เป็นผู้นำที่ “ใจดีเกินไป” ก็อาจเป็นภัยร้ายต่อธุรกิจ

TEXT : กองบรรณาธิการ





     การเอาใจใส่ถือเป็นทักษะในการเข้าใจและรับรู้ความรู้สึกมุมมองของผู้อื่น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในฐานะผู้นำองค์กร ทักษะนี้นับว่ามีความสำคัญอย่างยิ่ง เพราะไม่มีทางเลยที่คุณจะสามารถเป็นผู้นำได้ดี หากคุณยังไม่เข้าใจหรือรู้จักลูกน้องหรือพนักงานเหล่านั้นได้ดีพอ แต่ก็อีกนั่นแหละบางครั้งการใจดีหรือเห็นอกเห็นใจมากเกินไป ก็อาจกลายเป็นดาบสองคมส่งผลเสียตามมาในภายหลังได้เช่นกัน ข้อเสียของการเป็นหัวหน้าหรือผู้นำที่ใจดีเกินไปมีอะไรบ้าง ลองไปดูกัน



 

ขาดความหลากหลาย


      จากบทวิเคราะห์และศึกษาจากหลายๆ ที่พบว่ามนุษย์ส่วนใหญ่นั้นมักจะเห็นอกเห็นใจบุคคลที่มีลักษณะคล้ายคลึงกับตัวเองได้ง่ายขึ้น ซึ่งหลายครั้งที่เรามักนำเสนอสิ่งที่ดีกว่า เช่น ผลตอบแทน ตำแหน่ง โอกาส โดยที่บางครั้งก็ทำไปโดยไม่รู้ตัว จนอาจลามไปถึงการจ้างงานหรือคัดเลือกบุคคลเข้ามาทำงาน เราก็มักจะเลือกจากบุคคลที่มีลักษณะหรือเคมีคล้ายคลึงกัน จึงอาจทำให้เกิดผลเสียตามมาภายหลังจากการขาดมุมมองที่หลากหลาย รวมถึงการแก้ไขปัญหา หรือความคิดสร้างสรรค์ต่างๆ ก็อาจดำเนินมาในทิศทางเดียวกันเพียงอย่างเดียวก็ได้




 
มองโลกแคบเกินไป
               

     ผลเสียอีกข้อของการเป็นผู้นำที่เห็นอกเห็นใจหรือใจดีมากเกินไป คือ อาจทำให้คุณมองโลกแคบลง บางครั้งการปล่อยให้ลูกน้องหรือพนักงานได้เรียนรู้ด้วยตัวเองบ้าง ผิดว่าตามผิด ถูกว่าตามถูก ทำตัวเป็นกลางไม่เอนเอียงฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง สิ่งนี้อาจช่วยให้เขาเหล่านั้นเติบโตและดำเนินงานไปในทิศทางที่ถูกต้องแบบที่ควรจะเป็นได้ ที่สำคัญเพื่อจะได้ไม่ต้องทำให้เกิดความรู้สึกลำเอียงแก่พนักงานคนอื่นๆ ที่เฝ้ามองมาด้วย



 

ทำให้เกิดความทุกข์
               

     การเป็นผู้นำที่เห็นอกเห็นใจผู้อื่น หากคุณใจไม่แข็งพอและไม่ปล่อยวาง บางครั้งความทุกข์ของเขา ก็อาจกลับกลายมาเป็นทุกข์ของเราเข้าก็ได้ ยิ่งหากคุณมีลูกน้องที่ต้องดูแลเป็นสิบเป็นร้อยคนหากไม่รู้จักวางเฉย ไม่ปล่อยวาง แทนที่จะทุกข์แค่ลูกน้อง ทุกข์นั้นก็อาจมารวมกันอยู่ที่ตัวคุณ จนแบกรับความทุกข์ของใครอยู่เต็มไปหมดก็ได้ ซึ่งตัวเราเองก็จะหมดแรง และแย่ลงไปในที่สุด ลองเป็นผู้นำที่ใจนิ่งๆ ไม่เอาตัวเองเข้าไปอยู่ในปัญหา เพื่อคอยเป็นหลักเป็นที่พึ่งพิงให้เขาจะดีกว่า



 
 
ไม่มีคุณค่า
               

      ข้อสุดท้าย สิ่งที่เรียกว่าอาจทำให้เกิดข้อเสียสำหรับการเป็นผู้นำที่ใจดีหรือเห็นอกเห็นใจเกินไป ก็คือ อาจทำให้ลูกน้องหรือพนักงานมองไม่เห็นถึงคุณค่าของสิ่งที่คุณได้ให้ไว้ การยื่นมือเข้าไปช่วยเหลืออยู่บ่อยๆ นอกจากจะสร้างให้เขาเกิดความเคยชิน ยังอาจทำให้ขาดการเรียนรู้ต่อสิ่งที่พวกเขาเหล่านั้นต้องเผชิญและต้องผ่านมันไปให้ได้ด้วยตัวเอง ลองให้ในเวลาที่ควรให้ วางพื้นฐานและมาตรฐานการให้เอาไว้ ก็อาจช่วยให้วินๆ ด้วยกันทั้งสองฝ่าย



 

เคล็ดลับการจัดการอารมณ์ความเป็นผู้นำ
 
               
     ถ้าไม่รู้ว่าควรวางตัวเช่นไรไม่ให้เป็นหัวหน้าหรือผู้นำองค์กรที่ใจดีเกินไป ขณะเดียวกันก็ไม่ใช่แล้งน้ำใจเกินไป ลองปฏิบัติดูตามหลัก 3 ข้อนี้


มีสติ วางใจให้เป็นกลางและนิ่ง ไม่โอนเอียงไปข้างใดข้างหนึ่งมากจนเกินไป หากอะไรที่รู้ว่ามากเกินไปก็ให้หยุดพักก่อน และตั้งสติ ไตร่ตรองหาเหตุผลความเป็นจริงที่เกิดขึ้นก่อน  


ไม่เห็นแก่ตัว ถึงจะให้ลดความใจดีลงบ้าง แต่ยังไงแล้วท้ายที่สุด ผู้นำก็ต้องไม่เห็นแก่ตัว และเป็นที่พึ่งพิงแก่ลูกน้องได้ เพราะสิ่งหนึ่ง คือ สิ่งสำคัญที่จะใช้มัดใจเขาเหล่านั้นได้


มีเมตตา แม้ในกระบวนการทำงานอาจเต็มไปด้วยมาตรฐาน กฎเกณฑ์ต่างๆ มากมาย แต่เพราะความเป็นจริงแล้วเราไม่ใช่หุ่นยนต์ที่สั่งอะไรเข้าไป แล้วจะได้ผลลัพธ์ออกมาแบบนั้นเป๊ะๆ ดังนั้นบางอย่างหากผิดพลาดอะไรไปบ้าง ก็ควรมีเมตตา รับฟังเหตุผล และให้โอกาสอย่างเหมาะสม
 





www.smethailandclub.com
ศูนย์รวมข้อมูลธุรกิจเอสเอ็มอี

 

RECCOMMEND: MANAGEMENT

บริหารแบบตัวพ่อ! วิธีปั้นทีมให้ “เก่งเองได้” ไม่ต้องรอเจ้าของสั่ง สไตล์ Bernard Arnault

เหนื่อยไหม? ที่ต้องเป็นแบกทุกอย่างไว้บนบ่าคนเดียว มาดูวิธีที่ เบอร์นาร์ด อาร์โนลต์ คุมอาณาจักร LVMH แบรนด์หรู ให้รันต่อได้แบบไม่ต้องจ้ำจี้จ้ำไช

เห็นคนอื่นประสบความสำเร็จเร็ว อย่าเพิ่งท้อ ดู 7 วิธีรับมือของชาว Late Bloomer คนที่เติบโตช้า รอเวลาที่ใช่ เพื่อเบ่งบาน      

เพื่อนสำเร็จแล้ว แต่เรายังอยู่ที่เดิม ถ้าคุณกำลังอยู่ในสถานการณ์แบบนี้ อย่าเพิ่งตีอกชกหัว เพราะคุณอาจเป็นหนึ่งในคนที่เรียกว่า “Late Bloomer” หรือคนที่เติบโตช้า เพื่อรอเวลาที่ใช่ แต่ถ้าไม่รู้จะหาทางออกยังไง มาดูเทคนิครับมือความเป็นคนช้าๆ

Empathy Is Strategy ใช้กลยุทธ์ความเห็นใจ เปลี่ยนวิกฤติเป็นศรัทธา เทคนิคการบริหารคนของ Brian Chesky CEO  Airbnb

เมื่อ Brian Chesky ซีอีโอของ Airbnb ต้องเผชิญวิกฤตหนักจากโควิด รายได้หายไปแทบข้ามคืน และต้องลดพนักงาน 25% แต่เพราะ “วิธีที่เขาปลด” ได้เป็นบทเรียนที่ ผู้นำองค์กรสามารถหยิบมาคิดในวันที่โลกยังเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน