How To ส่งออกอาหารไทย เรื่องควรรู้! ก่อนคิดส่งออก






 
     ในบรรดาสินค้าส่งออกของประเทศไทย อาหารและเครื่องดื่ม สามารถทำเงินเป็นอันดับต้นๆ โดยแต่ละปีไทยส่งออกสินค้าอาหารไปทั่วโลก มูลค่าสูงเกือบ 1 ล้านล้านบาท ซึ่งไทยส่งออกอาหารเป็นอันดับ 3 ของเอเชีย รองจากจีนและอินเดีย และนี่เป็นเป้าหมายที่ผู้ประกอบการอยากจะไปให้ถึง เพราะการส่งออก หมายถึงการขยายตลาดให้ขายได้มากขึ้นนั่นเอง


     แล้วถ้าผู้ประกอบการธุรกิจอาหารและเครื่องดื่มที่ตั้งเป้าอยากส่งออกไปต่างประเทศ มีอะไรบ้าง? ที่ผู้ประกอบการควรรู้ไว้!
 

     ง่ายที่สุดสำหรับมือใหม่ที่คิดอยากจะส่งออก อาจเริ่มต้นจากการยกหูโทรศัพท์ติดต่อไปที่ ศูนย์บริการส่งออกแบบเบ็ดเสร็จ ของกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ เพราะเป็นอีกหน่วยงานที่พร้อมจะอำนวยความสะดวกให้แก่ผู้ส่งออก โดยติดต่อเจ้าหน้าที่ ณ ศูนย์บริการร่วมกระทรวงพาณิชย์ เพื่อรับรายละเอียดบริการข้อมูลข่าวสาร สถิติข้อมูลธุรกิจ ราคาขาย กิจกรรมส่งเสริมการส่งออก การเจรจาการค้าระหว่างประเทศ สิทธิประโยชน์ทางการค้า ข้อมูลการขอจดทรัพย์สินทางปัญญาได้ทั้งหมดในที่เดียว
 


             
 
การจดทะเบียนเครื่องหมายการค้า
 

     การยื่นจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าเป็นการคุ้มครองและปกป้องทรัพย์สินทางปัญญาไม่ให้ถูกละเมิดในต่างประเทศ จากเดิมที่ต้องเดินทางไปจดทะเบียนที่ประเทศนั้นๆ ปัจจุบันสามารถยื่นจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าระหว่างประเทศ (Madrid Application Receiving Office) โดยสามารถระบุประเทศที่อยากขอคุ้มครองได้เลย ถึง 116 ดินแดน
 


 
 
อยากส่งออกต้องมีมาตรฐาน
 

     หัวใจสำคัญในการส่งออกก็คือ สินค้าที่มีคุณภาพและได้มาตรฐาน เพราะนั่นคือใบเบิกทางที่จะสร้างความน่าเชื่อถือให้กับธุรกิจและทำให้ได้รับการยอมรับในตลาดต่างประเทศ

   
     มาตรฐาน อย.
มาตรฐานอาหารบรรจุในภาชนะปิดสนิท ทั้งกรรมวิธีการผลิตและคุณภาพอาหาร ควบคุมโดยสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา กระทรวงสาธารณสุข มาตรฐาน อย. จะแบ่งเป็น 2 หลักเกณฑ์ นั่นก็คือ
 
  1. ขออนุญาตสถานที่ผลิต ซึ่งจะพิจารณาสภาพแวดล้อม เครื่องมือ เครื่องจักรที่สะอาด กระบวนการผลิตที่ได้มาตรฐาน ไปจนถึงการบรรจุและติดฉลากให้ครบถ้วน สุขาภิบาลการกำจัดขยะ การบำรุงรักษาทำความสะอาด และพนักงานที่สวมชุดเรียบร้อย หลังจากผ่านการยื่นขอมาตรฐานในส่วนของสถานที่แล้ว จะได้เลขมาตรฐาน อย. 8 หลัก การขอเลขจะขอได้ 1 ชนิดต่อ 1 เลขเท่านั้น
  2. ขออนุญาตผลิตภัณฑ์ หรือขอเลข อย.13 หลัก ผู้ส่งออกต้องมีการแปรรูปอาหารสำเร็จรูปหรือกึ่งสำเร็จรูป ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเสี่ยงต่อผู้บริโภคในระดับต่ำ ปานกลาง และสูง จะต้องผ่านมาตรฐานนี้และได้รับการรับรองเป็นเครื่องหมาย อย.ก่อน

     มาตรฐาน GMP มาตรฐานบังคับตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่องวิธีการผลิต เครื่องมือ เครื่องใช้ในการผลิต และการเก็บรักษาอาหาร โดยครอบคลุมตั้งแต่สถานที่ประกอบการ โครงสร้างอาคาร กระบวนการผลิตที่ดีมีความปลอดภัย และมีคุณภาพได้มาตรฐานทุกขั้นตอน นับตั้งแต่ขั้นตอน เริ่มต้นวางแผนการผลิตไปจนถึงการขนส่งจนถึงผู้บริโภค GMP ยังเป็นระบบประกันคุณภาพพื้นฐานก่อนที่จะนำไปสู่ระบบประกันคุณภาพอื่นๆ ที่สูงกว่าต่อไป เช่น ISO 9000 และ HACCP (Hazard Analysis Critical Control Point)


     มาตรฐาน HACCP (Hazard Analysis Critical Control Point) มาตรฐานป้องกันอันตรายที่ผู้บริโภคอาจได้รับจากการบริโภคอาหาร เป็นการวิเคราะห์เชิงวิทยาศาสตร์ เพื่อไม่ให้มีค่าสาร (ตามข้อกำหนดของแต่ละสินค้า) เกินกว่าที่กำหนด ในการส่งออกได้ประยุกต์ใช้มาตรฐาน HACCP เพื่อให้สอดคล้องกับความต้องการของประเทศคู่ค้า
อย่างไรก็ตาม เมื่อโรงงานผลิตและผลิตภัณฑ์ได้รับมาตรฐานแล้ว ยังต้องศึกษาแง่มุมกฎหมายการค้าระหว่างประเทศ แนวโน้มการดำเนินงานของรัฐบาลประเทศนั้นๆ รวมถึงใบอนุญาตการนำเข้าและส่งออกสินค้า การออกแบบการทำธุรกิจโดยใช้ข้อตกลงระหว่างประเทศของสภาหอการค้าระหว่างประเทศ (INCOTERMS) และ UCP600 ผู้ประกอบการสามารถติดตามกฎหมาย กฎระเบียบ มาตรการทางการค้าได้ที่เว็บไซต์ของกระทรวงพาณิชย์ www.moc.go.th
 


 
 
นวัตกรรมนำเทรนด์อาหาร


     ดร.เอกอนงค์ จางบัว ผู้ช่วยเลขาธิการ สำนักงานคณะกรรมการนโยบายวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรมแห่งชาติ (สวทน.) เผยถึงตัวเลขค่าใช้จ่ายที่ผู้ประกอบการใช้ในการทำวิจัยพัฒนาผลิตภัณฑ์ในอุตสาหกรรมอาหารสูงถึง 12,000 ล้านบาทต่อปี สะท้อนให้เห็นว่าผู้ผลิตเริ่มตระหนักเห็นแล้วว่าการขายของแบบเดิมๆ ใช้ไม่ได้แล้ว เพราะผู้บริโภคยุคนี้ต้องการสินค้ารูปแบบใหม่ๆ ซึ่งเทรนด์ในอุตสาหกรรมอาหารมีอยู่หลายเรื่อง เช่น การที่ผู้บริโภคในปัจจุบันให้ความใส่ใจในสุขภาพมากขึ้น ส่งผลให้อาหารสุขภาพเข้ามามีบทบาทเพิ่มขึ้น ผู้บริโภคมีความต้องการบริโภคอาหารที่มีการปรุงแต่งให้น้อยที่สุด ต้องการบริโภคอาหารเพื่อเป็นยา เป็นต้น
 

 
 
เปิดประตูออนไลน์ไปเวทีโลก
               

     ปัจจุบันการขายออนไลน์เป็นช่องทางที่กำลังได้รับความนิยมในการขยายตลาดให้ผู้ประกอบการไทย กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศไทยจึงจัดทำ Thaitrade.com สำหรับผู้ผลิตและผู้ขายสินค้าไทยได้นำเสนอสินค้าแก่ผู้ซื้อในต่างประเทศ เสมือนเป็นหน้าร้านให้ผู้สนใจเข้ามาเลือกซื้อและติดต่อกับผู้ขายเพื่อตกลงการค้าได้โดยตรง ปัจจุบันมีจำนวนร้านค้าออนไลน์ที่ได้รับการคัดสรรแล้วว่ามีคุณภาพมาตรฐานการส่งออกจำนวนกว่า 19,500 ร้านค้า ประกอบด้วย สินค้ามากกว่า 234,756 รายการ



www.smethailandclub.com
ศูนย์รวมข้อมูลธุรกิจเอสเอ็มอี 

RECCOMMEND: MARKETING

เคสยาดม ชวนหิว ไอเดียทำเงิน จากไอเทมฮิต ว้าว! จนอยากหยิบมาใช้

พบไอเดียสุดเก๋ “เคสยาดม ฉบับคนหิว” ที่นำเอาเมนูสรีทฟู้ดแบบไทยๆ รวมถึงอาหารฟาสฟู้ดมาปั้นด้วยดินไทย ทำเป็นเมนูต่างๆ อาทิ ผัดไท, ส้มตำ, ก๋วยเตี๋ยว, มาม่า ต้มยำกุ้ง, แฮมเบอร์เกอร์, ถังไก่ KFC

รู้จัก FOMO Marketing กลยุทธ์ปลุกความกลัวพลาด ที่ช่วยเร่งยอดขายโต

ลูกค้าไม่ได้ซื้อเพราะอยากได้เสมอไป แต่ซื้อเพราะ ‘กลัวพลาด’ รู้จัก FOMO Marketing กลยุทธ์ต้นทุนต่ำที่ช่วยให้ SME ปิดการขายได้ไวขึ้น

รวมกับดักการตลาด ที่กำลัง “ฆ่า” SME แบบไม่รู้ตัว ดูวิธีรอดที่ทำได้ทันที

พาไปแกะทีละข้อ ว่าทำไม “สูตรยิงแอด” หรือ “สูตรทำคอนเทนต์” ที่เวิร์กกับคนอื่น ถึงไม่เวิร์กกับคุณ พร้อมชี้ทางออก ที่จะทำให้การสื่อสารแบรนด์กลับมา “เข้าเป้า” ได้จริง