเดิม

ปี 2026 อยากให้ “เราเวอร์ชันใหม่” เก่งขึ้น ไม่เครียดเท่าเดิมไหม ลองเริ่มจาก Soft Skills ใกล้ตัวเหล่านี้ EQ, การสื่อสาร, คิดเป็นระบบ และรู้จักใช้ AI เป็นผู้ช่วย ไม่ใช่คู่แข่ง และเมื่อเราจัดการชีวิตได้ดีขึ้น โอกาสดีๆ ก็เริ่มเข้ามาเอง

สร้างทีมเล็ก ให้คิดการใหญ่ ด้วย Psychological Safety พื้นที่ที่ทำให้ทุกคนกล้าปล่อยของ

ทีมเล็ก แต่ทำไมบางที่ทำงานใหญ่ วิ่งเร็วกว่าทีมใหญ่ คำตอบอาจไม่ได้อยู่ที่จำนวนคน แต่อยู่ที่ Psychological Safety หรือความปลอดภัยทางจิตใจ เพราะเมื่อคนในทีมกล้าคิด กล้าพูด กล้าลองผิดลองถูก นั่นจะทำให้ได้ไอเดียดีๆ นวัตกรรมเจ๋งๆ ในการทำธุรกิจ

Unstress Your Day กลยุทธ์ขจัดความกังวล 7 วัน 7 แบบ เรียกพลังทำงานให้รุ่ง ธุรกิจ-ชีวิตไม่ยุ่งเหยิง    

รู้จัก “Unstress Your Day” กลยุทธ์ขจัดความกังวล 7 วัน 7 แบบ ที่จะพาเจ้าของ SME ค่อย ๆ คลายความตึงเครียด เติมพลังให้สมองและหัวใจ พร้อมกลับมาทำงานได้อย่างมีโฟกัส ให้ธุรกิจเดินหน้าอย่างมั่นคง และชีวิตไหลลื่นแบบไม่ต้องยุ่งเหยิงอีกต่อไป