สร้างตลาด เพิ่มลูกค้า ผ่านการตลาดบนมือถือ

 


เรื่อง : เจษฎา ปุรินทวรกุล

    เทรนด์การทำการตลาดบนโทรศัพท์มือถือ (Mobile Marketing) นั้นได้ถือกำเนิดมาเป็นระยะเวลาค่อนข้างนานแล้ว แถมยังได้รับความนิยมมาจนถึงทุกวันนี้ด้วย เนื่องจากเป็นการตลาดที่สามารถเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายโดยตรง ได้รับความสนใจจากกลุ่มเปาหมายสูง สามารถวัดผลได้รวดเร็ว รวมทั้งเป็นรูปแบบที่ใช้ต้นทุนทางการตลาดต่ำ

    แต่ในปัจจุบันนี้สื่อสังคมออนไลน์ (Social Media) ก็เกิดขึ้นมามากขึ้นเรื่อยๆ ด้วยเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็น เฟซบุ๊ค (Facebook) ทวิตเตอร์ (Twitter) พินเทอเรส (Pinterest) และ อินสตาแกรม (Instagram) แล้วถ้าเราจะทำการตลาดบนโทรศัพท์มือถือ สื่อประเภทใดเหมาะสมที่สุด ผู้ประกอบการที่กำลังเริ่มต้น หรือยังไม่แน่ใจ ลองฟังกลเม็ดการใช้การตลาดบนโทรศัพท์มือถือของ Jim Yu ซีอีโอและผู้ก่อตั้งบริษัทการตลาดดิจิตลอดที่มีชื่อว่า BrightEdge ซึ่งเป็นผู้อยู่เบื้องหลังแบรนด์ที่ประสบความสำเร็จทั่วโลกมากกว่า 8,400 แบรนด์ ก็น่าจะช่วยให้คุณได้ไอเดียที่น่าสนใจเพิ่มขึ้น

 


ทุกสื่อมีความแตกต่างกัน

    สื่อสังคมออนไลน์ทุกชนิดมีความแตกต่างกันทั้งด้านการนำเสนอ เนื้อหา และผู้ใช้งาน ยกตัวอย่างเช่น พินเทอเรส ผู้ใช้ส่วนใหญ่จะเป็นผู้หญิงเนื่องจากเน้นรูปภาพสวยๆ และใช้งานง่าย ขณะที่ ทวิตเตอร์ มีฐานผู้ใช้ที่ค่อนข้างหลากหลาย และเน้นเพียงข้อความอย่างเดียว ทีนี้ถ้าธุรกิจของคุณอยู่ในอุตสาหกรรมการบริการ เนื้อหาของคุณก็อาจจะเน้นไปที่ภาพสวยๆ ซึ่งจะเหมาะสมกับ พินเทอเรส อินสตาแกรม และเฟซบุ๊ค     

 
    ถ้าอย่างนั้นแล้วอะไรคือกลยุทธ์การตลาดบนโทรศัพท์มือถือสำหรับคุณละ? ต้องบอกว่าทั้งเนื้อหา อุปกรณ์ และผู้รับสาร ไม่มีตัวเลือกใดเหมาะสมบูรณ์แบบเต็มร้อย เพราะในแต่ละสื่อสังคมออนไลน์ มีทางเดินสู่ความสำเร็จที่หลากหลาย อย่างไรก็ตามองค์ประกอบที่เราจะนำไปพิจารณาว่าธุรกิจเราเหมาะสมกับสื่อสังคมออนไลน์ชนิดใด จะมีดังต่อไปนี้

พินเทอเรส

     สื่อชนิดนี้มีการเติบโตอย่างรวดเร็วและมีฐานผู้ใช้เป็นผู้หญิงถึง 70 เปอร์เซ็นต์ (อ้างอิงจากผลสำรวจของ Nielsen) โดยหนึ่งในผลประโยชน์สูงสุดของพินเทอเรสสำหรับการตลาดบนโทรศัพท์มือถือก็คือ เห็นภาพที่ชัดเจนและโดดเด่น เหมาะกับการขายของปลีกเป็นอย่างมาก

ทวิตเตอร์

     ทวิตเตอร์ จัดได้ว่าเป็นไมโครบล็อกที่ยอดเยี่ยมสำหรับพูดคุยกับผู้บริโภคในคราวละมากๆ และด้วยช่องทางนี้ นักการตลาดสามารถแบ่งปันข่าวสารล่าสุดออกไปถึงผู้บริโภคได้อย่างรวดเร็ว โดยส่งข่าวไปยังผู้ติดตามที่มีอยู่นับพันไปจนถึงหมื่นคนได้ในทันที

เฟซบุ๊ค

     จากบทความของ TechCrunch (เป็นสื่อที่นำเสนอข้อมูลและบทความด้านเทคโนโลยี รวมถึงรีวิวผลิตภัณฑ์อินเทอร์เนตใหม่ๆ) เมื่อเร็วๆ นี้ ได้กล่าวไว้ว่าจำนวนผู้ใช้เฟซบุ๊คผ่านทางโทรศัพท์มือถือนั้น มีปริมาณสูงถึง 78 เปอร์เซ็นต์ ด้วยตัวเลขที่สูงมากขนาดนี้ จึงเป็นทั้งโอกาสและการชิงไหวชิงพริบกันระหว่างแบรนด์ต่างๆ ที่ต้องการทำการตลาดด้วยเฟซบุ๊คผ่านโทรศัพท์มือถือ อย่างไรก็ตาม เฟซบุ๊คค่อนข้างเหมาะสมกับการโพสเนื้อหาที่หรูหราดูดีโดยมีภาพสวยๆ หรือวีดิโอเป็นส่วนประกอบให้มีความสมบูรณ์มากยิ่งขึ้นอินสตาแกรม

 


    สำหรับอินสตาแกรม จัดได้ว่าเป็นน้องใหม่เพราะเพิ่งถูกคิดค้นขึ้นมาในช่วงปี 2010 แต่จากผลการศึกษากลับพบว่า ณ ปัจจุบันแบรนด์ยักษ์ใหญ่ทั่วโลกกว่า 71 เปอร์เซ็นต์ ใช้อินสตาแกรมเป็นช่องทางการตลาด และจากมุมมองด้านการตลาด อินสตาแกรม ยังอยู่ในขั้นเริ่มต้นเท่านั้น นั่นหมายความว่านักการตลาดยังสามารถใช้อินสตาแกรมต่อยอดไปได้อีกไกล

    เมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมา อินสตาแกรมได้เพิ่มลูกเล่นการอัดวีดิโอเข้าไป และที่สำคัญกว่านั้นคือการควบรวมเข้ากับเฟซบุ๊ค (เฟซบุ๊คขอซื้อกิจการด้วยมูลค่าประมาณ 1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ) ทำให้ทั้งเฟซบุ๊คและอินสตาแกรม กลายเป็นตัวเลือกที่ดีในการลงสู่สมรภูมิการตลาดบนโทรศัพท์มือถือ      

    ยิ่งการสื่อสารออนไลน์ก้าวหน้าไปไกลมากเท่าใด ผู้ประกอบการและนักธุรกิจยิ่งต้องเรียนรู้และตามเทคโนโลยีสมัยใหม่ให้ทันมากขึ้นเท่านั้น




 

RECCOMMEND: MARKETING

การตลาดของคนเกาหลี ขายของแบบไหน สะกดให้นักช้อปซื้อของจนเพลินกระเป๋า

เวลาพูดถึงการท่องเที่ยวเกาหลี หลายคนก็จะนึกถึงแสงและความโมเดิร์น นึกถึงย่านช้อปปิ้ง แต่รู้ไหมว่าจริงๆ แล้วคนเกาหลีกลับมีวิธีทำการตลาด ขายสินค้าได้อย่างน่าสนใจเช่นกัน

หายนะทางธุรกิจ บริษัทระดับโลกยังเจ๊ง เมื่อมองตัวเองไม่ออก อาการของ Marketing Myopia

"Marketing Myopia" หรือ การตลาดสายตาสั้น คือ อาการมองตัวเองไม่ออก ซึ่งหลายแบรนด์ธุรกิจเคยตกม้าตายเพราะคำนี้มาแล้ว ยกตัวอย่างเช่น โกดักที่คิดค้นกล้องดิจิทัลไว้ แต่กลับเก็บไว้เฉยๆ เพราะคิดว่าตัวเองอยู่ในธุรกิจผลิตฟิล์ม

ลูกค้า นักออกแบบสินค้าที่ดีที่สุดในโลก เปลี่ยนผู้บริโภคมาเป็นผู้ช่วยทางธุรกิจได้ยังไง

ในขณะที่หลายธุรกิจกำลังหมกหมุ่นว่าจะผลิตสินค้าอะไรดี จริงๆ แล้วพวกเขามีนักออกแบบที่ดีอยู่ใกล้ๆ ตัวตลอดนั่นเอง ซึ่งก็ไม่ใช่ใคร "ลูกค้า" ของพวกเขานั่นเอง