5 วิธีเพิ่มยอดสมาชิกอีเมล์








เรื่อง คัมภีร์เงิน

    ยอดขายสินค้าของคุณกำลังนิ่งหรือตกลงหรือเปล่า สิ่งสำคัญอย่างหนึ่งซึ่งคุณสามารถทำได้ ก็คือเข้าให้ถึง ‘inbox’ ของผู้บริโภค แต่สมัยนี้จะขออีเมล์จากผู้บริโภคไม่ใช่เรื่องง่าย หากลองเปรียบเทียบกับที่เว็บไซท์ทั่วๆ ไปทำอยู่ก็คือแค่ใส่กล่อง sign-up ไว้บนเว็บไซต์แล้วบอกว่า ‘ต้องการรับข่าวสารหรือข้อมูลใหม่ๆ’ หากคุณคิดว่าแค่นั้นก็พอแล้ว ขอบอกว่านั่นเป็นทางเลือกที่แย่ที่สุด อ้าว...แล้วจะทำอย่างไรให้ผู้บริโภคมาลงทะเบียนได้ล่ะ? คำตอบอยู่ด้านล่างนี้


1.หุ่นยนต์ หรือ มนุษย์ 

    หากกิจการของคุณเป็นบริษัทคุณควรใส่หน้าคนลงในกล่องสำหรับ sign-up นั่นหมายถึงว่าคนในรูปจะเป็นคนส่งอีเมล์ตอบหาพวกเขา เป็นการทำให้ลูกค้ารู้สึกดีมากขึ้นว่ามีคนจริงๆ ตอบอีเมล์ไม่ใช่จากระบบอัตโนมัติ มีเจ้าของกิจการเล็กๆ รายหนึ่งที่กล่อง sign-up ดูเหมือนมาจากระบบอัตโนมัติ ถึงแม้เจ้าของจะเขียนเองทุกคำพูด เมื่อเขาใส่หน้าตัวเองเข้าไปในกล่อง sign-up ยอดลงทะเบียนเพิ่มขึ้นถึง 30% เลยทีเดียว    (แนบไฟล์ต่างหากมาให้ เป็นหน้าผู้ชาย)



2. ‘แล้วฉันจะได้อะไร’

    ผู้เขียนชอบการ์ตูนล้อเลียนด้านล่างนี้มาก (แนบไฟล์ต่างหากมาให้ด้วย) ‘เป็นป้ายยินดีต้อนรับสู่เมือง ไม่มีใครสนใจใคร (nobody cares) ประชากร 6 พันล้านคน’  และเมืองที่ถูกล้อเลียนนี้ก็คือโลกที่เราอาศัยอยู่นี่เอง การ์ตูนนี้ชวนให้คิดว่าจริงๆ แล้วไม่มีใครสนใจคุณ บริษัทของคุณ หรือสินค้าของคุณหรอก พวกผู้บริโภคสนใจก็แค่ตัวเองเท่านั้น   อาจฟังดูโหดร้ายแต่นี่คือความจริง ชีวิตของผู้บริโภคทุกวันนี้ถูกทำให้ไขว้เขวด้วยสื่อต่างๆ เคยได้ยินคนบ่นว่า ‘อยากได้รับอีเมล์เยอะๆ มั้ยล่ะ’ นี่ล่ะที่ทำให้คุณต้องมีเหตุผลดีดีที่จะทำให้ผู้บริโภคมาลงทะเบียนสมัครสมาชิกอีเมล์กับคุณ

    วิธีการที่ง่ายที่สุด ก็คือมีของฟรีแจก เช่น รายงาน หนังสืออิเล็กทรอนิกส์ หรือดาวโหลดของฟรีต่างๆ แบบนี้สิถึงจะเรียกว่าน่าสนใจพอที่จะให้ลงทะเบียน การให้ลงทะเบียนแบบมีของแถมสามารถช่วยเพิ่มยอดลงทะเบียนได้ถึง 50% เชียวนะ ลองสมมติตัวเองเป็นผู้บริโภคแล้วถามตัวเองว่า ‘ฉันจะได้อะไรจากอีเมล์นี้’ จากนั้นให้หาคำตอบที่มันน่าจะดึงดูดผู้บริโภคได้หน่อย



3. ต้องโดดเด่น

    ขอย้ำอีกทีว่าอีเมล์ลูกค้าหรือว่าที่ลูกค้าเป็นเครื่องมือทางการตลาดที่สำคัญมากที่สุด ดังนั้นอย่าเอากล่อง sign-up สำหรับให้ลงทะเบียนไปไว้ด้านข้างของหน้าเว็บหรือห้ามเอาไปไว้ด้านล่างของหน้าเว็บเด็ดขาด  คุณต้องให้กล่อง sign-up ดูเด่นในหน้าแรกของเว็บ  วิธีการหนึ่งที่ดีก็คือการใช้ popover (คือวินโดว์เล็กๆ ที่โผล่ขึ้นมาบนหน้าเว็บใหญ่ บ้างก็เรียก pop up) และเชื่อหรือไม่ว่าแค่ใช้ popover จะช่วยเพิ่มยอดการลงทะเบียนให้มากขึ้นได้ หากคุณไม่ชอบใช้ popover ก็ไม่เป็นไร ให้กล่อง sign-up ของคุณอยู่ในบริเวณที่เห็นชัดๆ เช่นตรงกลาง เพื่อที่จะช่วยให้คนมาลงทะเบียนได้ง่ายขึ้น


 
4 อีเมล์แรกต้องให้ประทับใจ

    ‘ความประทับใจแรกพบสำคัญกับเราฉันท์ใด มันก็สำคัญกับอีเมล์แรกด้วยฉันท์นั้น’ ดังนั้นเมื่อมีผู้ลงทะเบียนสมัครเป็นสมาชิกข่าวสารทางอีเมล์ของคุณแล้ว ระบบจะต้องตอบกลับอัตโนมัติด้วยอีเมล์แรกทันที และอีเมล์แรกนี่แหละที่สำคัญที่สุดที่จะทำให้ลูกค้าอยู่หรือไป  คุณต้องใส่เนื้อหาให้ดีและพอเหมาะ รวมถึงมีบอกด้วยว่าอีเมล์ครั้งต่อไปจะมีอะไร เพื่อให้ว่าที่ลูกค้ารู้สึกอยากติดตาม  สิ่งที่คุณไม่อยากให้เกิดขึ้นที่สุดก็คือ มีคนสมัครเป็นสมาชิกอีเมล์แล้วอีกไม่กี่นาทีก็เข้ามาบอกยกเลิก เพราะอีเมล์ฉบับแรกมันไม่ได้เรื่อง จงจำไว้ว่าอีเมล์ฉบับแรกของคุณต้องทำให้คนรับร้อง ‘ว้าว’ให้จงได้ 


5. ทดสอบหลายๆ ครั้ง

    คุณจะรู้ได้อย่างไรว่า กล่อง sign-up ของคุณยังทำงานดีอยู่ คุณต้องหมั่นทดสอบกล่อง sign-up ของคุณจากเว็บบราวเซอร์ต่างๆ เพราะหากมีการเปลี่ยนลิ้งค์ไปเพียงนิดเดียว ผู้ใช้ภายนอกก็ไม่สามารถลงทะเบียนได้ เสียอารมณ์แถมคุณอาจเสียลูกค้าไปตลอดกาลเชียวนะ นอกจากนี้แล้วคุณอาจสร้างแบบฟอร์มให้กรอกอย่างน้อยสองแบบ แล้วทดสอบทีล่ะแบบ ลองเข้าไปทดสอบที่ Google Website Optimizer ฟรีไม่มีค่าใช้จ่าย 


www.smethailandclub.com
ศูนย์รวมข้อมูลเพื่อความสำเร็จของธุรกิจ SME (เอสเอ็มอี)

RECCOMMEND: MARKETING

เคสยาดม ชวนหิว ไอเดียทำเงิน จากไอเทมฮิต ว้าว! จนอยากหยิบมาใช้

พบไอเดียสุดเก๋ “เคสยาดม ฉบับคนหิว” ที่นำเอาเมนูสรีทฟู้ดแบบไทยๆ รวมถึงอาหารฟาสฟู้ดมาปั้นด้วยดินไทย ทำเป็นเมนูต่างๆ อาทิ ผัดไท, ส้มตำ, ก๋วยเตี๋ยว, มาม่า ต้มยำกุ้ง, แฮมเบอร์เกอร์, ถังไก่ KFC

รู้จัก FOMO Marketing กลยุทธ์ปลุกความกลัวพลาด ที่ช่วยเร่งยอดขายโต

ลูกค้าไม่ได้ซื้อเพราะอยากได้เสมอไป แต่ซื้อเพราะ ‘กลัวพลาด’ รู้จัก FOMO Marketing กลยุทธ์ต้นทุนต่ำที่ช่วยให้ SME ปิดการขายได้ไวขึ้น

รวมกับดักการตลาด ที่กำลัง “ฆ่า” SME แบบไม่รู้ตัว ดูวิธีรอดที่ทำได้ทันที

พาไปแกะทีละข้อ ว่าทำไม “สูตรยิงแอด” หรือ “สูตรทำคอนเทนต์” ที่เวิร์กกับคนอื่น ถึงไม่เวิร์กกับคุณ พร้อมชี้ทางออก ที่จะทำให้การสื่อสารแบรนด์กลับมา “เข้าเป้า” ได้จริง