กลยุทธ์อยู่รอดร้านค้าปลีก แบบฉบับ Dollar General

Text ไศลธร เหมะสิขัณฑกะ
               

    เวลาที่เราดูหนังฝรั่งเห็นภาพของคนเดินจับจ่ายซื้อของโดยเฉพาะอย่างยิ่งตามเมืองเล็กๆ จะเห็นว่าเขาไม่ค่อยไปตามห้างสรรพสินค้าเสียเท่าไหร่ แต่ไม่ได้แปลว่าบ้านเขาจะไม่มีห้างสรรพสินค้าแต่อย่างใด แต่เพราะวิถีชีวิตของเขาตั้งแต่คนรุ่น Babyboomer มาจนถึง Gen X วิถีท้องถิ่นชุมชนจะมีความผูกพันกับร้านค้า SME ท้องถิ่นเสียมากกว่า เนื่องจากร้านค้าเหล่านี้ ไม่ได้เป็นแค่ร้านค้าแต่กับคนในท้องถิ่นแล้ว ยังเป็นเหมือนกับสถานที่นัดพบและยังมีความผูกพันกับท้องถิ่นนั้นๆ ด้วย


    เพราะหลายๆ ร้าน ก็เป็นธุรกิจที่สืบทอดกันมาตั้งแต่รุ่นปู่ย่าตาทวด เช่น จะซื้อของเบ็ดเตล็ดต้องร้านคุณลุงจอร์จกับคุณป้าซาร่าห์ อุปกรณ์ช่างสารพัดอย่างหาได้จากร้านลูกชายลุงสตาร์ก หรือตัดชุดราตรีต้องคุณยายมาธาร์ และบรรดาวัยรุ่นต้องนัดรวมพลร้านฮอทดอกของฟิวรี่ เป็นต้น


     แต่ในช่วงที่ Gen Y เริ่มมีบทบาทในการจับจ่ายซื้อของมากขึ้น มีเทคโนโลยีใหม่ๆ เข้ามาเป็นช่องทางเลือกเพื่อเพิ่มความสะดวกสบาย หลายๆ คนเลือกที่จะซื้อของบน e-Commerce จนทำให้เกิดปรากฎการณ์ Retail Apocalypse หรือหายนะแห่งวงการค้าปลีก ที่บรรดา SME ธุรกิจรายย่อยต่างๆ ต้องปิดกิจการลง ในขณะที่รายใหญ่อย่างห้างสรรพสินค้าก็ทยอยปิดสาขาและหันมาพัฒนาช่องทางออนไลน์แทน แน่นอนว่าผลกระทบที่เกิดขึ้นนั้นเป็นวงกว้างและลุกลามอย่างใหญ่โต





     แต่ท่ามกลางวิกฤตที่โหมกระหน่ำกลับมีผู้ประกอบการค้าปลีกรายย่อยที่สามารถเติบโตสวนกระแสขึ้นมาได้สำเร็จจนเทียบชั้น Walmart ได้อย่างสบายๆ แถมยังขยายสาขาอย่างต่อเนื่องไปทั่วประเทศได้อีก ผู้ประกอบการรายนี้คือ Dollar General ที่จุดเริ่มต้นก็ไม่ได้ต่างจาก SME ทั่วไปเลย นั่นคือเริ่มต้นจากธุรกิจเล็กๆ ของครอบครัว แล้วใช้กลยุทธ์การตลาดที่ไม่เหมือนใครสร้างความแตกต่างจนกระทั่งสามารถเติบโตขยายสาขาได้ ถึงหลักหมื่นสาขาภายในสหรัฐอเมริกา และยังยืนหยัดอยู่ได้ในปัจจุบัน อะไรคือสาเหตุที่ทำให้ธุรกิจรายนี้สามารถยืนหยัดครองใจคนอเมริกันมานานกว่า 75 ปีและยังสามารถสวนกระแสธุรกิจขนาดนี้ได้?
 

1. เสนอขายแบบ CSR ครองใจลูกค้า


    หลังจากสองพ่อลูก เจ.แอล. เทอเนอร์ และ คาร์ล เทอเนอร์ ซีเนียร์ เปิดกิจการ J.L. Turner and Son ในปี 2482ในรัฐต้นกำเนิดไก่ทอดเลืองนาม เคนตั๊กกี้  และต่อมา 2 พ่อลูกตระกูลเทอเนอร์ก็เริ่มกลยุทธ์การขายแบบ CSR ครองใจลูกค้า ด้วยการไปพบเกษตรกรที่ต้องทำงานเก็บเกี่ยวผลผลิตในฟาร์มท่ามกลางอากาศหนาวเหน็บทุกวัน แล้วส่งถุงมืออุ่นๆ ให้กับพวกเขาแค่ 1 ข้าง แล้วบอกว่า “มาที่ร้านของเราสิแล้วคุณจะได้ถุงมือข้างที่เหลือ” แต่ที่ครองใจเหล่าเกษตรกรคือ พวกเขายื่นข้อเสนอว่า ยินดีซื้อเช็คค่าแรงของเกษตรกรด้วยเงินสด นั่นทำให้พวกเขาได้ใจเหล่าเกษตรกรไปเต็มๆ
 

2.บาทเดียวจบ ได้ครบทุกอย่าง


    น่าจะเป็นคำเปรียบเปรยที่ตรงตัวกับรูปแบบธุรกิจของ Dollar General อย่างที่สุด โดยหลังจากที่ขยายกิจการร้านของเขาจาก J.L. Turner and Son มาเป็น Dollar General และได้รับคำชมว่าเป็นเหมือนห้าง Macy แห่งเมืองสก๊อตวิลส์ เพราะทุกอย่างมีให้ซื้อได้ในร้านของเทอเนอร์ เช่นเดียวกับที่มีในห้าง Macy แต่พ่อลูกเทอเนอร์เลือกที่จะใช้กลยุทธ์ในการสร้างความแตกต่างด้วยการขายสินค้าทุกชิ้นในร้าน Dollar General ในราคาไม่เกิน 1 เหรียญสหรัฐ  จากนั้นชื่อเสียงอันโด่งดังด้วยราคาสุดเย้ายวนก็ทำให้ Dollar General สามารถขยายสาขาออกไปจนยึดพื้นที่ตอนใต้ของรัฐเคนตั๊กกี้
 

3. ช้าอดหมดนะ ไม่ซื้อวันนี้จะเสียใจ ยังเป็นคำที่ใช้ได้ผลเสมอ


    หากการขายสินค้าทุกอย่างไม่เกิน 1 เหรียญ คือกลยุทธ์ที่กลายมาเป็นจุดแข็งของ Dollar General ในยุคบุกเบิก การตีโจทย์ว่า “ห้าง discount store และมินิมาร์ทต่างๆ ก็มีอยู่ไม่น้อย จะทำอย่างไรให้คนเข้ามาซื้อสินค้าลดราคาของร้านเรา” ด้วยการเลือกใช้คำพูดกระตุ้นความรู้สึกของลูกค้าตามพฤติกรรมการซื้อยุคใหม่ ซึ่งนักการตลาดกล่าวว่า คนสมัยนี้ซื้อของด้วย want มากกว่า need คือกลยุทธ์ที่ Dollar General ยุคปัจจุบันเลือกใช้ โดยเลือกคำพูดที่สามารถไซโคกระตุ้นต่อม want ของลูกค้าได้แบบสุดๆ เช่น เทกระจาด โละ ไม่เอาตอนนี้เสียดายนะ ราคานี้มีวันเดียวนะ เป็นต้น แน่นอนว่าลูกค้าแม้จะรู้ทั้งรู้ว่าเดี๋ยวก็มีอีกลดราคาแบบนี้ แต่ด้วยพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป เมื่อเห็นการลดกระหน่ำแบบนี้ย่อมอดที่จะลังเลไม่ได้ว่า ก็มันถูกนี่ ราคาแค่นี้ซื้อไปไม่เป็นไรหรอก จึงทำให้ลูกค้าน้อยรายที่จะพ้นจากกลยุทธ์นี้ได้ เพราะธรรมชาติลูกค้านักช็อปแค่เห็นป้ายสีแดงตัวหนังสือสีขาวเขียนว่า SALE ตามด้วยตัวเลข 2 หลัก ก็แทบจะคุมสติไม่อยู่ต้องพุ่งเข้าใส่ราวกับว่านี่คือ ”ของๆ ข้า ของรักของข้า” อยู่แล้ว  
 

    ด้วยเหตุนี้จึงทำให้คนอเมริกันเห็น Dollar General ผุดขึ้นทุกหัวมุมถนนราวกับดอกเห็ด แทนที่ธุรกิจค้าปลีกอื่นๆ ที่ค่อยๆ หายตัวไป แม้แต่ผู้ประกอบการ discount store บางรายยังโบกมือเรียกให้ Dollar General เข้ามาซื้อหุ้นซื้อกิจการตัวเองเลย



www.smethailandclub.com
ศูนย์รวมข้อมูลธุรกิจเอสเอ็มอี

RECCOMMEND: MARKETING

ยุคที่คนรัดเข็มขัดสุดตัว! ธุรกิจจะขายของยังไง? 4 โอกาสทำเงินเมื่อคนคิดก่อนจ่าย… แต่ไม่ได้หยุดใช้

ผู้ประกอบการจะรับมือกับพฤติกรรม "คิดก่อนจ่าย...แต่ไม่หยุดใช้ชีวิต" ได้อย่างไร? พบกับ 4 โอกาสธุรกิจที่เปลี่ยน "ความเครียด" ให้กลายเป็น "รายได้"

BenQ กลยุทธ์เคียงข้าง SME ไทย เปลี่ยน "หน้าจอ" และ "นวัตกรรม" ให้เป็นอาวุธในการขับเคลื่อนธุรกิจ

ในยุคที่ความเร็วและความแม่นยำคือตัวตัดสินแพ้ชนะ โจทย์ใหญ่ของ SME คือการ"ดึงศักยภาพ" ของพนักงานออกมาให้ได้สูงสุด BenQ ในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้าน Display Solutions จึงพัฒนานวัตกรรมเพื่อตอบโจทย์ SME ไทย

สินค้าดี แต่ขายไม่ได้? อย่าเพิ่งโทษตลาด ปัญหาอาจอยู่ที่ วิธีคิดของคุณ กับดักที่ทำให้ SME 98% เจ๊งโดยไม่รู้ตัว

สินค้าดี..แต่ทำไมขายไม่ได้? “ตลาดเงียบ เศรษฐกิจไม่ดี ลูกค้ารัดเข็มขัด” ถ้าใช้เหตุผลนี้ปลอบใจตัวเอง คุณอาจกำลังเดินลงเหวโดยไม่รู้ตัว! เพราะความจริงที่เจ็บปวดคือ SME กว่า 98% ไม่ได้เจ๊งเพราะคู่แข่ง แต่พังเพราะ “กับดักความคิด” ของตัวเอง