SME ต้องจับตา คนโสดมากขึ้น ธุรกิจอาหารแบบไหน ขายดีสุด!





Main Idea
 
  • ในยุคที่คนโสดมากขึ้น ธุรกิจอาหารแบบไหน ขายดีสุด และเป็นที่นิยมของคนกรุงเทพฯ หนึ่งในนั้นต้องมี Food Delivery รวมอยู่ด้วยแน่นอน
 
  • ทำไมพฤติกรรมคนโสด ถึงส่งผลต่อการเติบโตของธุรกิจ Food Delivery ได้ และส่งผลอย่างไร ลองไปติดตามหาคำตอบกัน



               
     เท่าที่ลองสังเกตดู หนึ่งในธุรกิจที่น่าจับตามองและดูเหมือนจะไปได้ดีในยุคนี้ โดยเฉพาะในสังคมเมืองอย่างกรุงเทพฯ ก็คือ ธุรกิจ Food Delivery เหตุผลอาจมาจากปัจจัยมากมายร้อยแปดในการดำเนินชีวิต เช่น รถติด ชีวิตเร่งรีบ ต้องแข่งขันกับเวลา หรือทำงานหนัก ไม่มีเวลาออกไปซื้อเอง จนเมื่อมีเทคโนโลยีสมัยใหม่เข้ามาช่วยตอบโจทย์ชีวิตให้ง่ายขึ้น จึงไม่แปลกที่บริการรับ – ส่งอาหารจะได้รับความนิยมเพิ่มมากขึ้น แต่รู้ไหมอีกปัจจัยที่สำคัญที่ทำให้ธุรกิจนี้เติบโตขึ้นได้เป็นผลมาจากการที่คนอยู่เป็นโสดมากขึ้นด้วย!
               




     จากรายงานของ GET หนึ่งในแอปพลิเคชันสั่งอาหารของคนกรุงเทพฯ และบริการจัดส่งด้านต่างๆ ได้เปิดเผยว่าหลังจากดำเนินธุรกิจมาได้ไม่ถึงปีดีนักมีผู้บริโภคคนเมืองหันมาใช้บริการเพิ่มมากขึ้น โดยตั้งแต่ต้นปีจนถึงทุกวันนี้มีการใช้บริการไปแล้วกว่า 10 ล้านทริป (GET Win, GET Delivery, GET Food) ซึ่งจากการเก็บรวบรวมข้อมูลพบว่ากลุ่มผู้บริโภคที่เข้ามาใช้บริการส่วนใหญ่ คือ กลุ่มมิลเลนเนียลระหว่าง GEN Z และ GEN Y ที่อยู่ในช่วงอายุ 23-38 ปี และเป็นคนกลุ่มที่เติบโตมาพร้อมกับช่วงการพัฒนาทางเทคโนโลยีสมัยใหม่
               




     โดยเฉพาะในส่วนการให้บริการของฟู้ด เดลิเวอรี ทาง GET ได้มีการรวบรวมข้อมูลจากแหล่งต่างๆ เพื่อนำมาวิเคราะห์พฤติกรรมผู้บริโภคในกรุงเทพฯ ยุคปัจจุบันพบว่า ปัจจุบันพฤติกรรมการอยู่อาศัยของคนกรุงเทพฯ ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมามีการเปลี่ยนแปลงไป มีคนอยู่เป็นโสดและครอบครัวเดี่ยวเพิ่มมากขึ้น โดยคิดเป็นอยู่คนเดียว 34 เปอร์เซ็นต์ ,จดทะเบียนสมรส แต่ไม่มีบุตร อยู่เป็นครอบครัวเดี่ยว 16 เปอร์เซ็นต์ และมีพฤติกรรมการอยู่อาศัยในคอนโดมีเนียมหรืออพาร์ตเมนต์เป็นครอบครัวขนาดเล็กขยายเพิ่มสูงขึ้น 33 เปอร์เซ็นต์





     วงศ์ทิพพา วิเศษเกษม
ผู้อำนวยการฝ่ายแพลตฟอร์มโอเปอเรชั่น GET กล่าวว่าเป็นข้อมูลที่สอดคล้องกับพฤติกรรมการสั่งอาหารผ่านทาง GET โดยพบว่าใน 1 ออเดอร์ที่ทาง GET ได้รับจะมีการสั่งแค่ 1 - 2 เมนูสูงถึง 67 เปอร์เซนต์ด้วยกัน แสดงให้เห็นว่าพฤติกรรมของผู้บริโภคเริ่มมีการสั่งอาหารในปริมาณที่เล็กลง แต่สั่งบ่อยขึ้น ซึ่งเป็นผลมาจากการที่คนโสดเพิ่มมากขึ้นและครอบครัวเดี่ยวมีจำนวนมากขึ้นนั่นเอง โดยพบว่าผู้บริโภคที่เป็นผู้หญิงชอบสั่งอาหารเดลิเวอรี่มากกว่าผู้ชาย ในขณะที่มื้ออาหารที่คนนิยมสั่งมากที่สุด คือ มื้อเย็น รองลงมา คือ มื้อกลางวัน และมื้อเช้าในที่สุด
               




     นอกจากนี้ยังพบข้อมูลที่น่าสนใจอีกว่า นอกอาหารมื้อหลักแล้ว คนกรุงเทพฯ ยังมีพฤติกรรมการสั่งอาหารตลอดทั้งวัน โดยมีการสั่งอาหารว่างทั้งมื้อเช้า มื้อบ่าย และมื้อดึก คิดเป็นยอดประมาณ 28 เปอร์เซ็นต์ของยอดสั่งตลอดวันด้วย ได้แก่ขนมปังไส้ต่างๆ และของกินเล่นอื่นๆ โดยพบว่ามียอดขายกว่า 190,000 ชิ้นในเดือนตุลาคมที่ผ่านมา และสำหรับเมนูยอดฮิตที่ยังแรงไม่ตกมีการสั่งเข้ามามากที่สุด คือ ชานมไข่มุก โดยพบว่ามีการสั่งเข้ามากว่า 3 แสนแก้วต่อเดือนทีเดียว





     ในส่วนของมูลค่าภาพรวมธุรกิจอาหารในเมืองไทย จากข้อมูลที่ได้ของศูนย์วิจัยกสิกรไทยพบว่ามีมูลค่ารวมของตลาดเติบโตขึ้นไปถึง 35,000 ล้านบาท เพิ่มมากขึ้นกว่าปีที่แล้วถึง 14 เปอร์เซ็นต์ โดยมีส่วนแบ่งเป็นร้านอาหาร 25,740 พันล้านบาท, ธุรกิจเดลิเวอรี 3,903 พันล้านบาทหรือคิดเป็น 8 เปอร์เซ็นต์ และผู้ให้บริการแอปพลิเคชันต่างๆ 3,357 พันล้านบาท
 


www.smethialandclub.com
ศูนย์รวมข้อมูลธุรกิจเอสเอ็มอี
 

RECCOMMEND: MARKETING

การตลาดของคนเกาหลี ขายของแบบไหน สะกดให้นักช้อปซื้อของจนเพลินกระเป๋า

เวลาพูดถึงการท่องเที่ยวเกาหลี หลายคนก็จะนึกถึงแสงและความโมเดิร์น นึกถึงย่านช้อปปิ้ง แต่รู้ไหมว่าจริงๆ แล้วคนเกาหลีกลับมีวิธีทำการตลาด ขายสินค้าได้อย่างน่าสนใจเช่นกัน

หายนะทางธุรกิจ บริษัทระดับโลกยังเจ๊ง เมื่อมองตัวเองไม่ออก อาการของ Marketing Myopia

"Marketing Myopia" หรือ การตลาดสายตาสั้น คือ อาการมองตัวเองไม่ออก ซึ่งหลายแบรนด์ธุรกิจเคยตกม้าตายเพราะคำนี้มาแล้ว ยกตัวอย่างเช่น โกดักที่คิดค้นกล้องดิจิทัลไว้ แต่กลับเก็บไว้เฉยๆ เพราะคิดว่าตัวเองอยู่ในธุรกิจผลิตฟิล์ม

ลูกค้า นักออกแบบสินค้าที่ดีที่สุดในโลก เปลี่ยนผู้บริโภคมาเป็นผู้ช่วยทางธุรกิจได้ยังไง

ในขณะที่หลายธุรกิจกำลังหมกหมุ่นว่าจะผลิตสินค้าอะไรดี จริงๆ แล้วพวกเขามีนักออกแบบที่ดีอยู่ใกล้ๆ ตัวตลอดนั่นเอง ซึ่งก็ไม่ใช่ใคร "ลูกค้า" ของพวกเขานั่นเอง