5 เรื่องที่ไม่ควรมองข้าม ในการสร้างความไว้วางใจให้กับลูกค้า

Text : เจษฎา  


 
ก่อนที่ลูกค้าจะซื้อผลิตภัณฑ์จากเรา ย่อมต้องมีความไว้วางใจในตัวผลิตภัณฑ์ก่อน จึงจะเกิดการตัดสินใจซื้อตามมาได้ เริ่มตั้งแต่ข้อมูลบนฉลาก การให้ข้อมูลจากผู้ขาย และถ้าผู้ซื้อไม่พอใจในตัวสินค้า สินค้าชำรุดเสียหาย หรือไม่ดีตามที่เรากล่าวอ้างไว้ เรามีมาตรการในการช่วยเหลือลูกค้าใช่หรือไม่ ทั้งหมดนี้เป็นส่วนในการสร้างความไว้วางใจจากผู้ซื้อได้เป็นอย่างดี
 
แต่ปัญหาก็คือการสร้างความไว้วางใจระหว่างแบรนด์กับผู้บริโภคนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย และไม่ใช่เรื่องที่ใช้เวลาเพียงชั่วข้ามคืน และหากเกิดความรู้สึกที่ไม่ดีต่อแบรนด์หรือสินค้าไปแล้ว การโฆษณาหรือประชาสัมพันธ์ก็ไม่สามารถลบความรู้สึกเชิงลบให้หายไปจากใจลูกค้าได้ทั้งหมดและไม่ได้ทุกคนด้วย ถ้าอย่างนั้นแล้ว เราจะทำให้ลูกค้ามีความไว้วางใจในผลิตภัณฑ์ของเราโดยไม่ต้องปรุงแต่งด้วยการโฆษณาได้อย่างไรบ้าง มาดูเคล็ดลับเหล่านี้กัน  
 
 
1. ปรับปรุงระบบออนไลน์ให้ปลอดภัย
แม้ว่าลูกค้าจะไม่ได้ซื้อสินค้าผ่านระบบอีคอมเมิร์ซ แต่ลูกค้าก็ยังมีโอกาสเข้าไปชมเว็บไซต์ของคุณอยู่ดี หากเว็บไซต์ดูแล้วไม่มีความปลอดภัย ไม่น่าเชื่อถือ หรือดูไม่มีความเป็นมืออาชีพ เราอาจเสียลูกค้าได้ตั้งแต่จุดนี้ ยกตัวอย่างเช่น เมื่อลูกค้าเข้าเว็บไซต์มาแล้วพบว่ามีโฆษณา Pop Up ขึ้นมา ลูกค้าจะเริ่มคิดทันทีว่าเว็บไซต์นี้ปลอดภัยหรือไม่ หรือเว็บไซต์มีระบบป้องกันพื้นฐานแบบ SSL แล้วหรือยัง เป็นต้น
 
2. เริ่มใช้โซเชียลมีเดีย
การใช้โซเชียลมีเดียสามารถช่วยเราได้หลายอย่าง เริ่มตั้งแต่ทำให้ลูกค้ารู้จัก เข้าถึงลูกค้าได้ง่าย สะดวก และรวดเร็วมากยิ่งขึ้น รวมถึงการโพสต์แชร์เนื้อหาที่ดีในโซเชียลมีเดียด้วยความถี่ที่เหมาะสม ยังช่วยสร้างการรับรู้แบรนด์ได้ด้วย ยกตัวอย่างเช่น เราขายเครื่องสำอาง การโพสต์เนื้อหานั้น ไม่ควรโพสต์ขายหรือแนะนำสินค้าของเราเพียงอย่างเดียว แต่ควรโพสต์ความรู้ด้านต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับเครื่องสำอางของเรา เช่น คุณสมบัติของน้ำผึ้งมานูก้าที่มีอยู่ในผลิตภัณฑ์ของเรา วิธีการทำความสะอาดเครื่องสำอางบนใบหน้า หรือบทความและเรื่อราวดีๆ ที่มีประโยชน์ต่อลูกค้า เป็นต้น ทั้งหมดนี้จะช่วยให้ลูกค้าเห็นถึงบุคลิกภาพของแบรนด์ เห็นความชำนาญในผลิตภัณฑ์ที่เราขาย และเกิดเป็นความไว้วางใจในที่สุด
 
3. สัญญาให้น้อย ตอบแทนให้มาก
สาเหตุที่ทำให้ผู้บริโภคในยุคปัจจุบันไม่ไว้วางใจแบรนด์เหมือนสมัยก่อน เพราะว่าแบรนด์มีเยอะขึ้น และ แบรนด์ต่างๆ มักไม่รักษาสัญญาที่ให้ไว้กับลูกค้า เช่น รับประกัน 1 ปี สินค้าชำรุดเปลี่ยนได้ทันที แต่พอลูกค้าจะเคลมสินค้า ก็อ้างเหตุผลต่างๆ ที่จะไม่ให้เคลม รวมถึงอ้างค่าใช้จ่ายมาจุกจิกกวนใจจนได้
ดังนั้น เวลาให้คำสัญญาหรือพูดถึงการรับประกันสินค้า จึงไม่ควรพูดเกินขอบเขตเพราะลูกค้าจะมีความคาดหวังต่อแบรนด์ที่สูงมาก ทางที่ดีควรสัญญาให้น้อย แต่เมื่อมีปัญหาให้รับผิดชอบเกินคำสัญญา สิ่งนี้จะทำให้ลูกค้ารู้สึกดี รู้สึกว่าได้มากกว่าที่คาดหวัง ส่งผลบวกและความไว้วางใจต่อแบรนด์ด้วย     
 
  4. จริงใจในการแก้ไขปัญหา
ความไว้วางใจเป็นเรื่องที่เปราะบาง โดยเฉพาะเวลาที่ลูกค้ามีปัญหากับอะไรสักอย่าง เช่น ลูกค้ามีปัญหาไม่ได้ใบรับแจ้งการชำระเงิน ซึ่งอาจทำให้ลูกค้าจ่ายเงินไม่ตรงเวลา เสียเครดิต ต้องจ่ายเงินส่วนต่างของการชำระเงินไม่ตรงเวลา หากเราให้การช่วยเหลือ เช่น ติดต่อศูนย์บริการลูกค้า หรืออำนวยความสะดวกด้วยวิธีต่างๆ เพื่อให้ลูกค้าได้รับใบแจ้งหนี้อย่างรวดเร็ว และจ่ายเงินค่าส่วนต่างที่ลูกค้าไม่ได้ก่อด้วยตัวเอง ก็จะทำให้ลูกค้าเกิดความประทับใจมากยิ่งขึ้น แต่ถ้าเราไม่เข้าไปช่วยแก้ไขสถานการณ์ผิดพลาดเหล่านี้ ก็มีโอกาสที่จะสูญเสียลูกค้าตลอดไป แถมยังทำให้ชื่อเสียงของแบรนด์เสียหายอีกด้วย
 
5. สร้างตัวตนให้ชัด 
เวลาพูดคุยกับลูกค้า ไม่ว่าจะพูดคุยโดยตรง หรือผ่านช่องทางแชทกับคอมเมนท์ในโซเชียลมีเดีย พยายามอย่าท่องเป็นสคริปต์ อย่าพูดเหมือนหุ่นยนต์ อย่า Copy ข้อความแล้วนำไป Paste ตอบ แต่ให้พยายามพูดคุยและโต้ตอบด้วยความจริงใจ เพราะจะทำให้แบรนด์ของเราดูเป็นมนุษย์มากกว่าหุ่นยนต์ที่มีจำนวนข้อความใน RAM เพียงไม่กี่คำ
 
การสร้างชื่อเสียงและความไว้วางใจนั้น ไม่ใช่เรื่องยาก เพราะการรักษาชื่อเสียงกับความไว้วางใจของลูกค้า ยากกว่าเยอะ

 
www.smethailandclub.com
ศูนย์รวมข้อมูลธุรกิจเอสเอ็มอี

RECCOMMEND: MARKETING

จากร้านเล็กสู่แบรนด์ใหญ่ เจาะกลยุทธ์ 5 แบรนด์ดัง สเกลธุรกิจโตด้วย LINE OA

ไม่ต้องมีงบเยอะ ก็โตได้ถ้าคุณใช้ “เครื่องมือถูกตัว”  จากเวที BOOTCAMP DAY 2026 ฉายภาพชัดว่า SME ที่โตได้วันนี้ ไม่ได้แค่ “ทำการตลาดเก่ง” แต่ใช้ “เครื่องมือ” ได้ถูกจุด

Cute Premium กลยุทธ์มัดใจ Gen Z เปลี่ยนของมีราคา ให้ลูกค้าจับต้องได้ ด้วยคำว่า “ของที่ต้องมี”

จาก “ของหรูที่ไกลตัว” สู่ “ของน่ารักที่อยากมี” นี่คือเกมใหม่ของการตลาดที่เรียกว่า Cute Premium เมื่อแบรนด์พรีเมียหลายแบรนด์ เริ่มจับมือกับคาแรคเตอร์สุดคิวท์ เพื่อเข้าถึงใจคนรุ่นใหม่มากขึ้น

ทำยังไงเมื่อ “สัญชาตญาณเจ้าของ” เริ่มใช้ไม่ได้กับธุรกิจที่ใหญ่ขึ้น 5 บทเรียนจากธุรกิจพันล้าน

ไม่แปลกที่ช่วงเริ่มต้นการตัดสินใจมักมาจากสัญชาตญาณของเจ้าของ แต่เมื่อธุรกิจโตขึ้น ระบบซับซ้อนขึ้น สิ่งที่เคยเป็นจุดแข็ง อาจเริ่มกลายเป็นข้อจำกัด นี่คือ 5 บทเรียนจากธุรกิจพันล้าน เมื่อวันหนึ่ง “สัญชาตญาณเจ้าของ” เริ่มไม่พอสำหรับการเติบโต