atlas อาวุธใหม่ facebook เขย่าบัลลังก์ Google

 

เรื่อง : นเรศ เหล่าพรรณราย

    เฟซบุ๊ค โซเชียลมีเดียชื่อดังมีความพยายามที่จะขึ้นมาเทียบชั้นกับกูเกิลซึ่งเป็นยักษ์ใหญ่ในด้านการโฆษณาออนไลน์ของโลก ความพยายามล่าสุดเมื่อปีที่แล้วเฟซบุ๊คได้ซื้อกิจการแอพลิเคชั่นแอตลาส (ATLAS) จากไมโครซอฟท์ จุดประสงค์เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันกับกูเกิลในการชิงตลาดโฆษณาออนไลน์

    คุณสมบัติของแอตลาสที่จะเข้ามาเสริมประสิทธิภาพให้กับเฟซบุ๊คคือพาร์ทเนอร์ที่ลงโฆษณาจะสามารถส่งสารไม่ว่าจะเป็นภาพนิ่งหรือคลิปวีดีโอไปยังผู้ใช้งานเฟซบุ๊คได้ตรงกับกลุ่มเป้าหมายของสินค้า ตัวอย่างเช่นพาร์ทเนอร์อย่างเป๊ปซี่ สามารถอาศัยฐานข้อมูลผู้ใช้งานของเฟซบุ๊ค เช่น อายุ ที่อยู่อาศัย และสิ่งที่พวกเขาชอบกดไลค์ ส่งข้อความโฆษณาสินค้าที่ตรงกับไฟล์สไตล์ของพวกเขาได้

    นักวิเคราะห์ทางด้านการตลาดออนไลน์คาดว่าหากแอตลาสประสบความสำเร็จจะช่วยให้ผู้ลงโฆษณากับเฟซบุ๊คขยายอัตราการเข้าถึงผู้ใช้งานได้มากขึ้นเพื่อที่จะเทียบชั้นกับกูเกิล ในสนามแข่งขันการตลาดออนไลน์ที่คาดว่าจะมีมูลค่ารวมทั่วโลกกว่า 140 พันล้านเหรียญ ซึ่งกูเกิลครองตลาดอยู่กว่า 32% ในปีที่ผ่านมา ขณะที่เฟซบุ๊คมีสัดส่วนที่ 5.8% โดยคาดว่าปีนี้จะเพิ่มมาอยู่ที่ 7.8% ซึ่งยังตามหลังไมโครซอฟท์และยะฮู
 

    
    ทั้งนี้ความสำเร็จของกูเกิลมาจากบริษัทย่อยนั่นคือ DoubleClick ซึ่งช่วยให้สินค้าของผู้ซื้อโฆษณาไปปรากฎยังผู้ใช้งานที่ตรงกับไฟล์สไตล์และความชอบส่วนตัว รวมถึง AdMob ซึ่งช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการทำตลาดบนสมาร์ทดีไวซ์ต่างๆ ส่งผลให้กูเกิลก้าวขึ้นมามีส่วนแบ่งตลาดถึง 50% ในตลาดโฆษณาบนสมาร์ทดีไวซ์ ขณะที่รายได้จากโฆษณาบนสมาร์ทดีไวซ์ของเฟซบุ๊คกำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว โดยปีที่ผ่านมามีสัดส่วนรายได้ถึง 18% และคาดว่าปีนี้จะอยู่ที่ 22%  โดยมูลค่าโฆษณากำลังเติบโตรวดเร็วคาดว่าจะมีมูลค่า 32.7 พันล้านเหรียญในปีนี้โดยเป็นการเติบโต 85% จากปีก่อน

    นอกจากนี้ มีการคาดการณ์ว่าเฟซบุ๊คจะผนึกรวมคุณสมบัติของแอตลาสเข้ากับอินสตราแกรมซึ่งเป็นโซเชียลมีเดียที่กำลังเติบโตรวดเร็วซึ่งถูกเฟซบุ๊คซื้อกิจการมาอีกด้วย

    หนึ่งคุณสมบัติสำคัญของแอตลาสคือถูกออกแบบมาใช้งานบนสมาร์ทดีไวซ์ฌดยเฉพาะหากเป็นการใช้งานเวบไซท์บนเครื่องพีซี จะมีการจดจำประวัติการใช้งานของผู้ใช้ที่เรียกว่า Cookies แต่ถ้าเป็นการใช้งานบนสมาร์ทดีไวซ์เช่นสมาร์ทโฟนหรือแท๊ปเลตจะไม่สามารถเก็บบันทึกประวัติ Cookies ได้ ซึ่งแอตลาสมีคุณสมบัติในการจดจำการใช้งานออนไลน์บนสมาร์ทดีไวซ์จะเข้ามาช่วยเสริมในจุดนี้ได้


    นักวิเคราะห์ด้านการตลาดออนไลน์ยังได้อธิบายคุณสมบัติพิเศษของแอตลาสว่าสามารถช่วยนักการตลาดติดตามความสัมพันธ์ระหว่างการโฆษณาออนไลน์และยอดขายสินค้าที่เกิดขึ้นจริง  ถ้าหากเฟซบุ๊คมีเครื่องมือที่จะตรวจสอบพฤติกรรมของผู้ใช้งาน จะช่วยให้นักการตลาดรู้ว่าต้องสื่อสารด้วยข้อความอย่างไรเพื่อให้คนใช้เฟซบุ๊คเกิดความรู้สึกอยากซื้อสินค้าหรือบริการ

    ตัวอย่างเช่น หากผู้บริโภคที่มีบัญชีเฟซบุ๊คซึ่งสมัครด้วยอีเมล์และเข้าไปซื้อรองเท้าในร้าน แอตลาสจะช่วยในการบันทึกพฤติกรรมการใช้จ่ายของลูกค้า และบันทึกเข้าไปในระบบของเฟซบุ๊ค หลังจากนั้นแบรนด์สินค้าจะทำการส่งโฆษณาไปยังผู้ใช้งาน ถ้าหากโฆษณาที่ส่งเข้าไปตรงกับความต้องการของผู้ใช้งาน อัตราการเข้าชมโฆษณาก็จะสูงขึ้น ขณะเดียวกันการวัดผลการเข้าถึงโฆษณาก็สามารถทำได้ง่ายขึ้น

    แอตลาส ถูดคาดหมายว่าจะเป็นตัวช่วยให้เฟซบุ๊คสามารถชิงพื้นที่โฆษณาบนโลกออนไลน์มาจากกูเกิลได้ ด้วยข้อได้เปรียบของเฟซบุ๊คที่มีฐานผู้ใช้งานจำนวนมากและหลากหลายและมีระบบการบันทึกประวัติการใช้งานที่มีประสิทธิภาพ นักการตลาดจึงควรต้องจับตาเครื่องมือใหม่นี้อย่างใกล้ชิดเพื่อที่จะเข้าถึงกลุ่มลูกค้าได้อย่างตรงเป้าหมาย

Create by smethailandclub.com




RECCOMMEND: MARKETING

สินค้าดี แต่ขายไม่ได้? อย่าเพิ่งโทษตลาด ปัญหาอาจอยู่ที่ วิธีคิดของคุณ กับดักที่ทำให้ SME 98% เจ๊งโดยไม่รู้ตัว

สินค้าดี..แต่ทำไมขายไม่ได้? “ตลาดเงียบ เศรษฐกิจไม่ดี ลูกค้ารัดเข็มขัด” ถ้าใช้เหตุผลนี้ปลอบใจตัวเอง คุณอาจกำลังเดินลงเหวโดยไม่รู้ตัว! เพราะความจริงที่เจ็บปวดคือ SME กว่า 98% ไม่ได้เจ๊งเพราะคู่แข่ง แต่พังเพราะ “กับดักความคิด” ของตัวเอง

จากร้านเล็กสู่แบรนด์ใหญ่ เจาะกลยุทธ์ 5 แบรนด์ดัง สเกลธุรกิจโตด้วย LINE OA

ไม่ต้องมีงบเยอะ ก็โตได้ถ้าคุณใช้ “เครื่องมือถูกตัว”  จากเวที BOOTCAMP DAY 2026 ฉายภาพชัดว่า SME ที่โตได้วันนี้ ไม่ได้แค่ “ทำการตลาดเก่ง” แต่ใช้ “เครื่องมือ” ได้ถูกจุด

Cute Premium กลยุทธ์มัดใจ Gen Z เปลี่ยนของมีราคา ให้ลูกค้าจับต้องได้ ด้วยคำว่า “ของที่ต้องมี”

จาก “ของหรูที่ไกลตัว” สู่ “ของน่ารักที่อยากมี” นี่คือเกมใหม่ของการตลาดที่เรียกว่า Cute Premium เมื่อแบรนด์พรีเมียหลายแบรนด์ เริ่มจับมือกับคาแรคเตอร์สุดคิวท์ เพื่อเข้าถึงใจคนรุ่นใหม่มากขึ้น