4 เรื่องต้องรู้! เพื่อกอบกู้ความรักที่ลูกค้ามีต่อแบรนด์ในยุคดิจิทัล




Main Idea
 
  • ลูกค้ายุคนี้ต้องการอะไร ทำอย่างไรเราถึงจะเป็น “แบรนด์ที่ใช่” ได้ใจลูกค้า นี่คือคำถามที่ผู้ประกอบการ SME ถวิลหาคำตอบ ยิ่งในยุคที่ความผูกพันในผลิตภัณฑ์หรือบริการของผู้บริโภคมีน้อยลง เทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่ๆ เข้ามามีอิทธิพลต่อชีวิตผู้คนมากขึ้น และความเชื่อใจที่ลูกค้ามีต่อธุรกิจหรือแบรนด์อยู่ในขั้นวิกฤต  
 
  • ผลสำรวจความพึงพอใจของลูกค้า จาก Salesforce  ค้นพบ 4 เรื่องน่าสนใจ ที่สะท้อนความเปลี่ยนแปลงของผู้บริโภคในยุคปัจจุบัน ซึ่ง SME ต้องรู้ให้ทัน ถ้าอยากกอบกู้ความรักที่ลูกค้ามีต่อแบรนด์ในยุคดิจิทัล

 
 
     ลูกค้ายุคนี้ต้องการอะไร ทำอย่างไรเราถึงจะเป็น “แบรนด์ที่ใช่” ได้ใจลูกค้า


     นี่คือคำถามที่ผู้ประกอบการ SME ถวิลหาคำตอบในทุกยุคทุกสมัย ยิ่งในยุคที่ความผูกพันในผลิตภัณฑ์หรือบริการของผู้บริโภคมีน้อยลง คนไม่จงรักภักดีในแบรนด์ เทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่ๆ เข้ามามีอิทธิพลต่อชีวิตผู้คนมากขึ้น ความเชื่อใจที่ลูกค้ามีต่อธุรกิจหรือแบรนด์อยู่ในขั้นวิกฤต และเรียกร้องหาความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมของแบรนด์มากขึ้น




     ผลสำรวจความพึงพอใจของลูกค้า หรือ State of the Connected Customer โดย Salesforce แพลตฟอร์มการจัดการลูกค้าสัมพันธ์ระดับโลก ที่ทำการสำรวจผู้บริโภค และฝ่ายจัดซื้อให้กับบริษัทกว่า 8,000 รายใน 16 ประเทศทั่วโลก รวมถึงประเทศไทย ได้ค้นพบ 4 เรื่องน่าสนใจ ที่สะท้อนความเปลี่ยนแปลงของผู้บริโภคในยุคปัจจุบัน ซึ่ง SME ต้องรู้ให้ทัน ถ้าอยากกอบกู้ความรักที่ลูกค้ามีต่อแบรนด์ในยุคดิจิทัล


 
  • ประสบการณ์ที่น่าประทับใจทำให้ลูกค้าผูกพันกับแบรนด์มากขึ้น

     เป็นที่รู้กันดีว่า วิธีการสร้างความผูกพันในผลิตภัณฑ์หรือบริการให้แก่ลูกค้ายุคนี้แตกต่างไปจากเดิมอย่างมาก โดยผู้บริโภคกว่า 75 เปอร์เซ็นต์ในประเทศไทย ลงความเห็นว่า ธุรกิจต้องปรับเปลี่ยนวิธีในการเข้าถึงและสร้างปฏิสัมพันธ์กับผู้บริโภค ส่วน 87 เปอร์เซ็นต์ ของผู้บริโภคคาดหวังที่จะได้รับการบริการที่เชื่อมต่อเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน ไม่ว่าจะใช้บริการผ่านช่องทางใดหรือกับแผนกใดก็ตาม กล่าวคือทุกแผนกและทุกช่องทางของธุรกิจที่มีการติดต่อกับผู้บริโภคต้องทำงานอย่างเชื่อมต่อเพื่อสร้างความประทับใจให้แก่ลูกค้า อย่างไรก็ตาม ความคาดหวังดังกล่าวอาจยังไม่เป็นจริงนักสำหรับหลายๆ ธุรกิจ โดยจากผลสำรวจพบว่า  48 เปอร์เซ็นต์ ของผู้บริโภคยังคงลงความเห็นว่า ในการซื้อสินค้าหรือรับบริการแต่ละครั้ง พวกเขารู้สึกเหมือนซื้อสินค้าหรือรับบริการจากคนละธุรกิจ ไม่มีความเชื่อมต่อในการให้บริการลูกค้า


     ในส่วนของช่องทางการสื่อสารเพื่อซื้อสินค้าหรือรับบริการ ผู้บริโภคคนไทยกว่า 70 เปอร์เซ็นต์ เลือกใช้แอปพลิเคชันบนมือถือเป็นช่องทางสื่อสารกับผู้ขาย ช่องทางการแชตออนไลน์หรือ live support   มาเป็นอันดับสองที่ 63 เปอร์เซ็นต์ และการสื่อสารผ่านชุมชนออนไลน์ เช่น ฟอรั่ม เป็นช่องทางที่ได้รับความนิยมเป็นลำดับที่สาม (52 เปอร์เซ็นต์)


 
  • AI, อุปกรณ์ดิจิทัล และเทคโนโลยีใหม่ๆ จะเป็นตัวเปลี่ยนเกม

     เทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่ๆ ในยุคปัจจุบันหรือยุคแห่งการปฏิวัติอุตสาหกรรมครั้งที่ 4 เกิดและพัฒนาขึ้นแบบก้าวกระโดด ไม่ว่าจะเป็นปัญญาประดิษฐ์หรือ AI  อินเตอร์เน็ตทุกสรรพสิ่งหรือ IoT ซึ่งเห็นได้อย่างชัดเจนว่าการพัฒนาของเทคโนโลยีส่งผลต่อความคาดหวังของผู้บริโภค ผู้บริโภคในประเทศไทยถึง 91 เปอร์เซ็นต์ คาดหวังว่า ธุรกิจจะนำเทคโนโลยีใหม่มาใช้เพื่อยกระดับการขายและการบริการ เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีให้แก่ลูกค้า  โดย AI มีบทบาทอย่างมากในการสร้างความคาดหวังของลูกค้า โดยกว่า 86 เปอร์เซ็นต์ ของผู้บริโภคคนไทย ยินดีที่จะให้ธุรกิจนำ AI มาประยุกต์ใช้เพื่อยกระดับการบริการ
 
 
  • ความเชื่อใจเป็นสิ่งสำคัญที่หาได้ยากขึ้นในการสร้างปฏิสัมพันธ์กับลูกค้า

     รายงานจากปีก่อนแสดงให้เห็นว่า ความเชื่อใจที่ลูกค้ามีต่อธุรกิจหรือแบรนด์นั้นอยู่ในขั้นวิกฤต ซึ่งจากรายงานในปีปัจจุบัน ความเชื่อใจก็ยังคงเป็นปัญหาที่ต่อเนื่อง  โดยลูกค้าในประเทศไทยสูงถึง 82 เปอร์เซ็นต์ ลงความเห็นว่า ความไว้วางใจในธุรกิจหรือแบรนด์ที่พวกเขาซื้อสินค้าหรือรับบริการมีความสำคัญมากยิ่งขึ้นกว่าเดิม และผู้บริโภคราว 87 เปอร์เซ็นต์ บอกว่าพวกเขาหยุดซื้อสินค้าหรือรับบริการจากธุรกิจหรือแบรนด์ที่พวกเขามองว่ามีการกระทำที่ไม่น่าไว้ใจ  เมื่อถามถึงความไว้วางใจที่มีต่อธุรกิจผู้ขายสินค้าและบริการ ผู้บริโภคเกือบครึ่ง (47เปอร์เซ็นต์) มองว่าธุรกิจไม่มีความโปร่งใสนำข้อมูลส่วนตัวของพวกเขาไปใช้ และราว 45 เปอร์เซ็นต์ ลงความเห็นว่า พวกเขาไม่เชื่อว่าธุรกิจจะใส่ใจดูแลเก็บรักษาข้อมูลส่วนตัวของพวกเขาให้ปลอดภัย
 


 
  • คุณค่าของแบรนด์มีอิทธิพลต่อการตัดสินใจซื้อ

     ความเชื่อทางธุรกิจที่ว่า ธุรกิจไม่ควรเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับปัญหาหรือการโต้เถียงในระดับสังคมนั้นไม่เป็นจริงอีกต่อไปในมุมมองของผู้บริโภคยุคปัจจุบัน เพราะความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมของธุรกิจถือเป็นสิ่งจำเป็นทางธุรกิจมากพอๆ กับจริยธรรมองค์กร โดย 83 เปอร์เซ็นต์ ของลูกค้าในประเทศไทยเลือกที่จะซื้อสินค้าจากบริษัทที่สนับสนุนการกุศล ขณะที่อีก 68 เปอร์เซ็นต์ บอกว่าจะไม่ซื้อสินค้าจากบริษัทที่ไม่ให้ความสำคัญในเรื่องของความเท่าเทียมในสังคม นอกจากนี้ลูกค้า 56 เปอร์เซ็นต์ ยังพยายามหาซื้อสินค้าจากบริษัทที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืนอีกด้วย
 

     จากผลวิจัยสะท้อนถึง ความเปลี่ยนแปลงของความคาดหวังของผู้บริโภคในยุคปัจจุบันที่แตกต่างไปจากเดิม เทคโนโลยีจะเข้ามาเปลี่ยนแปลงการเข้าถึงและสร้างปฏิสัมพันธ์กับลูกค้ามากขึ้น ความไว้วางใจของผู้บริโภคที่มีต่อแบรนด์จะมีผลมากขึ้นต่อการตัดสินใจซื้อสินค้า และความรับผิดชอบต่อสังคมของธุรกิจจะมีอิทธิพลต่อการเลือกซื้อสินค้าและบริการของผู้บริโภคในยุคนี้ สิ่งเหล่านี้คือเรื่องที่ SME ต้องรู้ เพื่อปรับธุรกิจของตัวเองให้ยังเป็นที่ต้องการของผู้บริโภคยุคดิจิทัล 
 
 
www.smethailandclub.com
ศูนย์รวมข้อมูลธุรกิจเอสเอ็มอี

RECCOMMEND: MARKETING

ยุคที่คนรัดเข็มขัดสุดตัว! ธุรกิจจะขายของยังไง? 4 โอกาสทำเงินเมื่อคนคิดก่อนจ่าย… แต่ไม่ได้หยุดใช้

ผู้ประกอบการจะรับมือกับพฤติกรรม "คิดก่อนจ่าย...แต่ไม่หยุดใช้ชีวิต" ได้อย่างไร? พบกับ 4 โอกาสธุรกิจที่เปลี่ยน "ความเครียด" ให้กลายเป็น "รายได้"

BenQ กลยุทธ์เคียงข้าง SME ไทย เปลี่ยน "หน้าจอ" และ "นวัตกรรม" ให้เป็นอาวุธในการขับเคลื่อนธุรกิจ

ในยุคที่ความเร็วและความแม่นยำคือตัวตัดสินแพ้ชนะ โจทย์ใหญ่ของ SME คือการ"ดึงศักยภาพ" ของพนักงานออกมาให้ได้สูงสุด BenQ ในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้าน Display Solutions จึงพัฒนานวัตกรรมเพื่อตอบโจทย์ SME ไทย

สินค้าดี แต่ขายไม่ได้? อย่าเพิ่งโทษตลาด ปัญหาอาจอยู่ที่ วิธีคิดของคุณ กับดักที่ทำให้ SME 98% เจ๊งโดยไม่รู้ตัว

สินค้าดี..แต่ทำไมขายไม่ได้? “ตลาดเงียบ เศรษฐกิจไม่ดี ลูกค้ารัดเข็มขัด” ถ้าใช้เหตุผลนี้ปลอบใจตัวเอง คุณอาจกำลังเดินลงเหวโดยไม่รู้ตัว! เพราะความจริงที่เจ็บปวดคือ SME กว่า 98% ไม่ได้เจ๊งเพราะคู่แข่ง แต่พังเพราะ “กับดักความคิด” ของตัวเอง