​ตลาดความเหงา โอกาสทำเงิน! ที่หลายคนมองข้าม





 

     ในขณะที่โลกถูกเชื่อมต่อกันด้วยเทคโนโลยี ทำให้การติดต่อสื่อสารกลายเป็นเรื่องง่ายๆ และสะดวกสบายมากขึ้น แต่เชื่อไหมว่ามีคนอีกจำนวนไม่น้อยกลับเจอกับภาวะความเหงาและโดดเดี่ยว ซึ่งจุดนี้เองเผยให้เห็นช่องว่างที่แบรนด์ต่างๆ สามารถสรรหาโปรดักต์ออกมาตอบโจทย์ให้กับตลาดนี้ได้
 

     จากการศึกษาของมหาวิทยาลัยออริกอนในประเทศสหรัฐอเมริกา พบว่า  คนที่เหงานั้นมีแนวโน้มที่จะเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ที่มีรูปใบหน้าอยู่บนฉลาก โลโก้ หรือแพ็กเกจจิ้ง มากกว่าการใช้ลวดลายดีไซน์แบบอื่น เพราะภาพของใบหน้าเหล่านั้นสามารถเติมเต็มช่องว่างสำหรับผู้บริโภคที่ขาดการเชื่อมต่อทางสังคมได้ นอกจากนี้ยังทำให้เกิดความรู้สึกชื่นชอบในแบรนด์นั้นๆ มากขึ้นอีกด้วย ซึ่งใบหน้าเหล่านั้นก็ไม่จำเป็นต้องอยู่ในอาการยิ้มแย้มเพื่อดึงดูดความสนใจของลูกค้าแต่อย่างใด
 




     หนึ่งในตัวอย่างแบรนด์ดังระดับโลกที่เข้าคอนเซปต์และประสบความสำเร็จนั่นก็คือ KFC ที่หลายๆ คนคุ้นเคยกันเป็นอย่างดีกับใบหน้าของ ผู้พันแซนเดอร์ส คุณลุงหน้าตายิ้มแย้มใจดีที่อยู่บนโลโก้ของแบรนด์นั่นเอง หรือจะเป็นแบรนด์อาหารเช้าซีเรียลอย่าง Coco Pops และขนมอย่าง Kinder Bueno เป็นต้น
 

     นอกจากการใช้เรื่องของดีไซน์ฉลากหรือโลโก้มาเป็นตัวดึงดูดผู้บริโภคกลุ่มนี้แล้ว การหยิบเอาเทคโนโลยีสมัยใหม่อย่างปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence) เข้ามาใช้ก็เป็นอีกหนึ่งกลยุทธ์ที่สามารถจะเจาะตลาดและเข้าถึงคนกลุ่มนี้ได้โดยตรง
 

     ปัจจุบันมีหุ่นยนต์มากมายที่ได้รับการพัฒนาหรือออกสู่ตลาดแล้วเพื่อเป็นตัวช่วยบรรเทาความโดดเดี่ยวให้ผู้คนโดยเฉพาะกับผู้สูงอายุ แต่อย่างไรก็ตามสำหรับวัยหนุ่มสาวนั้นดูเหมือนการออกไปข้างนอกหรือการหากิจกรรมต่างๆ ทำกลับเป็นทางเลือกเดียวของพวกเขา
 

     ด้วยเล็งเห็นถึงช่องว่างตรงนี้นักวิจัยจาก Yonsei University และ the Korea Advanced Institute of Science and Technology (KAIST) ในประเทศเกาหลีใต้ ได้ทำการออกแบบ Fribo หุ่นยนต์แมว AI ที่จะเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของสมาร์ทโฮมขึ้นมาเพื่อช่วยคลายเหงาให้คนวัยหนุ่มสาวที่อาศัยอยู่คนเดียวให้สามารถรักษาความสัมพันธ์ในชีวิตประจำวันกับคนอื่นได้
 

Cr  :The Verge


     โดยแนวคิดการทำงานของ Fribo จะทำหน้าที่เป็นเครื่องตรวจจับเสียงไม่ว่าจะเป็นเสียงการทำงานของเครื่องดูดฝุ่น ไมโครเวฟ เครื่องซักผ้า การเปิด-ปิดของตู้เย็นหรือเสียงของประตูต่างๆ โดยมันจะจดจำและเรียนรู้ความหมายของเสียงเหล่านี้ อีกทั้งยังมีตัวอัลตร้าโซนิคเซ็นเซอร์หรือเซ็นเซอร์ตรวจจับด้วยพลังงานเสียงว่าคุณอยู่ในห้องหรือไม่และสามารถปรับอุณหภูมิ ความชื้นและแสงให้เหมาะกับเจ้าของห้องได้
 

     ดังนั้น เมื่อเจ้าหุ่นยนต์ในบ้านของคุณได้ยินเสียงที่มันจดจำได้ มันจะส่งข้อความไปหา Fribo ตัวอื่นๆ เช่นในบ้านของเพื่อนคุณหรือเครือข่ายของคนที่คุณรู้จักแล้วทำการสนทนาบอกเล่าว่ามีเหตุการณ์อะไรเกิดขึ้นบ้าง เช่น เมื่อเพื่อนของคุณทำการเปิดตู้เย็น หลังจากที่ Fribo ของคุณได้รับข้อมูลจากเซิร์ฟเวอร์แล้วก็จะเริ่มทำการสื่อสารโดยการพูดว่า มีบางคนเปิดตู้เย็นนะ อยากรู้จังว่าเพื่อนของคุณจะกินอะไร ซึ่งจะช่วยให้คุณทราบถึงความเคลื่อนไหวของบุคคลรอบตัวและไม่รู้สึกเหงาจากการอยู่ตัวคนเดียวอีกต่อไป
 

     แต่อย่างไรก็ตาม หุ่นยนต์นี้จะรักษาความเป็นส่วนตัวให้กับผู้ใช้หรือเจ้าของโดยข้อความที่ส่งไปยังหุ่นยนต์ตัวอื่นๆ นั้นจะไม่มีการระบุชื่อว่าใครกำลังทำกิจกรรมนั้นๆ อยู่หรือเป็นแค่การบอกว่ามีคนทำอะไรอยู่บ้างเท่านั้น  ซึ่งเจ้าหุ่นยนต์นี้จะช่วยให้เจ้าของจินตนาการว่าเพื่อนของเขานั้นกำลังทำอะไร ให้ความรู้สึกว่าเขานั้นไม่ได้อยู่ตัวคนเดียว เหมือนมีเพื่อนๆ อยู่ในบ้านเดียวกัน เป็นการแชร์ถึงกิจกรรมในชีวิตประจำวันกับคนอื่นๆ และลดความโดดเดี่ยวของการอยู่ในสังคมลงได้
 

     จะเห็นได้ว่าตลาดของคนเหงานั้นไม่ได้จำกัดอยู่ที่กลุ่มผู้สูงอายุเท่านั้น แต่ยังรวมถึงคนวัยหนุ่มสาวที่ต้องเผชิญกับความโดดเดี่ยวจากสังคมในปัจจุบันเช่นกัน ทำให้โอกาสของการเจาะตลาดนั้นมีมากขึ้นสำหรับผู้ประกอบการทั้งขนาดเล็กและขนาดใหญ่  
 
  
 

www.smethailandclub.com
ศูนย์รวมข้อมูลธุรกิจเอสเอ็มอี

 
 
 

RECCOMMEND: MARKETING

เคสยาดม ชวนหิว ไอเดียทำเงิน จากไอเทมฮิต ว้าว! จนอยากหยิบมาใช้

พบไอเดียสุดเก๋ “เคสยาดม ฉบับคนหิว” ที่นำเอาเมนูสรีทฟู้ดแบบไทยๆ รวมถึงอาหารฟาสฟู้ดมาปั้นด้วยดินไทย ทำเป็นเมนูต่างๆ อาทิ ผัดไท, ส้มตำ, ก๋วยเตี๋ยว, มาม่า ต้มยำกุ้ง, แฮมเบอร์เกอร์, ถังไก่ KFC

รู้จัก FOMO Marketing กลยุทธ์ปลุกความกลัวพลาด ที่ช่วยเร่งยอดขายโต

ลูกค้าไม่ได้ซื้อเพราะอยากได้เสมอไป แต่ซื้อเพราะ ‘กลัวพลาด’ รู้จัก FOMO Marketing กลยุทธ์ต้นทุนต่ำที่ช่วยให้ SME ปิดการขายได้ไวขึ้น

รวมกับดักการตลาด ที่กำลัง “ฆ่า” SME แบบไม่รู้ตัว ดูวิธีรอดที่ทำได้ทันที

พาไปแกะทีละข้อ ว่าทำไม “สูตรยิงแอด” หรือ “สูตรทำคอนเทนต์” ที่เวิร์กกับคนอื่น ถึงไม่เวิร์กกับคุณ พร้อมชี้ทางออก ที่จะทำให้การสื่อสารแบรนด์กลับมา “เข้าเป้า” ได้จริง