ตีแสกหน้าทุกตำราการตลาด “3 คำ” เท่านั้น! ที่ลูกค้าอยากได้ยินที่สุด





Main Idea

 
  • ในกลยุทธ์การตลาด ผู้ประกอบการอาจจะแสวงหาวิธีการมากมาย เพื่อนำมาใช้มัดใจลูกค้า
 
  • แต่มีกลยุทธ์หนึ่งที่สุดแสนจะคลาสสิกใช้ได้ในทุกยุคทุกสมัยไม่มีเอาท์ เรียกว่าใช้เมื่อไหร่ยอดขายพุ่งเมื่อนั้น วันนี้เราขอนำเสนอ “3 คำ” การตลาดที่เห็นเมื่อไหร่ก็เรียกลูกค้าได้เมื่อนั้นมาฝากกัน!
 


 
               
     บ่อยครั้งที่นักการตลาด รวมถึงเจ้าของธุรกิจทั้งหลาย ต่างงัดกลเม็ดหมัดเด็ดออกมาแข่งขันกัน เพื่อเอาใจลูกค้า แต่รู้ไหมว่าจริงๆ คำโฆษณาที่สุดแสนจะคลาสสิกที่ใช้ได้ดีทุกยุคทุกสมัย ลูกค้าเห็นทีไรเป็นต้องเคลิบเคลิ้ม อยากวิ่งเข้าไปจับจองซื้อมาเป็นเจ้าของ เอาชนะคู่แข่งได้ มีเพียงแค่ 3 คำนี้เท่านั้น   
 


 
  • ฟรี”
               
     ถือเป็นคำสุดคลาสสิกอันดับหนึ่งที่ลูกค้าชื่นชอบ อยากได้ยินได้ฟังมาตลอด และถูกใช้มานานหลายทศวรรษในทุกอุตสาหกรรม ซึ่งเมื่อได้ติดลงไปบนสินค้าตัวไหน หรือบริการรูปแบบใด ก็มักจะได้ผลในการเชื้อเชิญลูกค้าให้เข้ามาแวะดูสินค้า ซึ่งยังเป็นกลยุทธ์ที่ใช้ได้ดีไม่ว่าโลกออฟไลน์ หรือออนไลน์
               

     แต่ข้อสำคัญ สำหรับการใช้ “ฟรี” คือ คุณต้องพยายามสร้างเงื่อนไขหรือกฎเกณฑ์ที่ชัดเจน ไม่สัญญาอะไรที่อาจทำให้เกิดความผิดพลาดขึ้นได้ในภายหลัง เพราะไม่เช่นนั้นกลยุทธ์ “ฟรี” ของคุณก็อาจไม่ศักดิ์สิทธิ์ ไม่สามารถสร้างความน่าเชื่อถือให้กับผู้บริโภคได้ ข้อสำคัญอีกอย่าง คือ ในเมื่อคุณได้ยอมสร้างโปรโมชั่นฟรี มอบสิทธิพิเศษให้กับลูกค้าแล้ว จงอย่าปล่อยให้กลยุทธ์ดังกล่าวนั้นย้อนกลับมาทำลายตัวคุณเอง ด้วยการเปลี่ยนลูกค้าให้เป็นนักล่าการต่อรองที่ได้แค่นี้ แต่ก็อยากจะได้เพิ่มมากขึ้น อีกข้อที่สำคัญสำหรับการใช้กลยุทธ์ “ฟรี” ก็คือ คุณต้องแน่ใจก่อนว่า การทำตลาดดังกล่าวนั้นจะไม่ส่งผลเสียต่อธุรกิจของคุณ ทั้งต้นทุนที่ต้องสูญเสียไป รวมถึงมาตรฐานราคาและการรับรู้คุณค่าของผลิตภัณฑ์ที่มีมาอย่างยาวนานด้วย จำไว้ว่าอย่าใช้ “ฟรี” กับทุกสินค้าหรือผลิตภัณฑ์ของคุณ ต้องพิจารณาอย่างละเอียดถี่ถ้วนก่อนใช้กลยุทธ์เสมอ
 


 
  • ทันที”
               
     เป็นอีกคำที่ลูกค้าชื่นชอบ ยิ่งในยุคนี้ที่การค้าขายส่วนหนึ่งขยับมาอยู่บนโลกออนไลน์มากขึ้น ลูกค้ามักเกิดพฤติกรรมหนึ่ง คือ รอไม่ได้ สั่งปุ๊บก็อยากได้สินค้าในทันที ของเหมือนกัน ราคาต่างกันนิดหน่อย แต่จัดส่งได้เร็วกว่า อาจเป็นจุดเด่นที่ทำให้ลูกค้าตัดสินใจซื้อได้ง่ายขึ้น
               




     ซึ่งคำว่า “ทันที” ไม่ได้หมายความถึงแค่การส่งสินค้าเท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงการพูดคุยโต้ตอบที่ทันที อยากรู้อะไร ก็ได้คำตอบในตอนนั้น ไปจนถึงการแก้ไขปัญหาหรือข้อผิดพลาดที่เกิดขึ้นกับสินค้าและบริการ หากสามารถทำได้ทันที ใช้เวลาให้น้อยที่สุด ทำได้เร็วที่สุด ลูกค้าก็จะเกิดความประทับใจ และไว้วางใจต่อแบรนด์มากที่สุด จนเกิดการบอกต่อปากต่อปากในที่สุด
 
  • “ใหม่”
               
     นี่คืออีกหนึ่งคำที่เป็นมนต์สะกดไม่ต่างจากคำว่า ฟรี เพราะใครๆ ก็ชอบสิ่งแปลกใหม่ อยากทดลองของใหม่ ซึ่งถ้าได้ลองนำไปติดที่ผลิตภัณฑ์ใดแล้ว จะเป็นเหมือนคาถาเสกสะกดใจลูกค้าให้ต้องลองหยิบขึ้นมาดูก่อนเสมอ เพราะใครๆ ก็อยากเป็นคนแรกๆ ที่ได้ทดลองใช้
               




     แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นการใช้ “ใหม่” ก็มีข้อควรระวังเช่นกัน โดยก่อนใช้คุณอาจต้องดูให้ดีก่อนว่า การใส่คำว่า ใหม่ ลงไปในผลิตภัณฑ์ของคุณ ได้สร้างผลกระทบให้เกิดขึ้นกับสินค้าหรือผลิตภัณฑ์เดิมที่มีอยู่หรือเปล่า เพราะบางครั้งการใช้คำว่า ใหม่ กับสินค้าหนึ่ง อาจดึงดูดใจลูกค้าให้เข้ามาเพิ่มก็จริงอยู่ แต่ก็อาจเกิดทัศนคติที่ไม่ดีต่อผลิตภัณฑ์เดิมหรือกระทบต่อยอดขายได้ เพราะส่วนใหญ่มักมองว่าของใหม่ย่อมดีกว่าของเก่าเสมอ ดังนั้นสิ่งใดที่ดีอยู่แล้ว เป็นที่นิยมชื่นชอบของผู้บริโภคอยู่แล้ว จงอย่าไปเปลี่ยนแปลง เพราะบางอย่างก็ไม่ได้ต้องการความแปลกใหม่เสมอไป แต่ต้องการของแท้ ของดีที่คงคุณภาพไว้เช่นเดิมได้ด้วยนั่นเอง    
 
 
  
www.smethailandclub.com
ศูนย์รวมข้อมูลธุรกิจเอสเอ็มอี
 

RECCOMMEND: MARKETING

การตลาดของคนเกาหลี ขายของแบบไหน สะกดให้นักช้อปซื้อของจนเพลินกระเป๋า

เวลาพูดถึงการท่องเที่ยวเกาหลี หลายคนก็จะนึกถึงแสงและความโมเดิร์น นึกถึงย่านช้อปปิ้ง แต่รู้ไหมว่าจริงๆ แล้วคนเกาหลีกลับมีวิธีทำการตลาด ขายสินค้าได้อย่างน่าสนใจเช่นกัน

หายนะทางธุรกิจ บริษัทระดับโลกยังเจ๊ง เมื่อมองตัวเองไม่ออก อาการของ Marketing Myopia

"Marketing Myopia" หรือ การตลาดสายตาสั้น คือ อาการมองตัวเองไม่ออก ซึ่งหลายแบรนด์ธุรกิจเคยตกม้าตายเพราะคำนี้มาแล้ว ยกตัวอย่างเช่น โกดักที่คิดค้นกล้องดิจิทัลไว้ แต่กลับเก็บไว้เฉยๆ เพราะคิดว่าตัวเองอยู่ในธุรกิจผลิตฟิล์ม

ลูกค้า นักออกแบบสินค้าที่ดีที่สุดในโลก เปลี่ยนผู้บริโภคมาเป็นผู้ช่วยทางธุรกิจได้ยังไง

ในขณะที่หลายธุรกิจกำลังหมกหมุ่นว่าจะผลิตสินค้าอะไรดี จริงๆ แล้วพวกเขามีนักออกแบบที่ดีอยู่ใกล้ๆ ตัวตลอดนั่นเอง ซึ่งก็ไม่ใช่ใคร "ลูกค้า" ของพวกเขานั่นเอง