​บทเรียนสอนใจแบรนด์ดัง Balenciaga กับวิกฤติลูกค้าจีนแห่คว่ำบาตร





           
     
     วิกฤติหรือปัญหาเป็นสิ่งที่ไม่มีใครอยากเผชิญ แต่บ่อยครั้งที่ปัญหามักเกิดขึ้นโดยไม่คาดคิด ดังนั้นหลายองค์กรจึงต้องมีแผนเกี่ยวกับ Crisis management ซึ่งก็คือการแก้ปัญหาที่ส่งผลกระทบต่อแบรนด์หรือองค์กร นอกจากเตรียมแผนแล้ว สิ่งที่ต้องเตรียมอีกอย่างคือการอบรมบุคคลากรให้มีทักษะในการรับมือกับวิกฤติที่เกิดขึ้นเพื่อป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้น ชะรอยบาเลนเซียก้า แบรนด์ดังจากสเปนที่เพิ่งขึ้นแท่น Hot Brand หรือแบรนด์แฟชั่นร้อนแรงอันดับ 1 เมื่อปีที่แล้วแซงแชมป์เก่าอย่างกุชชี่จะไม่ได้ตระหนักถึงตรงนี้ จึงพาให้ “งานเข้า” เมื่อถูกลูกค้าชาวจีนพากันคว่ำบาตร และแฮชแท็ก #BoycottBalenciagaDiscriminatesChinese ว่อนไปทั่วโซเชียลเน็ตเวิร์ก
 

     เหตุเกิดช่วงปลายเดือนเม.ย.ที่ผ่านมาที่ห้างสรรพสินค้าแพรงตองส์ ในกรุงปารีส ฝรั่งเศส เมื่อลูกค้าชาวจีนได้ต่อคิวหน้าช้อปบาเลนเซียก้าเพื่อซื้อรองเท้าสนีกเกอร์รุ่น Triple S ราคาเริ่มต้นที่คู่ละ 850 ดอลลาร์หรือ 26,000 บาทเศษ ซึ่งกำลังได้รับความนิยมในกลุ่มมิลเลนเนียม แต่กลับถูกแซงคิวโดยลูกค้าฝรั่งเศสเชื้อสายแอลบาเนียหลายครั้ง พอเจอแซงคิวอีกครา ลูกค้าจีนหญิงชาวจีนจึงเข้าไปต่อว่าต่อขาน กลับถูกคนที่แซงคิวผลักกระเด็น ลูกชายของลูกค้าหญิงชาวจีนเข้ามาปกป้องแม่ กลายเป็นการทะเลาะวิวาท พนักงานรักษาความปลอดภัยของทางห้างเข้ามาหวังยุติเหตุการณ์ แต่กลับยิ่งบานปลายกันไปใหญ่ คลิปรปภ.ห้างล็อคคอชายชาวจีนความยาว 4 วินาทีถูกเผยแพร่ออกไปทางโซเชียลเน็ตเวิร์กของจีน กลายเป็นไวรัลที่ไปเร็วยิ่งกว่าไฟลามทุ่ง แล้วบาเลนเซียก้าก็ไม่อาจทนนิ่งเฉยได้
 

     ความโกรธแค้นไม่พอใจถูกจุดประกายในกลุ่มประชากรชาวเน็ตทั่วจีน จากการทะเลาะวิวาท เพราะแซงคิวลามเป็นการเลือกปฏิบัติและการเหยียดเชื้อชาติ เนื่องจากบาเลนเซียก้าแก้ปัญหาโดยการปิดร้านสาขานั้น หยุดขายชั่วคราว แล้วไล่ลูกค้าจีนออกจากร้าน นำไปสู่กระแสการเรียกร้องให้ต่อต้านบาเลนเซียก้าจนทางแบรนด์ต้องออกแถลงการณ์ขอโทษเป็นภาษาจีนกลาง แต่เมื่ออ่านแถลงการณ์ดีๆ จะพบว่าไม่มีคำว่า “ขอโทษ” มีแต่เล่าถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น กระแสคว่ำบาตรจึงรุนแรงขึ้น
 

     บาเลนเซียก้าคงเพิ่งนึกได้ว่าลูกค้าจีนนั้นทรงอิทธิพลขนาดไหน จีนเป็นลูกค้าที่ใช้จ่ายในการซื้อสินค้าแบรนด์เนมกลุ่มใหญ่มาก มีการคาดการณ์ว่า ปี 2025 ลูกค้าจากจีนจะเป็นกลุ่มใหญ่ที่ซื้อสินค้าแบรนด์หรูมากกว่า 40% ของมูลค่าตลาดสินค้าหรูทั่วโลก  และบาเลนเซียก้าก็เป็น 1 ในแบรนด์ต่างชาติที่พึ่งพายอดขายจากลูกค้าจีนเป็นหลัก รองเท้า Triple S ที่บาเลนเซียก้าแนะนำเข้าสู่ตลาดเมื่อปีที่แล้ว แม้ราคาจะสูงแต่ก็เป็นสินค้าที่ได้รับความ นิยมสูงในกลุ่มมิลเลนเนียนของจีน ถือเป็นไอเท็มที่วัยรุ่นจีนต้องมี
 

     ด้วยกลัวจะเสียลูกค้ารายใหญ่ บาเลนเซียก้าได้ออกแถลงการณ์ขอโทษเป็นฉบับที่สอง พร้อมทั้งระบุเกี่ยวกับการพักงานผู้จัดการร้านเพื่อแสดงความรับผิดชอบต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น แต่จะทำให้ลูกค้าจีนกลับมาภักดีต่อแบรนด์อีกหรือไม่นั้นเป็นเรื่องที่ต้องติดตามกันต่อไป ก่อนหน้านั้น ก็มีบริษัทต่างชาติหลายรายออกมาขอโทษที่ “ทำร้ายความรู้สึก” ของชาวจีน เช่น เมื่อเดือนก.พ.ที่ผ่านมา สนามบินฮีทโธรว์ในกรุงลอนดอนก็ขอโทษลูกค้าจีน กรณีร้านค้าปลอดภาษีในสนามบินเลือกปฏิบัติ กล่าวคือมีลูกค้าจีนรายหนึ่งซื้อสินค้าครบ 300 ปอนด์ ตามสิทธิ์ควรได้ส่วนลดจากแคมเปญซื้อ 250 ปอนด์ลด 20% แต่พนักงานไม่ยอมลดให้ อ้างว่าลูกค้าจีนต้องซื้อ 1,000 ปอนด์ขึ้นไป นำไปสู่การกระพือข่าวเรื่องการเลือกปฏิบัติ จนทางสนามบินต้องยอมอ่อนให้
 

     แน่นอนว่าสำหรับแบรนด์หรือองค์กร ไม่มีใครอยากทุบหม้อข้าวตัวเองด้วยการมีเรื่องกับลูกค้า วิธีป้องกันก็อย่างที่บอก เรียนรู้เกี่ยวกับ crisis management และจัดการกับปัญหาอย่างมืออาชีพ ซึ่งนอกจากช่วยลดทอนกระแสความระอุ เป็นการสร้างความพึงพอใจให้ลูกค้าและรักษาฐานลูกค้าเอาไว้อย่างเหนียวแน่น ยังทำให้ภาพลักษณ์แบรนด์ไม่เสียหายอีกด้วย เชื่อว่าบาเลนเซียก้าคงได้รับบทเรียนสอนใจจากกรณีล่าสุดไปแล้ว และคงไม่ปล่อยให้เกิดเหตุการณ์ที่นำไปสู่การประท้วงใหญ่จากลูกค้าอีกเป็นแน่ 
 
 

ที่มา
https://jingdaily.com/balenciaga-store-racism-video/
www.thestar.com.my/news/regional/2018/04/29/balenciaga-sorry-for-mistreating-chinese-customers/


www.smethailandclub.com
ศูนย์รวมข้อมูลธุรกิจเอสเอ็มอี

 

RECCOMMEND: MARKETING

เคสยาดม ชวนหิว ไอเดียทำเงิน จากไอเทมฮิต ว้าว! จนอยากหยิบมาใช้

พบไอเดียสุดเก๋ “เคสยาดม ฉบับคนหิว” ที่นำเอาเมนูสรีทฟู้ดแบบไทยๆ รวมถึงอาหารฟาสฟู้ดมาปั้นด้วยดินไทย ทำเป็นเมนูต่างๆ อาทิ ผัดไท, ส้มตำ, ก๋วยเตี๋ยว, มาม่า ต้มยำกุ้ง, แฮมเบอร์เกอร์, ถังไก่ KFC

รู้จัก FOMO Marketing กลยุทธ์ปลุกความกลัวพลาด ที่ช่วยเร่งยอดขายโต

ลูกค้าไม่ได้ซื้อเพราะอยากได้เสมอไป แต่ซื้อเพราะ ‘กลัวพลาด’ รู้จัก FOMO Marketing กลยุทธ์ต้นทุนต่ำที่ช่วยให้ SME ปิดการขายได้ไวขึ้น

รวมกับดักการตลาด ที่กำลัง “ฆ่า” SME แบบไม่รู้ตัว ดูวิธีรอดที่ทำได้ทันที

พาไปแกะทีละข้อ ว่าทำไม “สูตรยิงแอด” หรือ “สูตรทำคอนเทนต์” ที่เวิร์กกับคนอื่น ถึงไม่เวิร์กกับคุณ พร้อมชี้ทางออก ที่จะทำให้การสื่อสารแบรนด์กลับมา “เข้าเป้า” ได้จริง