“3 กฎเหล็ก” สร้างสินค้าใหม่ให้ปัง ตั้งแต่แบบร่าง ไปจนถึงการผลิต

TEXT : กองบรรณาธิการ





     ทุกวันนี้ไม่มีกระบวนการผลิตอะไรที่เป็นความลับหรือเป็นเรื่องใหม่ได้อย่างแท้จริง เพราะด้วยความก้าวหน้าของเทคโนโลยีจึงทำให้เราสามารถเข้าถึงข้อมูลที่หลากหลายได้ง่ายขึ้น จึงไม่มีองค์ความรู้ใดบนโลกที่จะสามารถเป็นความลับได้อีกต่อไป แต่สิ่งสำคัญ คือ การประยุกต์นำความรู้เหล่านั้นมาทำให้เกิดประโยชน์ขึ้นได้มากกว่า โดยเฉพาะในการทำธุรกิจที่ต้องมีการแข่งขันกันอยู่เรื่อยๆ


     ซึ่งการจะผลิตสินค้าใหม่ขึ้นมาสักชิ้นให้ประสบความสำเร็จได้ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัยด้วยกัน และต่อไปนี้ คือ 3 เคล็ดลับที่จะช่วยให้คุณสามารถแปลงความรู้สู่ผลิตภัณฑ์ที่ดี ไปจนถึงกระบวนการผลิต และออกขายได้ในที่สุด



 
 
จัดทำรายการวัตถุดิบให้แม่นยำ
               

     เพื่อให้ค่าใช้จ่ายทุกอย่างออกมาครอบคลุมที่สุด ไปจนถึงการตั้งราคาสินค้าเพื่อจำหน่ายได้อย่างถูกต้องเหมาะสม การจะคิดออกผลิตภัณฑ์ใหม่ขึ้นมาสักชิ้น ผู้ประกอบการต้องคิดคำนวณให้ดีก่อนว่าวัตถุดิบและวัสดุต่างๆ ที่ต้องนำมาใช้เป็นชิ้นส่วนประกอบในการผลิต ไปจนถึงค่าใช้จ่ายในการผลิต เช่น ค่าแรงงาน ภาษีนำเข้า แพ็กเกจจิ้ง การขนส่ง ฯลฯ เหล่านี้อยู่ที่เท่าไหร่ ผลิตในปริมาณเท่าไหร่ถึงจะคุ้มค่ากับต้นทุนที่ต้องเสียไป เพื่อทำราคาที่ดี ลองคิดจากปริมาณต่ำสุด - สูงสุดที่จะสามารถผลิตได้ ซึ่งหลังจากประเมินทุกอย่างไว้เรียบร้อยแล้ว


     โดยหลังจากทำความเข้าใจเกี่ยวกับค่าใช้จ่ายต่างๆ ที่ต้องเกิดขึ้นแล้ว จะสามารถช่วยให้คุณกำหนดราคาได้อย่างถูกต้อง และมั่นใจได้ว่าจะได้ไม่เสียเงินเพิ่มเติมในภายหลัง ถึงแม้อาจต้องมีควักเพิ่มก็เพียงเล็กน้อยเท่านั้น ไม่ได้เกินจากที่คาดการณ์ไว้ไปไกลนัก




 
จำลองสถานการณ์ที่แย่ที่สุดไว้ล่วงหน้า


      ในการเริ่มต้นใดๆ ขึ้นมาก็ตาม ทรัพยากรและเวลา คือ สิ่งสำคัญ ซึ่งไม่แน่ว่าอะไรก็อาจสามารถเกิดขึ้นได้ ดังนั้นแล้วจึงมีกฎง่ายๆ ว่าไม่ว่าจะทำอะไรก็ตามควรเผื่อทุกอย่างไว้อีก 50 เปอร์เซ็นต์จากค่าประมาณเดิมที่ตั้งไว้ ตั้งแต่เวลาในการจัดหาวัตถุดิบ การผลิต การจัดส่งสินค้า หรือแม้แต่การเลือกใช้ซัพพลายเออร์เองก็ตามทุกอย่างควรต้องมีสำรองเผื่อไว้ เพื่อไม่ให้เกิดการขาดตอน หรือแม้แต่ติดขัดเกิดปัญหาอะไรขึ้นจะได้มีเวลาแก้ไขได้อย่างทันท่วงที ธุรกิจเดินหน้าไปต่อได้




 
เลือกทำผลิตภัณฑ์ที่สามารถต่อยอดได้
               

     ข้อสุดท้ายที่ผู้ประกอบการควรคำนึงถึงหากคิดจะสร้างผลิตภัณฑ์อะไรขึ้นมาก็ตาม คือ ผลิตภัณฑ์นั้นสามารถขยายต่อยอดออกไปได้หรือไม่ เพื่ออย่างน้อยๆ จะได้เป็นการประหยัดเวลา ประหยัดต้นทุน และธุรกิจสามารถเดินหน้าต่อไปได้เลย โดยการต่อยอดที่ว่านี้อาจหมายถึงการพัฒนาปรับปรุงผลิตภัณฑ์ให้ดียิ่งขึ้น ไปจนถึงการทำสินค้าเพิ่มเติมขึ้นมาโดยใช้ฐานข้อมูลเดียวกัน ตั้งแต่วัตถุดิบ กรรมวิธีในการผลิต หรืออื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับสินค้าตัวแรกที่ผลิตออกมา หรือแม้แต่เครื่องจักร อุปกรณ์เครื่องใช้ต่างๆ ก็ตาม เพื่อต่อยอดเป็นต้นทุนที่ดีให้กับงานในอนาคตที่อาจเกิดขึ้นได้ โดยการคิดให้รอบคอบถี่ถ้วนเช่นนี้ นับเป็นอีกความคุ้มค่าทางธุรกิจที่หากใครสามารถหา ก็เรียกว่าได้กำไรหลายต่อไปแล้ว ตั้งแต่ยังขายไม่ได้กันเลยทีเดียว
 

 
 
www.smethailandclub.com
ศูนย์รวมข้อมูลธุรกิจเอสเอ็มอี

 

RECCOMMEND: MANAGEMENT

“รู้งี้…” คำสั้นๆ ที่ทำให้ธุรกิจพลาดโอกาส เปิดสูตรลับการตัดสินใจ ของ Jeff Bezos ที่ใช้สร้าง Amazon

บางครั้งสิ่งที่แพงที่สุดในธุรกิจ ไม่ใช่เงินลงทุนที่พลาด แต่คือโอกาสที่เรา “ไม่ได้ลอง” รู้จัก Regret Minimization วิธีคิดแบบ Jeff Bezos ที่ช่วยให้เลือกทางที่ไม่ต้องเสียใจทีหลัง

คุณเป็นหัวหน้าแบบนี้ไหม “Snowplow” ผู้ที่ชอบแบกทุกเรื่อง จัดการทุกอย่าง หวงงานไว้คนเดียว ไม่ปล่อยให้ลูกน้องได้ทำ ได้คิด จนองค์กรไม่โต     

งานมีเยอะ แต่ทำไมหัวหน้าทำอยู่คนเดียว? ถ้าเป็นเพราะหัวหน้าคิดว่าทำเองเสร็จเร็วกว่า องค์กรคุณอาจเจอเข้ากับ “Snowplow” หรือหัวหน้าที่ชอบเก็บงานไว้กับตัว ไม่กระจายให้ลูกน้อง เพราะกลัวคนอื่นจะทำผิด มีหัวหน้าแบบนี้ส่งผลเสียต่อองค์กรได้ยังไง

ก่อนพนักงานจะเป็นซอมบี้ ไม่เหลือคนมีไฟในองค์กร 5 กระจกสะท้อน 'รอยร้าว' ในองค์กร จากหนัง HUMAN RESOURCE

ทำไมเด็กรุ่นใหม่ไม่อดทน? ทำไมคนเก่ง ๆ ถึงเริ่มเงียบหาย? หนังเรื่อง HUMAN RESOURCE (พนักงานใหม่: โปรดรับไว้พิจารณา) ไม่ใช่แค่หนังเล่าชีวิตออฟฟิศขี้บ่น แต่คือ "กระจกบานใหญ่" ที่สะท้อน 5 รอยร้าว ในองค์กรที่คุณอาจมองไม่เห็นหรือไม่รู้ตัว