คนไม่ชอบตื่นเช้าต้องอ่าน ตื่นสายก็เป็น CEO ระดับโลกได้

TEXT : กองบรรณาธิการ

      

     ใครชอบนอนตื่นสายบ้าง ยกมือขึ้น!

     บ่อยครั้งที่การตื่นสายมักถูกมองว่าเป็นสัญลักษณ์ของความขี้เกียจ ไม่มีระเบียบวินัย จะทำอะไรก็สำเร็จได้ยาก จริงๆ แล้วคนตื่นสายเป็นคนขี้เกียจจริงไหม สามารถประสบความสำเร็จในชีวิตได้เหมือนคนตื่นเช้าหรือเปล่า วันนี้จะชวนมาพิสูจน์กัน ซึ่งว่ากันว่า CEO ระดับโลกหลายคนก็ชอบนอนดึก ตื่นสาย มากกว่าตื่นเช้ามืดหลายคนนะ

การนอนกับหลักวิทยาศาสตร์

     ก่อนจะไปหาคำตอบว่า การตื่นสาย คือ คนขี้เกียจไหม หรือทำให้การประสบความสำเร็จในชีวิตลดลงจริงหรือเปล่า เราลองมาทำความเข้าใจกับการนอนหลับตามหลักวิทยาศาสตร์กันก่อน

     มีการกล่าวไว้ว่ามนุษย์เราเวลา 1 ใน 3 ของชีวิตมักหมดไปกับการนอน ซึ่งจริงๆ แล้วการนอนหลับถือว่ามีความสำคัญและจำเป็นต่อร่างกายไม่ต่างจากการกินอาหารหรือหายใจเลยทีเดียว

     โดยการนอนหลับของเรานั้นจะถูกควบคุมจากปัจจัยการทำงาน 2 ส่วน ได้แก่ 1. Circadian Rhythm คือ จังหวะรอบวัน เพื่อเป็นตัวกำหนดว่าในเวลา 24 ชั่วโมงนั้น เราต้องตื่นและอยากนอนเมื่อไหร่ และ 2. Sleep Pressure หรือ แรงกระตุ้นให้เกิดความรู้สึกอยากนอน ซึ่งเกิดจากทำงานของสารเคมีในสมอง 2 ได้แก่ เมลาโทนิน (Melatonin) ซึ่งจะหลั่งออกมาในเวลากลางคืนเพื่อเตือนให้รู้ว่าถึงเวลานอนแล้ว และอะดีโนซีน (Adenosine) เป็นสารที่หลั่งออกมาในตอนที่เราตื่น โดยจะค่อยๆ เพิ่มปริมาณขึ้นมาเรื่อยๆ ทำให้ยิ่งตื่นนอนมานานเท่าไหร่ เราก็จะยิ่งรู้สึกอยากนอนมากขึ้นเท่านั้น

     แต่ถึงแม้จะมีเวลา 24 ชั่วโมงเท่ากัน แต่จริงๆ แล้วเวลาที่เหมาะสมในการนอนหรือตื่นของแต่ละคนนั้นไม่เหมือนกัน บางคนอาจรู้สึกตื่นตัว มีพลังในช่วงเช้า ขณะที่บางคนอาจรู้สึกมีสมาธิในช่วงค่ำ เหตุผลส่วนหนึ่งมาจากพันธุกรรมที่เรียกว่า โครโนไทป์ (Chronotype) เป็นตัวทำให้ช่วงเวลาที่เหมาะสมของแต่ละคนนั้นแตกต่างกัน

     โดยได้มีการแบ่งประเภทการนอนออกไว้เป็น 3 กลุ่ม ได้แก่

     1. Sleepless Elite คือ กลุ่มคนที่มียีนพิเศษ “Thatcher” ซึ่งมีอยู่เพียง 1-3% ของประชากรโลกเท่านั้น กลุ่มคนที่มียีนชนิดนี้จะสามารถนอนหลับพักผ่อนได้เพียงพอในเวลา 4 ชั่วโมงเท่านั้น ขณะที่คนทั่วไปต้องการเวลานอนราว 7-9 จึงจะไม่อ่อนเพลีย ตัวอย่างบุคคลมีชื่อเสียงที่มียีนชนิดนี้ ได้แก่ โดนัลด์ ทรัมป์ อดีตประธานาธิบดีสหรัฐฯ หรือ มาริสสา เมเยอร์ อดีต CEO แห่ง Yahoo นั่นเอง

     2. The Driven Ascetics คือ กลุ่มคนที่ไม่ได้มียีนพิเศษ แต่มีความพยายามจะจัดสรรเวลาการนอนให้น้อยกว่าปกติเล็กน้อย เพื่อจะได้มีเวลาไปทำอย่างอื่นมากขึ้น เช่น การทำงาน การออกกำลังกาย การทำสมาธิ ตัวอย่างเช่น อีลอน มัสก์ ซึ่งจะนอนเพียง 6 ชม.ต่อคืน หรือ Dwayne Johnson (The rock) ที่นอนวันละ 6 ชม. เช่นกัน

     3. The Successful Sleepers คือ กลุ่มคนทั่วไปที่ใช้เวลาในการนอนปกติวันละ 7-9 ชั่วโมง ตัวอย่างนักธุรกิจที่ยืดในแนวทางนี้ ก็คือ บิล เกตส์, ทิม คุก เป็นต้น

Night Owl ชอบทำงานตอนดึก ตื่นสาย

     นอกจากเหตุผลตามหลักทางวิทยาศาสตร์ ที่ส่งผลทำให้ช่วงเวลาการนอนและตื่นของแต่ละคนไม่เท่ากันแล้ว จริงๆ เหตุผลที่สำคัญอีกข้อที่ทำให้เราเป็นคนชอบตื่นสาย ก็เพราะเราอาจเป็นคนประเภท Night Owl หรือที่เรียกว่า นกฮูกกลางคืนก็ได้

     โดยคนประเภท Night Owl นี้จะมีลักษณะตรงกันข้ามคนละขั้วกับ Early Birds หรือ นกที่ตื่นเช้า คนที่ตื่นก่อนดวงอาทิตย์ขึ้น เพื่อไปทำงานให้ทันกันเลยทีเดียว โดยพฤติกรรมที่เด่นชัดของเหล่า Night Owl ส่วนใหญ่ ก็คือ ชอบทำงานกลางคืนและตื่นสาย เหมือนกับที่เหล่าศิลปิน นักเขียน นักประดิษฐ์หลายๆ คนที่เราเคยเห็นมา

     เหตุผลสำคัญ 2 ประการที่ส่งผลให้เหล่า Night Owl ชอบทำงานกลางคืน ก็คือ

     1. จิตวิทยาสภาพแวดล้อม เนื่องจากกลางคืนเป็นช่วงเวลาที่เงียบสงบ ไม่มีเสียงรบกวนจากภายนอก รวมถึงความมืดจากแสงไฟสลัวๆ จึงทำให้เกิดสมาธิที่ดีกว่า

     2. สารเคมีในสมอง ปกติเวลาที่เรานอนหลับสมองบางส่วน เช่น สมองส่วนหน้าที่ทำหน้าที่เกี่ยวกับการตัดสินใจจะทำงานน้อยลง แต่สำหรับกลุ่มคนที่เป็นเหล่า Night Owl สมองซีกขวาที่ทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางความคิดสร้างสรรค์กลับทำงานมากขึ้น จึงเป็นเหตุผลที่ว่าทำไมเราจึงเห็นหลายคนบอกว่าชอบทำงานกลางคืน เพราะคิดงานออกมากกว่า นอกจากนี้ในช่วงเวลากลางคืน ต่อมใต้สมองจะหลั่งสารเคมีที่ชื่อ “โปรแลคติน” (Prolactin) ออกมา ซึ่งเป็นฮอร์โมนเกี่ยวข้องกับการสร้างน้ำนม แต่มีผลช่วยให้เกิดความรู้สึกสงบได้

ตัวอย่าง CEO ที่นอนดึก ตื่นสาย แต่ประสบความสำเร็จได้

     ถึงจะมีข้อยืนยันมาพิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าการนอนดึก ตื่นสาย ไม่ได้เป็นปัจจัยต่อความล้มเหลว หรือสำเร็จ แต่เอาเข้าจริงก็มี CEO หรือผู้บริหารระดับโลกหลายคนที่นอนตื่นสายหลัง 10 โมงเช้า และสามารถประสบความสำเร็จได้เช่นกัน มีใครบ้างลองไปดูกัน

     Mark Zukerberg บอกว่าเขาเองไม่ชอบการตื่นเช้าเอาซะเลย แต่ก็ไม่ใช่ว่าเขาจะพักผ่อนไม่เพียงพอ มาร์คฯ ยังเชื่อว่าการพักผ่อนให้ได้ 7-8 ชั่วโมง คือ สิ่งสำคัญสำหรับร่างกาย เพียงแต่เขาเป็นคนชอบนอนดึกและทำงานตอนกลางคืนมากกว่า

     Aaron Levie ซีอีโอแห่ง Box บริษัทคลาวด์ เป็นอีกผู้หนึ่งที่มักเข้านอนในช่วงเวลาประมาณตี 3 และตื่นหลังจาก 10 โมงเช้า นอกจากนี้เพื่อให้การทำงานที่มีประสิทธิภาพเขายังชอบนอนพักกลางวันเป็นช่วงเวลาสั้นๆ และดื่มกาแฟเพื่อความกระปรี้กระเปร่าของร่างกายด้วย

     Alexis Ohanian ผู้ร่วมก่อตั้งเว็บไซต์ Reddit เป็นอีกบุคคลที่ชอบนอนดึกตื่น 10 โมงเช้าเช่นกัน แต่ถึงจะเห็นเขานอนดึกอย่างนี้ เอาเข้าจริงเขาก็ค่อนข้างให้ความสำคัญกับคุณภาพการนอน โดยพยายามจำกัดการใช้หน้าจอทุกประเภท เพื่อไม่ให้รบกวนการนอนของเขา

     Warren Buffet นักการเงินที่และซีอีโอแห่งบริษัท Berkshire Hathaway ที่มีมูลค่าสูงกว่า 84 พันล้านดอลลาร์ เคยให้สัมภาษณ์ว่าแม้เขาจะนอนดึก ตื่นสาย แต่ก็นอนครบ 8 ชั่วโมงต่อวัน และไม่มีความคิดอยากจะตื่นนอนแต่เช้ามืดเลยสักครั้ง

     Pharrell Williams นักร้องนักแต่งเพลงชาวอเมริกัน โปรดิวเซอร์ ดีไซเนอร์ และผู้ประกอบการ เป็นอีกคนที่ไม่เคยใช้นาฬิกาปลุก แต่เขาจะตื่นขึ้นมาเองโดยธรรมชาติเพื่อโทรศัพท์ติดต่องานในทุกๆ 10.30 น. และเดินทางกลับบ้านเวลา 3 -5 ทุ่มทุกวัน

สรุป

     จากเหตุผลที่กล่าวมาจึงแสดงให้เห็นว่าไม่ว่าจะนอนดึก ตื่นสาย หรือนอนเร็ว ตื่นเช้า จริงๆ แล้วก็เป็นเพียงรูปแบบการทำงาน หรือความถนัดของแต่ละคน ซึ่งมีเหตุผลแตกต่างกันไป แต่ไม่ได้มีความสำคัญมากไปกว่าการพักผ่อนให้เพียงพอกับร่างกาย ฉะนั้นจะเลือกเป็น Early Birds หรือ Night Owls ก็ควรเลือกให้เหมาะสมกับตนเอง

ที่มา : https://bit.ly/3TuFdDP

https://bit.ly/2Uyt2HP

https://bit.ly/3gi7mQk

https://bit.ly/3yPnj6Z

 

www.smethailandclub.com
ศูนย์รวมข้อมูลธุรกิจเอสเอ็มอี

RECCOMMEND: MANAGEMENT

Quiet hiring เทรนด์จ้างงานแบบใหม่ ลดค่าใช้จ่าย ไม่ต้องจ้างคนเพิ่ม กลยุทธ์รับมือเศรษฐกิจถดถอย

จ้างงานแบบเงียบ (Quiet hiring) เป็นศัพท์ใหม่ของเทรนด์การทำงานปี 2023 มีความหมาย คือ การที่บริษัทหรือองค์กรเพิ่มทักษะและเติมช่องว่างในที่ทำงานได้โดยไม่ต้องจ้างพนักงานเข้ามาใหม่ และจะดีต่อ องค์กร และ พนักงาน อย่างไร

6 ทางออก แก้ปัญหาช่องว่างระหว่างวัย รุ่นใหม่ – รุ่นเก๋า ทำงานเข้ากันได้ดี

ปัญหาความแตกต่าง ความไม่เข้าใจระหว่างวัย เป็นสิ่งที่ไม่ว่าองค์กรไหนๆ ก็ต้องเจอ โดยเฉพาะกับเด็กรุ่นใหม่ที่มีความเป็นตัวของตัวเองสูง และมีไลฟ์สไตล์แตกต่างกันออกไป ลองมาดู 6 วิธีรับมือเมื่อต้องทำงานกับเด็กรุ่นใหม่กัน

เตรียมอวสาน พลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวทิ้ง กว่า 30 ประเทศทั่วโลกห้ามใช้สินค้าเหล่านี้แล้ว

ความพยายามแก้ปัญหาขยะพลาสติกทั่วโลกนั้นมีมานาน แต่ยังไม่ประสบความสำเร็จมากนัก ดังนั้นหลายประเทศจึงใช้วิธีแบน พลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวทิ้ง (single use plastic: SUP) ทำให้สินค้า อาทิ ช้อน ส้อม หลอดพลาสติก ฯลฯ ไม่สามารถใช้ได้ในหลายประเทศอีกต่อไป