ภาวะหมดไฟ ภัยเงียบที่คุกคามผู้นำ ถึงเวลาทบทวนวิธีพัก ก่อนที่ธุรกิจจะพังไปพร้อมใจคุณ

https://forms.gle/2P5wVanLJK1Mbi829Text: Neung Cch.


     เคยไหมร่างแทบพัง พลังแทบไม่มี แต่เพราะโลกของการทำธุรกิจที่ทุกอย่างต้อง “เร็ว แข่ง และรอด” บวกกับภาพลักษณ์ของผู้นำที่ “แกร่งเสมอ” กลายเป็นเรื่องปกติ ไม่ว่าจะเหนื่อยแค่ไหน จะเครียดเพียงใด ก็ยังต้องยิ้มให้ทีมงาน ยังต้องคิดให้เร็ว ตัดสินใจให้แม่น และพาธุรกิจไปต่อ…แม้พลังข้างในจะค่อยๆ หายไปทีละน้อยโดยไม่รู้ตัว

     นี่แหละคือ “ภาวะหมดไฟ (Burnout)” ที่กำลังระบาดหนักในหมู่ผู้บริหารและเจ้าของกิจการ โดยเฉพาะในยุคเศรษฐกิจกำลังซบเซา เผชิญปัญหารอบด้าน ที่ทำให้ผู้ประกอบการต้องปรับตัวแบบไม่มีเวลาพักหายใจ

ความเครียดของผู้นำพุ่งไม่หยุด: ตัวเลขที่พูดแทนความจริง

     ผลสำรวจจาก Development Dimensions International (DDI) ที่ได้สำรวจผู้เชี่ยวชาญด้านทรัพยากรบุคคล 2,185 คนและผู้นำ 10,796 คนจากองค์กรมากกว่า 2,000 แห่งทั่วโลก ระบุว่า ผู้นำถึง 71% รู้สึกเครียดเพิ่มขึ้น และมากกว่า 50% มีอาการของภาวะหมดไฟ ซึ่งไม่เพียงส่งผลต่อสุขภาพจิตของพวกเขา แต่ยังกระทบต่อประสิทธิภาพขององค์กรในระยะยาว

     ความเครียดที่เพิ่มขึ้นนี้ไม่ได้หมายถึงเวลาทำงานที่ยาวนานขึ้นหรือการประชุมมากเกินไปเท่านั้น แต่ยังรวมถึงแรงงานทางอารมณ์ ความเหนื่อยล้าจากการตัดสินใจ และความเครียดในระบบองค์กร การรวมองค์ประกอบเหล่านี้เข้าด้วยกันจะส่งผลให้เกิดภาวะหมดไฟ ซึ่งเป็นภาระที่แอปการทำสมาธิเพียงอย่างเดียวไม่สามารถแก้ไข

     แรงกดดันนี้ไม่ได้จำกัดอยู่แค่ระดับ ผู้บริหาร ระดับสูงเท่านั้น รายงานที่สำรวจผู้นำกว่า 10,000 คนจากหลากหลายอุตสาหกรรม แสดงให้เห็นว่าภาวะหมดไฟในการเป็นผู้นำนั้นแพร่หลาย หากไม่ได้รับการแก้ไข บริษัทต่างๆ จะไม่เพียงแต่สูญเสียในสงครามแย่งชิงบุคลากรเท่านั้น แต่ยังสูญเสียความยืดหยุ่นและผลกำไรที่ผู้นำควรปกป้องอีกด้วย

อาการของภาวะหมดไฟในผู้นำ 

     1. ความเหนื่อยล้าจากการต้อง “แสดงบทผู้นำ” ตลอดเวลา

          ผู้นำในออฟฟิศต้องมี “Presence” ตลอดเวลา ต้องเข้มแข็ง ต้องตัดสินใจ ต้องสร้างพลังให้ทีม แม้ข้างในจะหมดแรง นี่คือแรงกดดันที่สั่งสมตลอดวันโดยไม่รู้ตัว

     2. ภาวะคลุมเครือจากการทำงานแบบไฮบริด

          แม้ดูเหมือนความเครียดจะลดลง แต่กลับพบว่า ภาวะหมดไฟพุ่งสูง ในกลุ่มผู้นำที่ทำงานทางไกลหรือแบบผสม เพราะขอบเขตการทำงาน-ชีวิตส่วนตัวเบลอเกินไป

      3. โครงสร้างการทำงานที่ไม่สอดคล้องกัน

           ผู้นำที่ทำงานแบบ onsite ต้องจัดการกับทีมที่กระจายตัว มีช่องว่างในการสื่อสาร ขาดความเข้าใจซึ่งกันและกัน ความเหนื่อยล้าที่ไม่ใช่แค่ร่างกาย แต่กัดกร่อน “ใจ”

     งานวิจัยล่าสุดจาก Forbes (2025) ชี้ว่า “ผู้นำที่ประสบความสำเร็จมาก มักมีแนวโน้ม Burnout สูงกว่าเฉลี่ย” เพราะพวกเขามักไม่ยอมถอย ไม่ยอมพัก และไม่เคยตั้งคำถามกับการใช้ชีวิตแบบเร่งรีบ

ความเครียดของผู้นำพุ่งไม่หยุด

      - ภาวะหมดไฟกำลังลามทั้งองค์กร

          รายงานของ DDI ซึ่งสำรวจผู้นำกว่า 10,000 คนจากหลากหลายอุตสาหกรรม พบว่า ภาวะหมดไฟกลายเป็นเรื่องธรรมดา ไม่จำกัดเฉพาะซีอีโอ แต่ลามไปถึงหัวหน้างานระดับกลาง ผู้จัดการ และผู้นำทีม หากองค์กรเพิกเฉย

          - คุณอาจสูญเสียคนเก่งกลางทาง

          - สูญเสียความยืดหยุ่นทางธุรกิจ

         - และท้ายที่สุดคือ กำไรและความมั่นคงขององค์กร

     - ทางรอดอาจไม่ได้ซับซ้อน แต่ “ถูกมองข้าม”

          หนึ่งในวิธีที่ถูกพูงการแก้ปัญหาการหมดไฟ คือการ “พักอย่างมีสติ (Mindful Rest)” — ไม่ใช่แค่หยุดทำงานชั่วคราว แต่คือการ “ถอดปลั๊ก” อย่างแท้จริง เพื่อให้สมองได้ฟื้นตัว หัวใจได้รีเซ็ต และจิตใจได้หายใจอีกครั้ง

          การพักแบบนี้ไม่ใช่การขี้เกียจ แต่คือ กลยุทธ์ทางธุรกิจที่ทรงพลัง เพราะผู้นำที่มีพลัง = ธุรกิจที่ไปต่อได้ไกลกว่า

3 แนวทางง่าย ให้หัวใจได้รีเซ็ต และหายใจได้โล่งอีกครั้ง

      จัดตาราง “ไม่ทำอะไรเลย” สัปดาห์ละครั้ง

          - ใช้เวลา 2-3 ชั่วโมงเพื่อไม่ทำอะไรเลย สมองจะรีบูตแบบไม่รู้ตัว

     ฝึกสติวันละ 10 นาที

          - ไม่ใช่แค่การนั่งสมาธิแบบเดิม ๆ แต่การหายใจลึก ๆ อยู่กับปัจจุบันแบบจริงจัง จะช่วยลดความเครียดเรื้อรังได้

     ยอมรับว่าผู้นำก็มี “วันไม่ไหว” ได้

         - ไม่ต้องเฟกความเข้มแข็งเสมอไป การกล้ายอมรับความอ่อนล้าและขอความช่วยเหลือ คือคุณสมบัติของผู้นำที่เติบโตอย่างแท้จริง

     โลกธุรกิจยุคนี้ต้องการ “ผู้นำที่มีพลังระยะยาว” ไม่ใช่แค่คนที่เร่งเครื่องจนพังกลางทาง การพักอย่างมีสติไม่ใช่ทางเลือก แต่คือทางรอด ถึงเวลาแล้วที่ผู้นำและเจ้าของกิจการจะหันกลับมามองดูตัวเอง และถามคำถามที่ไม่มีใครกล้าถามว่า...

     “วันนี้เรากำลังเดินหน้าหรือกำลังฝืน?”

     ที่มา : 

     - https://www.forbes.com/sites/julianhayesii/2025/04/20/leadership-burnout-is-surging-one-overlooked-habit-can-help/

     - https://www.hcamag.com/us/specialization/mental-health/rising-stress-among-leaders-fuelling-larger-organisational-crisis/531572

www.smethailandclub.com
ศูนย์รวมข้อมูลธุรกิจเอสเอ็มอี

RECCOMMEND: MANAGEMENT

Soft Skills ที่ควรอัปเกรดในปี 2026 ลงทุนกับตัวเอง ให้ชีวิตและงานไปได้ไกลกว่าเดิม

ปี 2026 อยากให้ “เราเวอร์ชันใหม่” เก่งขึ้น ไม่เครียดเท่าเดิมไหม ลองเริ่มจาก Soft Skills ใกล้ตัวเหล่านี้ EQ, การสื่อสาร, คิดเป็นระบบ และรู้จักใช้ AI เป็นผู้ช่วย ไม่ใช่คู่แข่ง และเมื่อเราจัดการชีวิตได้ดีขึ้น โอกาสดีๆ ก็เริ่มเข้ามาเอง

สร้างทีมเล็ก ให้คิดการใหญ่ ด้วย Psychological Safety พื้นที่ที่ทำให้ทุกคนกล้าปล่อยของ

ทีมเล็ก แต่ทำไมบางที่ทำงานใหญ่ วิ่งเร็วกว่าทีมใหญ่ คำตอบอาจไม่ได้อยู่ที่จำนวนคน แต่อยู่ที่ Psychological Safety หรือความปลอดภัยทางจิตใจ เพราะเมื่อคนในทีมกล้าคิด กล้าพูด กล้าลองผิดลองถูก นั่นจะทำให้ได้ไอเดียดีๆ นวัตกรรมเจ๋งๆ ในการทำธุรกิจ

Unstress Your Day กลยุทธ์ขจัดความกังวล 7 วัน 7 แบบ เรียกพลังทำงานให้รุ่ง ธุรกิจ-ชีวิตไม่ยุ่งเหยิง    

รู้จัก “Unstress Your Day” กลยุทธ์ขจัดความกังวล 7 วัน 7 แบบ ที่จะพาเจ้าของ SME ค่อย ๆ คลายความตึงเครียด เติมพลังให้สมองและหัวใจ พร้อมกลับมาทำงานได้อย่างมีโฟกัส ให้ธุรกิจเดินหน้าอย่างมั่นคง และชีวิตไหลลื่นแบบไม่ต้องยุ่งเหยิงอีกต่อไป