“3 ทักษะ” ที่พนักงานต้องมี ถ้าอยากเป็นองค์กรที่คว้าโอกาสในทุกวิกฤต




Main Idea
 
 
   3 ทักษะพาองค์กรฝ่าวิกฤต
 
 
  • มีมายด์เซ็ตพร้อมปรับตัว ทั้ง Growth Mindset เพื่อให้กล้าออกจากคอมฟอร์ตโซนไปทดลองสิ่งใหม่ๆ และ Outward Mindset ที่ช่วยให้พนักงานในองค์กรทำงานร่วมกัน มีเป้าหมายเดียวกันและร่วมกัน หาหนทางให้องค์กรเดินไปข้างหน้า
 
  • มีความคล่องตัว (Agility) เพื่อให้องค์กรสามารถปรับตัวในสถานการณ์ต่างๆ ได้อย่างรวดเร็ว
 
  • มี Innovation Thinking ในโลกที่มีความกดดันมากขึ้น ต้องอาศัยวิธีการและนวัตกรรมใหม่ๆ มาปรับปรุงการทำงานเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่แตกต่างในเวลาที่เร็วขึ้น
 


 

     จนถึงตอนนี้เรายังคงก้าวไม่พ้นสถานการณ์โควิด-19 ที่ยังไม่รู้ว่าพรุ่งนี้จะเป็นอย่างไร และไม่สามารถฟันธงได้ว่าจะจบลงเมื่อไร ทุกธุรกิจจึงดำเนินการภายใต้คำว่า “ไม่แน่นอน” เราได้เห็นความเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วภายในเวลาสั้นๆ ทั้งเรื่องพฤติกรรมผู้บริโภค การพัฒนาเทคโนโลยี ถ้าไม่อยากเป็นคนที่ถูกทิ้งไว้ข้างหลังก็ต้องปรับเปลี่ยนและเรียนรู้ในทุกๆ วัน





      “อริญญา เถลิงศรี” กรรมการผู้จัดการ SEAC ศูนย์พัฒนาและส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิตแห่งภูมิภาคอาเซียน ได้ให้ความเห็นในเรื่องนี้ว่า


     “เรากำลังอยู่ในความไม่แน่นอน ถ้ายังทำแบบเดิมก็คว้าโอกาสไว้ไม่ได้ แถมยังมีความเสี่ยงมากกว่าเดิม”
แต่ไม่ใช่ทุกองค์กรจะลุกขึ้นมาปรับตัวได้ในชั่วข้ามคืน บริษัทที่จะแก้วิกฤตหรือคว้าโอกาสไว้ได้คือบริษัทที่เตรียมความพร้อมโดยมุ่งไปที่การสร้างคน ทั้งพัฒนาวิธีคิดและทักษะการทำงาน ซึ่ง 3 ทักษะสำคัญที่องค์กรยุคนี้ต้องการมากที่สุดเพื่อฝ่าวิกฤตไปได้ ก็คือ



 
 
1. มีมายด์เซ็ตที่เอื้อต่อการปรับตัว


     การจะปรับเปลี่ยนพฤติกรรมหรือองค์กรได้ ต้องปรับวิธีการมอง ทั้ง Growth Mindset เพราะการเปลี่ยนแปลงต้องเริ่มจากตัวเอง และกล้าออกนอกคอมฟอร์ตโซนไปลองทำสิ่งใหม่ๆ และ Outward Mindset ที่ช่วยให้พนักงานในองค์กรทุกคนร่วมกันผนึกกำลัง ร่วมกันทำงานแบบคอลลาบอเรชัน (Collaboration) ต่างฝ่ายต่างยินดีให้ความช่วยเหลือซึ่งกันและกัน โดยมองเห็นเป้าหมายเดียวกันคือเป้าหมายขององค์กร และร่วมกันคิดค้นหาทางที่จะช่วยให้องค์กรเดินไปข้างหน้าด้วยกัน

 

 
2. มีความคล่องตัว (Agility)


     ทุกองค์กรต้องการความคล่องแคล่วว่องไว ซึ่งหมายถึง แนวคิด วิธีการที่จะทำให้การทำงานรวดเร็วขึ้นกว่าเดิมเพราะพฤติกรรมผู้บริโภคยุคนี้เปลี่ยนแปลงเร็ว ยกตัวอย่าง ร้านขายของในศูนย์การค้าที่ต้องถูกปิดในชั่วข้ามคืนในช่วงวิกฤตโควิด-19 และต้องเปลี่ยนมาจัดจำหน่ายผ่านช่องทางออนไลน์แทน พนักงานที่เคยขายหน้าร้านต้องการทักษะการขายที่แตกต่างไป เขาไม่ต้องการใช้เวลาเรียนหรือฝึกอบรม 3-5 เดือน เกิดเป็นความต้องการแบบใหม่ที่เรียกว่า Just in time learning รูปแบบการเรียนรู้ที่เรียนวันนี้ใช้วันถัดไปได้เลย




 
3. Innovation Thinking


     ความต้องการและพฤติกรรมของลูกค้าที่เปลี่ยนไป ทำให้หลายธุรกิจต้องทำความเข้าใจลูกค้าของตัวเองใหม่ รวมถึงความกดดันในการทำงานที่มากขึ้น จำนวนโปรเจ็กต์มากขึ้น เวลาน้อยลง แต่ความเร็วต้องเพิ่ม ฉะนั้น ต้องอาศัยวิธีและนวัตกรรมใหม่ๆ มาใช้ปรับปรุงการทำงานเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่แตกต่างในเวลาที่รวดเร็วขึ้น



 

     การทำธุรกิจในช่วงวิกฤตมักต้องเจอกับความเปลี่ยนแปลงและความท้าทาย หากคนในองค์กรมีเป้าหมายเดียวกัน มีวิธีคิดและการทำงานร่วมกันก็จะพาองค์กรก้าวข้ามวิกฤตหรือทรานส์ฟอร์มองค์กรได้
 
 
www.smethailandclub.com
ศูนย์รวมข้อมูลธุรกิจเอสเอ็มอี

RECCOMMEND: MANAGEMENT

“รู้งี้…” คำสั้นๆ ที่ทำให้ธุรกิจพลาดโอกาส เปิดสูตรลับการตัดสินใจ ของ Jeff Bezos ที่ใช้สร้าง Amazon

บางครั้งสิ่งที่แพงที่สุดในธุรกิจ ไม่ใช่เงินลงทุนที่พลาด แต่คือโอกาสที่เรา “ไม่ได้ลอง” รู้จัก Regret Minimization วิธีคิดแบบ Jeff Bezos ที่ช่วยให้เลือกทางที่ไม่ต้องเสียใจทีหลัง

คุณเป็นหัวหน้าแบบนี้ไหม “Snowplow” ผู้ที่ชอบแบกทุกเรื่อง จัดการทุกอย่าง หวงงานไว้คนเดียว ไม่ปล่อยให้ลูกน้องได้ทำ ได้คิด จนองค์กรไม่โต     

งานมีเยอะ แต่ทำไมหัวหน้าทำอยู่คนเดียว? ถ้าเป็นเพราะหัวหน้าคิดว่าทำเองเสร็จเร็วกว่า องค์กรคุณอาจเจอเข้ากับ “Snowplow” หรือหัวหน้าที่ชอบเก็บงานไว้กับตัว ไม่กระจายให้ลูกน้อง เพราะกลัวคนอื่นจะทำผิด มีหัวหน้าแบบนี้ส่งผลเสียต่อองค์กรได้ยังไง

ก่อนพนักงานจะเป็นซอมบี้ ไม่เหลือคนมีไฟในองค์กร 5 กระจกสะท้อน 'รอยร้าว' ในองค์กร จากหนัง HUMAN RESOURCE

ทำไมเด็กรุ่นใหม่ไม่อดทน? ทำไมคนเก่ง ๆ ถึงเริ่มเงียบหาย? หนังเรื่อง HUMAN RESOURCE (พนักงานใหม่: โปรดรับไว้พิจารณา) ไม่ใช่แค่หนังเล่าชีวิตออฟฟิศขี้บ่น แต่คือ "กระจกบานใหญ่" ที่สะท้อน 5 รอยร้าว ในองค์กรที่คุณอาจมองไม่เห็นหรือไม่รู้ตัว