โลจิสติกส์ ประตูสู่โลกกว้าง เพิ่มมูลค่าให้ SME

 
 
 
 
เรื่อง : ชนัญญารักษ์ เพ็ชร์รัตน์
           กรรมการผู้จัดการ ดีเอชแอล เอ๊กซ์เพรส ประเทศไทย และภาคพื้นอินโดจีน


  ธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม หรือ SME นับว่ามีบทบาทสำคัญในระบบเศรษฐกิจไทย ทั้งทางด้านการ สนับสนุนการพัฒนาอุตสาหกรรมของประเทศ การส่งออก การจ้างงาน และการสร้างโอกาสการทำธุรกิจให้แข็งแกร่ง ซึ่งจากข้อมูลพบว่าผู้ประกอบการ SME มีการจ้างงานคิดเป็นร้อยละ 78 และช่วยเสริมสร้างจีดีพีนอกภาคเกษตร คิดเป็นร้อยละ 43 และมีการส่งออกคิดเป็นร้อยละ 30
 
  แต่อย่างไรก็ดี ความต้องการภายในประเทศที่มีความไม่แน่นอน จึงทำให้เจ้าของธุรกิจขนาดกลางและขนาดเล็กจำนวนไม่น้อยมุ่งหาลู่ทางใหม่ๆ เพื่อนำผลิตภัณฑ์และบริการของตนออกไปสู่ตลาดต่างประเทศมากขึ้น ซึ่งการก้าวสู่ตลาดโลก จึงถือได้ว่าเป็นการสร้างลู่ทางการเติบโตที่มีอนาคต 
 
  สำหรับการทำธุรกิจนอกประเทศนั้น ล้วนมีปัจจัยและความท้าทายมากมายที่ต้องคำนึงถึง ลองคิดดูว่า การทำธุรกิจระดับโลกนั้นต้องเกี่ยวข้องกับอะไรบ้าง สินค้าจะถูกส่งไปถึงมือของลูกค้าที่อยู่ในอีกซีกโลกหนึ่งได้อย่างไร ธุรกิจขนาดเล็กที่ต้องใช้เวลาในการขนส่งนานหลายวันหรือหลายสัปดาห์จะสามารถรักษาสถานะของเงินสดให้มีความแข็งแกร่งได้อย่างไร ทั้งนี้ ยังไม่รวมถึงการรับมือกับอัตราแลกเปลี่ยนที่มีความผันผวนอย่างต่อเนื่อง ความรู้เรื่องกฎหมายการค้าและพิธีการศุลกากร หรือผู้ประกอบการต่างๆ จะสามารถสานความสัมพันธ์ทางการค้ากับพันธมิตรคู่ค้าต่างชาติได้อย่างไร 
 
  “การขนส่ง” คือ องค์ประกอบหนึ่งในการนำสินค้าออกสู่ตลาดโลก จะพบว่าตลาดการค้าในปัจจุบันมีความเป็นสากลมากขึ้น ขณะเดียวกันผลิตภัณฑ์และบริการที่สมบูรณ์แบบและครบวงจรก็มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และอาจจะมีมากกว่าความสามารถในการจัดเก็บสินค้าและขนส่งในรูปแบบเดิม ทำให้ธุรกิจต่างๆ หันไปขอรับคำแนะนำและความรู้ความเชี่ยวชาญเกี่ยวกับตลาดเป้าหมายจากผู้ให้บริการโลจิสติกส์เพิ่มมากขึ้น ซึ่งการทำงานร่วมกับพันธมิตรด้านโลจิสติกส์ที่มีพื้นที่ให้บริการอย่างกว้างขวาง ถือเป็นกลยุทธ์เชิงรุกที่ธุรกิจ SME นำมาใช้ในการเรียนรู้และทำความเข้าใจต่อตลาดการค้าต่างประเทศได้ โดยสามารถศึกษาหาลู่ทางในการขยายธุรกิจ เพื่อขยายช่องทางใหม่ๆ ในเขตการค้าเสรีได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ 
           
  นอกจากนั้น การกำหนดตลาดเป้าหมายสำหรับการส่งออกและนำเข้า ผู้ประกอบการจำเป็นต้องรู้กฎและระเบียบที่เกี่ยวข้องต่างๆ อาทิ ระเบียบพิธีการศุลกากร กฎหมายการค้าและการขนส่ง ซึ่งจะมีความแตกต่างกันไปในแต่ละประเทศ และกฎหมายดังกล่าวไม่ได้เป็นการควบคุมวิธีการขนส่งสินค้า แต่เป็นการกำหนดประเภทสินค้าที่จัดส่งออกไป
 
  ทั้งนี้ ที่ผ่านมาจะพบว่า การขาดความรู้เกี่ยวกับระเบียบพิธีการศุลกากร ภาษีนำเข้า และภาษีอื่นๆ ถือเป็นอุปสรรคสำคัญของ SME ในการก้าวสู่ตลาดโลก ดังเช่น การจัดทำสลากสินค้าว่า “ตัวอย่างสินค้า” โดยไม่ระบุว่าเป็นสินค้าตัวอย่างของผลิตภัณฑ์ใด จะส่งผลให้สินค้าชนิดนั้นถูกยึดไว้ที่ด่านศุลกากรและอาจถูกปรับเป็นเงินสด หรือเกิดการสูญหายได้ และนี่คือเหตุผลที่ว่าทำไม SME จึงต้องมีความรู้อย่างละเอียดเกี่ยวกับระเบียบศุลกากร ภาษีนำเข้า ระยะเวลาในการดำเนินการและความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นในการจัดส่งสินค้าไปยังตลาดแต่ละแห่ง ซึ่งการมอบหมายให้บริษัทผู้ให้บริการเดินพิธีการศุลกากรเป็นผู้ดูแลและดำเนินการแทน ซึ่งใช้ระบบออนไลน์ในการจัดการเอกสารการขนส่งสินค้าและพัฒนาฐานข้อมูลเกี่ยวกับรายละเอียดของสินค้า ถือเป็นแนวทางการดำเนินงานที่ดีเพราะจะช่วย SME ลดภาระด้านบริหารการจัดการโลจิสติกส์ ทั้งยังช่วยลดอัตราความผิดพลาดและย่นระยะเวลาในการจัดการสินค้าที่ชายแดนได้
 
  นอกจากนี้ โลจิสติกส์ยังมีบทบาทสำคัญสำหรับธุรกิจ SME ในการบริหารกระแสเงินสดให้มีประสิทธิภาพสูงสุดอีกด้วย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศ การปรับปรุงและพัฒนาระบบการจัดการสินค้าคงคลัง จะทำให้บริษัทต่างๆ มีกระแสเงินสดเหลือสำหรับใช้ในการดำเนินงานที่จำเป็นอื่นๆ การใช้บริการขนส่งสินค้าแบบมีกำหนดระยะเวลาที่แน่นอนจะช่วยให้บริษัทต่างๆ สามารถขยายกิจการได้ 
 

RECCOMMEND: MARKETING

สินค้าดี แต่ขายไม่ได้? อย่าเพิ่งโทษตลาด ปัญหาอาจอยู่ที่ วิธีคิดของคุณ กับดักที่ทำให้ SME 98% เจ๊งโดยไม่รู้ตัว

สินค้าดี..แต่ทำไมขายไม่ได้? “ตลาดเงียบ เศรษฐกิจไม่ดี ลูกค้ารัดเข็มขัด” ถ้าใช้เหตุผลนี้ปลอบใจตัวเอง คุณอาจกำลังเดินลงเหวโดยไม่รู้ตัว! เพราะความจริงที่เจ็บปวดคือ SME กว่า 98% ไม่ได้เจ๊งเพราะคู่แข่ง แต่พังเพราะ “กับดักความคิด” ของตัวเอง

จากร้านเล็กสู่แบรนด์ใหญ่ เจาะกลยุทธ์ 5 แบรนด์ดัง สเกลธุรกิจโตด้วย LINE OA

ไม่ต้องมีงบเยอะ ก็โตได้ถ้าคุณใช้ “เครื่องมือถูกตัว”  จากเวที BOOTCAMP DAY 2026 ฉายภาพชัดว่า SME ที่โตได้วันนี้ ไม่ได้แค่ “ทำการตลาดเก่ง” แต่ใช้ “เครื่องมือ” ได้ถูกจุด

Cute Premium กลยุทธ์มัดใจ Gen Z เปลี่ยนของมีราคา ให้ลูกค้าจับต้องได้ ด้วยคำว่า “ของที่ต้องมี”

จาก “ของหรูที่ไกลตัว” สู่ “ของน่ารักที่อยากมี” นี่คือเกมใหม่ของการตลาดที่เรียกว่า Cute Premium เมื่อแบรนด์พรีเมียหลายแบรนด์ เริ่มจับมือกับคาแรคเตอร์สุดคิวท์ เพื่อเข้าถึงใจคนรุ่นใหม่มากขึ้น