"เล็กจนโต" ขนมไทยไอเดียสแน็ก

 


 
 
เรื่อง          เจษฎา ปุรินทวรกุล
ภาพ          ชาคริต ยศสุวรรณ์
 
        ถ้าพูดถึงขนมไทยอย่าง ‘ครองแครง’ ขึ้นมา หลายคนคงนึกถึงขนมไทยโบราณสีน้ำตาลในถุงพลาสติกสีขาวใสที่วางขายอยู่ตามท้องตลาดทั่วไป ซึ่งวัยรุ่นและคนสมัยใหม่อาจไม่ค่อยรู้จักกันสักเท่าไหร่แล้ว หรือต่อให้รู้จักก็คงมีน้อยคนที่จะหยิบถุงขนมครองแครงขึ้นมาดู และคงแทบเป็นไปไม่ได้ที่เขาเหล่านั้นจะตัดสินใจจ่ายเงินซื้อมารับประทาน ในเมื่อขนมขบเคี้ยวตามร้านสะดวกซื้อในปัจจุบันมีทั้งแพ็กเกจจิ้งและรสชาติอันแสนเย้ายวนใจกว่ารออยู่
 
        แต่ด้วยความที่ครอบครัวของ อภิณพร ทองดี ทำขนมครองแครงภายใต้แบรนด์ ‘เล็กจนโต’ มาตั้งแต่รุ่นคุณย่าเมื่อปี 2496 มาจนถึงวันนี้ อภิณพร คนรุ่นลูกรุ่นหลาน ได้นำเอาความรู้ด้านการบริหารธุรกิจที่ได้จากตำราในห้องเรียนมาดัดแปลงขนมไทยในห้องครัว จนได้ครองแครง ขนมไทยโบราณที่สอดไส้ไอเดียแหวกแนวกับ 6 รสชาติใหม่ คือ รสช็อกโกแลต สตรอเบอร์รี่ ไวท์ช็อกโกแลต ชีส สาหร่าย และรสดั้งเดิม ที่ใครเห็นเป็นต้องลองหยิบขึ้นมาชิมทันที
 
        การออกแบบให้มีรสชาติ 5-6 รสนั้น เกิดขึ้นจากแนวคิดที่ต้องการตอบสนองความต้องการของคนหลายๆ กลุ่ม เพราะบางคนอาจไม่ชอบรับประทานเผ็ด หรือบางคนอาจไม่ชอบรับประทานหวาน รวมทั้งอยากทำให้ครองแครงดูเป็นขนมรับประทานเล่นมากขึ้น
 
 
        “ก่อนหน้านี้เราทำวิจัยจากวัยรุ่นว่าอยากได้ครองแครงประมาณไหน ก็ได้คำตอบว่าอยากได้ออกมาเป็นแนวของฝากน่ารักๆ เช่น เคลือบช็อกโกแลตให้ดูสวยงามน่ารับประทาน ส่วนรสชาติก็อยากได้แบบรับประทานได้เรื่อยๆ โดยเฉพาะชีสจะได้รับความนิยมมาก สุดท้ายก็ได้ออกมา 6 รสชาติ เมื่อบวกกับวัตถุดิบของเราที่ใช้แป้งไม่อมน้ำมัน เก็บได้นานโดยไม่เหม็นหืน และกรอบอร่อย ก็ทำให้ผลิตภัณฑ์มีความโดดเด่นรวมถึงแตกต่างกว่าในท้องตลาดอย่างเห็นได้ชัด”
 
        แต่ผลิตภัณฑ์ที่มีความแตกต่างอย่างเดียว คงก้าวไปได้ไม่ไกลเท่าไหร่นัก เจ้าของครองแครง 6 รสชาติจึงพัฒนาแพ็กเกจจิ้งไปพร้อมๆ กับตัวผลิตภัณฑ์โดยได้ไปปรึกษากับกรมพัฒนาธุรกิจการค้าและได้ที่ปรึกษาพิเศษของ TCDC (ขวัญหทัย ตัณฑ์เกยูร) ช่วยให้ไอเดียการออกแบบผลิตภัณฑ์
 
 
        “สำหรับการพัฒนารสชาติ เราได้ทำขนานไปกับการทำแพ็กเกจจิ้ง และโลโก้เลย ตรงนี้ได้คุณขวัญหทัยกับเพื่อนที่เรียนด้วยกันเป็นคนมาคอยให้ความช่วยเหลือ อย่างตัวกล่องที่เป็นแพ็กเกจจิ้ง เราก็พยายามออกแบบเพื่อสื่อให้เห็นถึงเรื่องราวและอุปกรณ์การทำขนมครองแครง โดยพิมพ์ลายปั๊มรูป ไม้ปั้นขนม กระทะ เครื่องปรุง และสิ่งต่างๆ ลงไปให้คนที่ไม่รู้จักได้ทำความรู้จักกับขนมครองแครงด้วย”
 
 
        ถึงแม้ว่าครองแครง ‘เล็กจนโต’ จะเพิ่งเริ่มต้นพัฒนาผลิตภัณฑ์และแพ็กเกจจิ้งออกมาให้ดูทันสมัย แต่ไอเดียการรุกตลาดของอภิณพรก็ต้องบอกว่ามองเกมเอาไว้ไกลกว่าที่ SME หลายๆ คนคิดเอาไว้ ไม่ว่าจะเป็นการเตรียมไปเปิดร้านตามเมืองท่องเที่ยวอย่างหัวหินหรือพัทยา โดยมองว่าชาวต่างชาติรวมถึงคนไทยน่าจะชื่นชอบแพ็กเกจจิ้งที่ถ่ายทอดเรื่องราวและซื้อกลับไปเป็นของฝาก นอกจากนั้น ยังมองไปถึงเรื่องการหาตัวแทนจำหน่ายในต่างประเทศเพื่อเตรียมตัวส่งออก ซึ่งจุดนี้อาจต้องไปคุยกับตัวแทนจำหน่ายของหลายๆ ประเทศก่อน รวมถึงปรับปรุงผลิตภัณฑ์ให้มีอายุการเก็บจาก 2 อาทิตย์เพิ่มเป็น 6-12 เดือน
 
        “ช่องทางการจำหน่ายภายในประเทศเราตั้งใจว่าจะเน้นไปทางห้างสรรพสินค้า หรือผ่านตัวแทนจำหน่ายที่จะนำไปขายตามโรงแรม เป็นของขวัญ ของชำร่วยที่ลูกค้าสั่งเป็นออร์เดอร์เพื่อเอาไปทำพรีเมียมกิฟต์ ส่วนในเซเว่น อีเลฟเว่นเราก็สนใจเข้าไปร่วมธุรกิจอยู่เหมือนกัน แต่คงจะต้องพัฒนาแพ็กเกจจิ้งให้มีขนาดเล็กและราคาถูกลงกว่านี้ เพื่อให้เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้หลากหลายขึ้น”
 
 
        สิ่งที่เจ้าของขนมครองแครง ‘เล็กจนโต’ คาดหวังเอาไว้สำหรับการเติบโตนับจากนี้ไปอีก 2 ปีก็คือ แบรนด์นี้ต้องกระจายสินค้าไปได้ทั่วประเทศ มีกำลังการผลิตที่ได้มาตรฐานและมีคุณภาพ ขณะที่ความคาดหวังในระยะยาวคือ การเป็นแบรนด์ที่เปรียบเสมือนซิกเนเจอร์ของขนมครองแครงที่ออกสู่สายตาคนทั่วโลก เพื่อให้เขาได้รู้ว่าประเทศไทยมีขนมชนิดนี้อยู่
 
        สุดท้ายแล้วความมุ่งมั่น ตั้งใจ และกล้าที่จะเดินหน้าพัฒนาผลิตภัณฑ์ก็ส่งผลให้ครองแครงเล็กจนโต มีความโดดเด่นชนิดที่ใครเห็นเป็นต้องลองชิมจริงๆ 
 
เล็กจนโต
ติดต่อได้ที่ : apinporn@lekjonto.com หรือ 08-7977-5278
ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ : www.lekjonto.com
 
 
 
Her Suggestion
 
        “อยากให้ทุกคนที่เพิ่งเริ่มทำธุรกิจลองคิดนอกกรอบดู สำหรับเรื่องอะไรที่เป็นไปไม่ได้นั้น ต้องถามตัวเองเสมอว่าเราได้ลงมือทำหรือยัง อยากให้ลองลงมือทำดูก่อน ความลงตัวมันอาจขึ้นอยู่กับความตั้งใจของเราด้วย อย่ามองข้ามความสามารถของตัวเอง อย่ามองข้ามในสิ่งที่เราคิดว่าเรารู้ดีอยู่แล้ว เพราะท้ายที่สุดแล้วความเป็นไปไม่ได้มันอาจจะเปลี่ยนเป็นความเป็นไปได้ก็ได้”  
   
 

RECCOMMEND: MARKETING

การตลาดของคนเกาหลี ขายของแบบไหน สะกดให้นักช้อปซื้อของจนเพลินกระเป๋า

เวลาพูดถึงการท่องเที่ยวเกาหลี หลายคนก็จะนึกถึงแสงและความโมเดิร์น นึกถึงย่านช้อปปิ้ง แต่รู้ไหมว่าจริงๆ แล้วคนเกาหลีกลับมีวิธีทำการตลาด ขายสินค้าได้อย่างน่าสนใจเช่นกัน

หายนะทางธุรกิจ บริษัทระดับโลกยังเจ๊ง เมื่อมองตัวเองไม่ออก อาการของ Marketing Myopia

"Marketing Myopia" หรือ การตลาดสายตาสั้น คือ อาการมองตัวเองไม่ออก ซึ่งหลายแบรนด์ธุรกิจเคยตกม้าตายเพราะคำนี้มาแล้ว ยกตัวอย่างเช่น โกดักที่คิดค้นกล้องดิจิทัลไว้ แต่กลับเก็บไว้เฉยๆ เพราะคิดว่าตัวเองอยู่ในธุรกิจผลิตฟิล์ม

ลูกค้า นักออกแบบสินค้าที่ดีที่สุดในโลก เปลี่ยนผู้บริโภคมาเป็นผู้ช่วยทางธุรกิจได้ยังไง

ในขณะที่หลายธุรกิจกำลังหมกหมุ่นว่าจะผลิตสินค้าอะไรดี จริงๆ แล้วพวกเขามีนักออกแบบที่ดีอยู่ใกล้ๆ ตัวตลอดนั่นเอง ซึ่งก็ไม่ใช่ใคร "ลูกค้า" ของพวกเขานั่นเอง