​แนวโน้มการค้าโลกฟื้นตัวยั่งยืนชี้อินเดียมาแรง

 


    ธนาคารเอชเอสบีซี เผยรายงานการสำรวจคาดการณ์การค้าโลกล่าสุด ระบุการค้าโลกจะกลับมาสู่วิถีแห่งการเติบโตอีกครั้งในปี 2559 หลังชะลอตัวมานานจากผลพวงวิกฤติเศรษฐกิจโลก ซึ่งจะส่งผลดีและสร้างโอกาสใหม่ ๆ แก่ธุรกิจที่ปรับตัวรับประโยชน์ 

    รายงานการสำรวจทางการค้าของเอชเอสบีซี ระบุว่า บริษัทส่งออกและนำเข้าในกลุ่มวัฏจักรธุรกิจ อาทิ อุปกรณ์การขนส่งและโลหะ จะได้ประโยชน์เป็นกลุ่มแรกจากการกลับมาเติบโตของการค้าระหว่างประเทศ ซึ่งคาดว่าจะฟื้นกลับมาเติบโตที่ร้อยละ 8 ในปี 2559 เทียบกับปีที่ผ่านมาที่โตเพียงแค่ร้อยละ 2.5 

    หากมองในระยะยาว รายงานการค้าคาดว่า การค้าโลกจะขยายตัวเพิ่มขึ้นกว่า 3 เท่าตัวนับจากนี้จนถึงปี 2573 เนื่องจากบริษัทที่ปรับตัวเก่งจะสามารถหาประโยชน์จากความสามารถในการผลิตที่เพิ่มขึ้น และความมั่งคั่งของผู้บริโภคในตลาดเกิดใหม่ 


    มร. ไซมอน คูเปอร์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธุรกิจพาณิชย์ธนกิจ กลุ่มเอชเอสบีซี กล่าวว่า “ธุรกิจต่าง ๆไม่ควรจะวิตกกับความเสี่ยงจากปัญหาภูมิศาสตร์การเมืองที่เป็นอยู่ขณะนี้ และอัตราการเติบโตที่ไม่สม่ำเสมอ จนกระทบต่อ

    การวางแผนธุรกิจในอนาคต เงื่อนไขและข้อจำกัดต่าง ๆ ที่ผ่านมาเป็นอุปสรรคต่อการค้าก็จริง แต่สถานการณ์ตอนนี้ได้เปลี่ยนไปแล้ว โอกาสสำหรับธุรกิจทั้งในระยะกลางและระยะยาวที่เตรียมพร้อมรับการฟื้นตัวของการค้าทั้งในตลาดที่พัฒนาแล้วและกำลังพัฒนาสดใสขึ้นมาก”

    เศรษฐกิจสหรัฐและอังกฤษที่กลับมาเติบโตอย่างแข็งแกร่งมากขึ้น พร้อม ๆ กับการฟื้นตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไปของเศรษฐกิจในแถบยูโรโซน จะเป็นปัจจัยหนุนให้บริษัทการค้าระหว่างประเทศจำนวนมากเติบโตธุรกิจในช่วงปี 2558 การเติบโตของตลาดเกิดใหม่ในระยะสั้นมีความอ่อนไหวมากขึ้น แต่ในเชิงเปรียบเทียบตลาดเกิดใหม่ก็ยังคงโตเร็ว สะท้อนถึงความท้าทายในเชิงโครงสร้างและความไม่แน่นอนทางการเมืองในยุโรปตะวันออกและตะวันออกกลาง


    อย่างไรก็ตาม การขนส่งสินค้าทางเรือจากจีนไปต่างประเทศคาดว่าจะเพิ่มเป็น 5 เท่า ภายในปี 2573 เนื่องจากความสัมพันธ์ทางการค้าที่แนบแน่นระหว่างจีนกับตลาดเกิดใหม่ในเอเชีย ตะวันออกกลาง และแอฟริกาเหนือ ปัจจุบัน มูลค่าการส่งออกสินค้าของจีนไปตลาดโลกสูงกว่าเยอรมนี และสหรัฐถึง 1.4 เท่า และจะเพิ่มมากขึ้นอีกจนเกือบเป็น 3 เท่าของการส่งออกของสหรัฐ 

    ขณะเดียวกัน อินเดียมีแนวโน้มจะกลายเป็นประเทศผู้ส่งออกที่เติบโตเร็วที่สุดของโลกในช่วงจากปี 2557 จนถึงปี 2573 และมีโอกาสจะขยับขึ้นจากประเทศที่มีมูลค่าการส่งออกสินค้ามากที่สุดอันดับ 14 มาเป็นอันดับ 5 ของโลก 

 

อินเดียกำลังมาแรงในตลาดการค้าโลก

    มร. นาเรนดา โมดิ นายกรัฐมนตรีคนใหม่ของอินเดีย เปิดเผยถึงแผนปฏิรูปเศรษฐกิจอินเดียเมื่อเร็ว ๆ นี้ ในการแถลงการจัดทำงบประมาณครั้งแรก โดยบอกว่าการปฏิรูปที่มุ่งหวังให้เกิดขึ้นจะช่วยกระตุ้นการส่งออกของอินเดียให้ขยายตัวกว่า 5 เท่าภายในปี 2573 โดยจะเติบโตเฉลี่ยร้อยละ 11 ต่อปี

    ปัจจุบัน การส่งออกของอินเดียส่วนใหญ่ยังพึ่งพิงสินค้าคุณภาพค่อนข้างต่ำ รวมทั้งกลุ่มแร่เชื้อเพลิง สิ่งทอ และอัญมณี อย่างไรก็ตาม เอชเอสบีซี คาดว่าในอนาคตหมวดอุตสาหกรรมที่ใช้ทุนและทักษะฝีมือเข้มข้น อาทิ ยาและเวชภัณฑ์1  และรถยนต์2 จะกลายเป็นสินค้าส่งออกที่มีสัดส่วนสำคัญของการส่งออกรวมของอินเดีย

    รายงานการสำรวจ คาดว่า สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์จะกลายเป็นตลาดส่งออกที่สำคัญของอินเดียภายในปี 2573 เนื่องด้วยสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์กำลังทวีความสำคัญขึ้นในฐานะเป็นศูนย์กลางการส่งออกต่อ ซึ่งจะสะท้อนถึงรูปแบบการค้าที่เปลี่ยนไปในอนาคต และอินเดียจะมุ่งเน้นนโยบายมองตะวันออกมากขึ้นเพื่อเพิ่มโอกาสการส่งออก

    ในขณะเดียวกัน ผู้บริโภคในชนชั้นต่าง ๆ ของอินเดียที่กำลังขยายตัวอย่างรวดเร็วจะเป็นโอกาสดีของผู้ผลิตในตลาดอื่น ๆ ของโลกที่จะเติบโตการส่งออกของตนเอง เอชเอสบีซี คาดว่าการนำเข้าของอินเดียจะเพิ่มขึ้นเกือบ 5 เท่าภายในปี 2573 โดยจีนน่าจะฉกฉวยประโยชน์ได้มากที่สุดจากตลาดอินเดียที่กำลังขยายตัว โดยการส่งออกไปอินเดียคาดว่าจะขยายตัวเกินกว่า 9 เท่า และยังคงเป็นผู้ส่งออกสินค้าหลักของโลกไปยังอินเดีย ขณะที่สหรัฐจะขยับอันดับขึ้นมาเล็กน้อยจากอันดับ 5 มาอยู่อันดับ 4 โดยการส่งออกของสหรัฐไปอินเดียขยายตัวกว่า 3 เท่าในช่วงเวลาเดียวกัน

RECCOMMEND: MARKETING

การตลาดของคนเกาหลี ขายของแบบไหน สะกดให้นักช้อปซื้อของจนเพลินกระเป๋า

เวลาพูดถึงการท่องเที่ยวเกาหลี หลายคนก็จะนึกถึงแสงและความโมเดิร์น นึกถึงย่านช้อปปิ้ง แต่รู้ไหมว่าจริงๆ แล้วคนเกาหลีกลับมีวิธีทำการตลาด ขายสินค้าได้อย่างน่าสนใจเช่นกัน

หายนะทางธุรกิจ บริษัทระดับโลกยังเจ๊ง เมื่อมองตัวเองไม่ออก อาการของ Marketing Myopia

"Marketing Myopia" หรือ การตลาดสายตาสั้น คือ อาการมองตัวเองไม่ออก ซึ่งหลายแบรนด์ธุรกิจเคยตกม้าตายเพราะคำนี้มาแล้ว ยกตัวอย่างเช่น โกดักที่คิดค้นกล้องดิจิทัลไว้ แต่กลับเก็บไว้เฉยๆ เพราะคิดว่าตัวเองอยู่ในธุรกิจผลิตฟิล์ม

ลูกค้า นักออกแบบสินค้าที่ดีที่สุดในโลก เปลี่ยนผู้บริโภคมาเป็นผู้ช่วยทางธุรกิจได้ยังไง

ในขณะที่หลายธุรกิจกำลังหมกหมุ่นว่าจะผลิตสินค้าอะไรดี จริงๆ แล้วพวกเขามีนักออกแบบที่ดีอยู่ใกล้ๆ ตัวตลอดนั่นเอง ซึ่งก็ไม่ใช่ใคร "ลูกค้า" ของพวกเขานั่นเอง