​ชั้นวางตามใจคุณ

 

    รูปแบบการใช้ชีวิตของพนักงานออฟฟิศที่ต้องเข้างานให้ตรงเวลาในตอนเช้า ท่ามกลางวิกฤติจราจรแออัดในชั่วโมงเร่งด่วน ทำให้วิถีชีวิตของคนยุคใหม่เปลี่ยนไป หลายคนต้องจากบ้านมาเช่าหอพักอยู่ในตัวเมืองเพื่อให้ใกล้ที่ทำงาน  

   ทว่าหอพัก หรืออพาร์ทเม้นท์ในตัวเมืองส่วนใหญ่เล็กยิ่งกว่าห้องน้ำคฤหาสน์หลังใหญ่ของบ้านเศรษฐีมีอันจะกินเสียอีก นี่จึงเป็นโอกาสอันดีสำหรับผู้ผลิตในอุตสาหกรรมเฟอร์นิเจอร์ หากสามารถสร้างคิดออกแบบผลิตภัณฑ์ช่วยแก้ปัญหาเรื่องพื้นที่ใช้สอยของหนุ่มสาวออฟฟิศเหล่านี้ได้ ก็สามารถสร้างเม็ดเงินจากวิกฤตินี้ได้ เรียกว่าใช้วิกฤติให้เป็นโอกาส

     สต็อคเวิร์ค (Stockwerk) คือตัวอย่างแบรนด์ที่ใช้วิกฤติให้เป็นโอกาสทำเงิน ชั้นวางอเนกประสงค์นี้ถูกออกแบบมาให้ผู้ใช้สามารถจัดปรับระดับส่วนสูง และการเข้ามุมกับพื้นที่ในการจัดวาง ทำให้มีประโยชน์ใช้สอยที่สร้างความพึงพอใจให้กับผู้ใช้ได้มากกว่าเป็นแค่ชั้นวางทั่วๆ ไป ด้วยโครงสร้างที่สามารถพับเก็บให้เป็นโต๊ะเตี้ยที่ใช้วางของกระจุกกระจิก หรือปรับระดับความสูงให้เป็นชั้นวางหนังสือ ซึ่งสามารถปรับให้สูงได้เท่าที่ต้องการ และยังสามารถหักให้เข้ากับมุมห้องได้อีกด้วย เนื่องจากชั้นวางสต็อคเวิร์คผลิตจากไม้อัดชั้นดีโดยมีบานพับที่ใช้กับเปียโนเป็นตัวเชื่อมแผ่นไม้แต่ละแผ่น จึงทำให้สต็อคเวิร์คมีโครงสร้างที่ยืดหยุ่นต่อการจัดปรับตามความต้องการของผู้ใช้ อีกหนึ่งผลงานดีๆ ที่อาจเป็นไอเดียสำหรับการออกแบบผลิตภัณฑ์ของผู้ประกอบการเอสเอ็มอี

ข้อมูลจาก...  www.designboom.com

RECCOMMEND: MARKETING

หมดยุคสร้างภาพว่าสำเร็จ? เจาะลึกทำไมคอนเทนต์ 'เล่าความล้มเหลว' ถึงได้ใจคนยุค 2026

เลิกเป็น "เทพเจ้า" ที่ไม่เคยทำผิด แล้วมาเป็น "มนุษย์" ที่ลูกค้าอยากเดินข้างๆ พบกับ 3 เหตุผลทางจิตวิทยาว่าทำไมความสมบูรณ์แบบ ถึงกำลังฆ่าแบรนด์ของคุณในยุค 2026

แพคเกจจิ้งธรรมดาโลกไม่จำ Tim Hortons เชนร้านกาแฟ-โดนัท กับไอเดียเปลี่ยนกล่องธรรมดา ให้เป็นแพคเกจจิ้งสายฉลิมฉลอง

ตามไปดูไอเดีย แพ็กเกจจิ้งใส่โดนัท ในรูปแบบเหรียญรางวัล ขวดแชมเปญ และถ้วยรางวัล แทนการใส่กล่องกระดาษธรรมดา เพื่อให้ลูกค้าทุกคนได้มอบรางวัลให้กับตัวเองแบบง่ายๆ จาก Tim Hortons

สรุป 7 เทรนด์ทำคอนเทนต์ จากมุมมองเอเจนซี่ระดับโลก ในวันที่คลิปสั้น “ไม่ใช่หัวใจ” แต่เป็นแค่ “ทางผ่าน”

ทุกวันนี้เคยรู้สึกเหนื่อยกับการทำคอนเทนต์กันไหม คลิปสั้นก็ทำ เทรนด์ก็เกาะ โพสต์ก็ถี่ แต่ยอดขาย ความผูกพัน และการจดจำแบรนด์ กลับไม่โตไปพร้อมกัน เกิดอะไรขึ้น? เราเดินมาถูกทางอยู่หรือเปล่า