​7 Marketing Tips เปลี่ยนธุรกิจที่ใครๆ ก็คิดว่าไม่รอด! ให้สำเร็จได้





     

     แม้ทุกวันนี้เราจะเห็นคนหันมารักสุขภาพกันมากขึ้น แต่หากมองลึกลงไปจริงๆ จะพบว่าจำนวนคนที่ออกกำลังกายเป็นประจำอย่างต่อเนื่องนั้นไม่ได้มีมากอย่างที่คิด โดยเฉพาะการปิดตัวลงของร้านฟิตเนสเล็กๆ หรือ Boutique Studio บางราย ชี้ให้เห็นว่าการทำธุรกิจแบบนี้อาจจะดูไม่ค่อยสดใสมากนักในบ้านเรา


     เช่นเดียวกันกับ เขมิกา จิวะพรทิพย์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท แอล วี เอ็น แอล จำกัด ผู้ก่อตั้งและเจ้าของ Physique 57 ประเทศไทย ที่คนใกล้ตัวเคยเตือนว่า การซื้อแฟรนไชส์สตูดิโอฟิตเนสของสหรัฐอเมริกา อย่าง Physique 57 เข้ามาในเมืองไทย ดูแล้วน่าจะไม่เหมาะกับคนไทยมากนัก แต่ ณ วินาทีนี้กลับได้รับความนิยมเป็นอย่างมากจากทั้งเหล่าเซเลบดาราและบุคคลทั่วไป

     
     มาดูกันว่านักธุรกิจสาวรายนี้ใช้วิธีลุยตลาดยังไงท่ามกลางเสียงทักท้วงในตอนแรก จนทำให้ประสบความสำเร็จได้ และนี่อาจจะเป็นเคล็ดลับดีๆ ที่ธุรกิจรายเล็กอย่าง SME สามารถเลือกนำไปประยุกต์ใช้ได้
 

1.ก่อนออกสตาร์ทกับเสียงที่บอกว่าเป็นไปไม่ได้...แล้วจะทำยังไง?
 
  • Marketing Tip: ทำ Feasibility Study และ Market Research พิสูจน์ว่าเราทำได้
 
     เราเห็นโอกาสที่จะทำสตูดิโออกกำลังกายในเมืองไทย แต่คนรอบข้างของเรากลับบอกว่าไม่น่าจะทำได้ ดังนั้นเพื่อเสริมความมั่นใจก่อนออกสู่ตลาด ต้องอาศัยการมีข้อมูลจำนวนมากและเชิงลึก โดยเฉพาะการทำ Feasibility Study หรือการวิเคราะห์เพื่อศึกษาถึงความเป็นไปได้ในการลงทุนในโครงการนั้นๆ และทำการศึกษาตลาดหรือ Market Research


     โดยการทำ Feasibility Study ของเรานั้นไม่ใช่แค่การเอาตัวเลขมาประกอบเท่านั้น แต่เราค้นหาจริงๆ ว่า Cost จะมีอะไรบ้าง Revenue จะสร้างจากอะไรได้บ้าง รวมไปถึงการทำ Market Research อย่างจริงจังเพื่อดูว่าตลาดต้องการอะไร ในสหรัฐอเมริกาโดยเฉพาะกับแบรนด์ดังๆ การที่เขาจะอนุญาตให้เราเอาแฟรนไชส์ของเขามาทำต่อนั้นไม่ใช่แค่ว่าเรามีเงินและมีความสนใจแล้วจะทำได้เลย ต้องอาศัยหลายขั้นตอนรวมถึงการทำ Feasibility Study และ Market Research ให้เขาเห็นก่อนว่า การที่เรานำธุรกิจของเขามาเปิดที่เมืองไทยนั้นสามารถทำได้จริงและสามารถที่จะประสบความสำเร็จได้จริง
 
 
2.เริ่มต้นวันแรกกับการที่คนไทยไม่ได้นิยมออกกำลังกายมากเท่าที่คิด…แล้วจะหาลูกค้ายังไง?
 
  • Marketing Tip: ดึงคนใกล้ตัวมาทดลองใช้บริการ ขยายฐานลูกค้าด้วย Word of Mouth
 
     หากมองย้อนกลับไปเมื่อ 4 ปีที่แล้ว ณ วันที่ทำการเปิด Physique 57 Bangkok ขึ้นมา เป็นช่วงที่มีคนออกกำลังกายอย่างจริงจังไม่เยอะ และสิ่งที่เป็นอุปสรรคใหญ่คือการที่เราไม่ได้รู้จักความต้องการของลูกค้าที่แท้จริง เราเลยทำการประเมินความสามารถของการออกกำลังกายของคนไทยผิดไป ซึ่งเราคิดว่าการออกกำลังกายนั้นเป็นสิ่งที่ดีและยังไงคนก็ต้องมาใช้บริการอย่างแน่นอน แต่ในความเป็นจริงคนไทยยังมีทัศนคติในการออกกำลังกายว่าออก 1 ครั้งต่อสัปดาห์นั้นเป็นการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ อีกทั้งยังมีทัศนคติว่าออกกำลังกายวันนี้พรุ่งนี้จะผอม ซึ่งมันไม่ใช่ เพราะการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอคือต้องทำประมาณ 3 – 4 ครั้งต่อสัปดาห์


     ด้วยชุดความคิดแบบนี้แน่นอนว่าไม่ส่งผลดีต่อการทำกิจการของเรา ดังนั้นเพื่อที่จะหาลูกค้าจึงต้องเริ่มต้นจากคนใกล้ตัวก่อน โดยหันไปบอกเพื่อนว่าเราเพิ่งเปิดสตูดิโอออกกำลังกายกรุณาชวนเพื่อนและเพื่อนของเพื่อนมาเล่นหน่อย รวมไปถึงให้คุณครูผู้สอนออกกำลังกายชวนลูกศิษย์มาเล่นได้ฟรีในครั้งแรก เป็นการขยายวงการรับรู้ออกไปเรื่อยๆ เพราะวิธีการหากลุ่มลูกค้าที่ดีที่สุด คือ Word of Mouth ซึ่ง 90 เปอร์เซ็นต์ของลูกค้าที่เรามีอยู่ในปัจจุบันก็มาจากวิธีนี้
 
 
3. ในเวลา 6 เดือนแรกกับจำนวนลูกค้าที่น้อยลง...มีวิธีเพิ่มคนมาใช้บริการได้ยังไง?
 
  • Marketing Tip: กำจัดจุดอ่อน เสนอบริการให้เหมาะกับความสามารถและความต้องการของลูกค้า
 
     ในช่วงที่เปิดสตูดิโอครบ 6 เดือนแรก เราเริ่มกลับมาดูธุรกิจของเราว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง เป็นข่าวร้ายเมื่อพบว่าจำนวนคนที่มาใช้บริการนั้นลดลงเรื่อยๆ แทนที่จะเพิ่มขึ้น เราเลยกลับมาดูว่าจุดอ่อนของเราอยู่ตรงไหน ซึ่งก็คือการที่เราประเมินความสามารถในการออกกำลังกายของคนไทยว่ามีอยู่มากนั่นเอง อีกทั้งการออกกำลังกายของ Physique 57 นั้นยากเกินไปสำหรับคนที่เพิ่งตั้งต้น ทำให้คนที่มาเล่นเกิดความกลัวแล้วก็ไปบอกเพื่อนๆ ว่าอย่ามาเล่นที่นี้เลย เพราะว่ายากและโหดเกินไป ดังนั้นสิ่งที่เราทำก็คือการทำให้ระดับของ Class นั้นง่ายขึ้นอีกหนึ่งระดับ เพื่อที่จะดึงคนเข้ามา ส่งผลให้เรามีลูกค้าเพิ่มขึ้นและสามารถขยายมาแล้ว 3 สาขาในปัจจุบัน
 
 
4.ถึงวันนี้ที่มีลูกค้ามากขึ้น โดยเฉพาะเหล่าคนดังที่มาใช้บริการมากมาย...แล้วจะไม่สร้างความเหลื่อมล้ำยังไง?
 
  • Marketing Tip: ปฏิบัติอย่างเท่าเทียม เพราะทุกคนคือลูกค้าของเรา
 
     เมื่อธุรกิจไปได้ดีและมีคนมาใช้บริการมากขึ้น สิ่งสำคัญคือการปฏิบัติต่อลูกค้าอย่างเท่าเทียมกัน แม้ในบางครั้งเราจะโชคดีที่คนมีชื่อเสียงในวงการเข้ามาใช้บริการ ซึ่งสามารถช่วยสร้างความน่าเชื่อใจและน่าเชื่อถือให้กับผู้บริโภครายอื่นๆได้ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นเราต้องปฏิบัติต่อลูกค้าทุกคนของเราให้เท่าเทียมกัน
 
 
5.เมื่อเทรนด์สุขภาพมาแรงกับคู่แข่งที่เพิ่มขึ้น...แล้วจะรับมือยังไง?
 
  • Marketing Tip: เลือกโลเกชันสะดวก ง่ายต่อการเดินทางของกลุ่มเป้าหมาย
 
     โดยธรรมชาติของธุรกิจที่เป็นบริการอย่างสตูดิโอฟิตเนส การจะเจาะตลาดให้ได้ดีคือผู้ใช้บริการหรือลูกค้าต้องสะดวก พูดง่ายๆ คือโลเกชันที่ตั้งต้องสะดวกต่อการเดินทางของพวกเขา เพราะการเดินทางลำบากถือเป็นปัญหาใหญ่อย่างหนึ่งที่ทำให้ลูกค้าไม่อยากมาที่ร้าน ในการต่อยอดธุรกิจก็เช่นเดียวกัน การขยายให้มีโลเกชันการให้บริการมากขึ้นนั้นเป็นสิ่งที่จำเป็น โดยเฉพาะในวันที่คู่แข่งทำการขยายสาขาออกไปในหลายพื้นที่ ถ้าเราอยากได้ลูกค้าเพิ่มก็ต้องเพิ่มจำนวนคนให้รู้จักสาขาแรกให้มากขึ้น แต่ถ้าอยากจะได้คนที่มาใช้บริการจากพื้นที่อื่นๆ เราก็ต้องเอาตัวเราเข้าไปอยู่ในพื้นที่นั้นให้เขามาใช้บริการได้ง่ายและมาสะดวก
 
 
6.อยากขยายฐานลูกค้ากับวันที่มองไปทางไหนคนก็ออกกำลังกายได้...แล้วจะดึงคนให้มาใช้บริการยังไง?
 
  • Marketing Tip: ใส่ใจลูกค้า มอบโปรแกรมพิเศษ
 
     สิ่งที่พนักงานหน้าร้านของเราต้องทำทุกวันคือ หลังจากที่ลูกค้าออกกำลังกายเสร็จ ต้องมีการเข้าไปพูดคุยถึงฟีดแบคการเล่นในวันนั้นว่า วันนี้ออกกำลังกายเป็นยังไงบ้าง ถ้าเขาบอกว่าแย่ เราต้องถามว่าเกิดอะไรขึ้นและแก้ปัญหาเหล่านั้น แต่ถ้าเขาประทับใจ เราก็จะนำเสนอโปรแกรมพิเศษให้เขา เช่น ถ้าลูกค้าชวนเพื่อนมาเล่นและซื้อ New Comer Package ได้ ก็จะได้รับคลาสฟรีทันที วิธีนี้จะทำให้ลูกค้าเป็นกระบอกเสียงทำการแนะนำไปยังเพื่อนๆของพวกเขา ซึ่งการที่เพื่อนชวนเพื่อนนับเป็นวิธีการที่ดีที่สุดในการหาลูกค้าในธุรกิจบริการ เราใช้วิธีการอื่นๆมามากมายไม่ว่าจะเป็นการหาลูกค้าทางโซเชียลมีเดียหรือไปออกงานแฟร์ แต่ผลตอบรับที่ได้ยังไม่ดีเท่ากับการให้คลาสฟรีลูกค้าเพื่อให้เขาไปบอกต่อ
 
 
7.ทุกวันนี้ธุรกิจจะอยู่คนเดียวโดดๆไม่ได้กับคอนเน็กชันมากมายที่อยู่รายล้อม...แล้วจะเลือกยังไง?
 
  • Marketing Tip: ต้องเป็นคอนเน็กชันแบบ Win – Win
 
     การสร้างคอนเน็กชันเป็นการสร้างโอกาสทางการทำตลาดที่ดีอย่างหนึ่ง ซึ่งเวลาเราไปสร้างคอนเน็กชันกับใคร เราต้องคิดว่าเราให้อะไรเขาได้ แต่มีคนหลายๆคนเลยที่พยายามจะเข้ามาสร้างคอนเน็กชันกับเราโดยคิดว่าเราจะให้อะไรกับเขาได้ ซึ่งมองว่าเป็นความคิดที่ไม่ถูกต้อง เพราะการที่เราจะสร้างความสัมพันธ์ขึ้นมาสักอย่างหรือถ้าเราจะสร้างคอนเน็กชันกับใครสักคน ต้องคิดด้วยว่าเราสามารถให้อะไรเขาได้เพื่อที่จะสร้างคอนเน็กชันที่มั่นคงและยั่งยืน


     นอกจากนี้ การสร้างคอนเน็กชันนั้นไม่จำเป็นต้องเข้าร่วมงานประชุมเพื่อแลกนามบัตรเพียงอย่างเดียว เพราะคอนเน็กชันสามารถสร้างได้แม้กระทั่งกับลูกค้าของเรา เมื่อเขาเข้ามาที่ร้านเรียบร้อยแล้ว เรามีความจริงใจที่ว่าวันนี้เราจะให้บริการที่ดีที่สุดกับเขายังไง เมื่อเขาเห็นตรงจุดนี้แล้ว วันที่เราต้องการความช่วยเหลือ เขาก็จะหยิบยื่นความช่วยเหลือตรงนี้ให้กับเรา แบบนี้ถึงจะเรียกได้ว่าเป็นคอนเน็กชันที่พร้อมที่จะช่วยเราได้จริงๆ     


www.smethailandclub.com
ศูนย์รวมข้อมูลธุรกิจเอสเอ็มอี

 

RECCOMMEND: MARKETING

การตลาดของคนเกาหลี ขายของแบบไหน สะกดให้นักช้อปซื้อของจนเพลินกระเป๋า

เวลาพูดถึงการท่องเที่ยวเกาหลี หลายคนก็จะนึกถึงแสงและความโมเดิร์น นึกถึงย่านช้อปปิ้ง แต่รู้ไหมว่าจริงๆ แล้วคนเกาหลีกลับมีวิธีทำการตลาด ขายสินค้าได้อย่างน่าสนใจเช่นกัน

หายนะทางธุรกิจ บริษัทระดับโลกยังเจ๊ง เมื่อมองตัวเองไม่ออก อาการของ Marketing Myopia

"Marketing Myopia" หรือ การตลาดสายตาสั้น คือ อาการมองตัวเองไม่ออก ซึ่งหลายแบรนด์ธุรกิจเคยตกม้าตายเพราะคำนี้มาแล้ว ยกตัวอย่างเช่น โกดักที่คิดค้นกล้องดิจิทัลไว้ แต่กลับเก็บไว้เฉยๆ เพราะคิดว่าตัวเองอยู่ในธุรกิจผลิตฟิล์ม

ลูกค้า นักออกแบบสินค้าที่ดีที่สุดในโลก เปลี่ยนผู้บริโภคมาเป็นผู้ช่วยทางธุรกิจได้ยังไง

ในขณะที่หลายธุรกิจกำลังหมกหมุ่นว่าจะผลิตสินค้าอะไรดี จริงๆ แล้วพวกเขามีนักออกแบบที่ดีอยู่ใกล้ๆ ตัวตลอดนั่นเอง ซึ่งก็ไม่ใช่ใคร "ลูกค้า" ของพวกเขานั่นเอง