LinkedIn เครื่องมือสร้างเครือข่ายให้ SMEs






เรื่อง  : นเรศ เหล่าพรรณาราย

    LinkedIn ถือเป็นหนึ่งในโซเชียลมีเดียที่มาแรงอย่างเงียบๆ ด้วยจุดประสงค์หลักของการใช้งานเพื่อหาคอนเนคชั่นหรือเครือข่ายในเรื่องของหน้าที่การงานเป็นหลัก แม้กระทั่งใช้ในการสมัครงาน สำหรับเอสเอ็มอีสามารถใช้คุณสมบัติดังกล่าวในการสร้างเครือข่ายธุรกิจแบบ B to B ได้เช่นกัน

    LinkedIn ก่อตั้งขึ้นมาตั้งแต่ปี 2003 ในประเทศอังกฤษ ปัจจุบันมีจำนวนผู้ใช้งานทะลุหลัก 100 ล้านรายไปแล้ว โดยประเทศที่มีผู้ใช้งานมากที่สุดคือสหรัฐอเมิรกา อินเดียและสหราชอณาจักร ส่วนประเทศไทย ยังมีจำนวนผู้ใช้งานประมาณ 8 แสนราย 

    มีคำกล่าวว่า LinkedIn คือเฟซบุ๊คสำหรับคนทำธุรกิจก็คงไม่ผิดหนัก อัตราการเติบโตเฉลี่ยแล้วทุกๆ12วันจะมีจำนวนผู้ใช้งานเพิ่มขึ้น 1 ล้านคน  ผู้ใช้งาน 70% มีอายุมากกว่า 35 ปี ส่วนใหญ่มีการศึกษาระดับปริญญาตรีขึ้นไป และแทบไม่มีผู้ที่อายุน้อยกว่า 20 ปีลงมาที่เป็นสมาชิกเลย ที่สำคัญสัดส่วนผู้ใช้งาน 20% มีสถานะเป็นเจ้าของกิจการและนักลงทุน Venture Capital  เท่ากับว่าผู้ใช้งาน LinkedIn แตกต่างจากโซเชียลมีเดียอื่นอย่างชัดเจน
 

    สำหรับผู้ประกอบการเอสเอ็มอี LinkedIn จึงเป็นช่องทางหนึ่งที่สามารถมองหาพันธมิตรธุรกิจ คู่ค้า หรือลูกค้า ในรูปแบบของ B to B หรือธุรกิจต่อธุรกิจโดยตรง แตกต่างจากวิธีการแบบ B to C ซึ่งมองหากลุ่มลูกค้าทั่วไปหรือ Consumer 

    ผู้ใช้งานสามารถระบุประเภทธุรกิจที่ดำเนินงานอยู่ ประวัติกิจการคร่าวๆ ผลงานที่ผ่านมา  รวมถึงโพสต์ข้อความ บทความ ที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจที่กำลังดำเนินอยู่  ถ้าหากเนื้อหาที่เขียนลงไปมีความน่าสนใจก็จะเกิดการนำไปแชร์ต่อในเครือข่ายของ LinkedIn  แบบเดียวกับเฟซบุ๊ค เช่นเดียวกันเราสามารถมองหาเครือข่ายธุรกิจใหม่ๆได้ด้วยเช่นกัน

    ทั้งนี้จากการเปิดเผยของ LinkedIn  พบว่าผู้ใช้งานที่เป็นเจ้าของกิจการส่วนใหญ่อยู่ในธุรกิจด้านเทคโนโลยีเกือบ10ล้านราย รองลงมาคือบริการด้านไอที 3.7 ล้านราย การเงิน สื่อ การศึกษา ภาคการผลิต งานก่อสร้าง ธุรกิจการเกษตร ธุรกิจการขนส่ง 

    สำหรับประเทศไทย LinkedIn มีการเปิดบริการเวบไซท์ในภาคภาษาไทยมาตั้งแต่ปี 2011 แม้จะไม่โด่งดังเท่ากับเฟซบุ๊คที่มีผู้ใช้งานกว่า 10 ล้านราย  แต่สำหรับเอสเอ็มอีถือเป็นเครื่องมือที่ช่วยคัดกรองเฉพาะผู้ที่จะมาช่วยเสริมเครือข่ายธุรกิจให้กับเราได้อย่างดี โดยเคล็ดลับการใช้งานให้เกิดประโยชน์สูงสุดมีดังนี้คือ 
 

    หนึ่ง..แนะนำตัวเองอย่างมืออาชีพ โปรไฟล์ที่ใช้ควรเขียนในรูปแบบกึ่งทางการ แต่ไม่ถึงกับต้องเป็นทางการเต็มตัว ขอให้เน้นถ่ายทอดความเป็นตัวตนของธุรกิจออกมา นอกจากนี้ยังต้องระบุประเภทธุรกิจของเราให้ชัดเจน เพื่อให้ผู้ใช้งานรู้จักธุรกิจของเราโดยง่าย

    สอง..ใช้ภาษาอังกฤษในการแนะนำตัวเอง เนื่องจากผู้ใช้งาน LinkedIn ส่วนใหญ่ยังเป็นชาวต่างชาติ แต่นี่คือโอกาสที่จะได้ขยายเครือข่ายธุรกิจไปยังต่างประเทศได้ โดยผู้ใช้งานในเอเชียที่เติบโตอย่างรวดเร็วคือจากฟิลิปปินส์และเวียดนาม น่าเสียดายที่ประเทศจีนยังห้ามการใช้งานอยู่ 

    สาม.โพสต์บทความอย่างต่อเนื่องและสรรหาเรื่องราวที่น่าสนใจ จะช่วยดึงดูดเครือข่ายที่มีอยู่ให้หันมาสนใจผลงานของเรามากขึ้น
 

    สี่.ขยายเครือข่ายใหม่ๆด้วยการเสียค่าบริการเพิ่ม จะช่วยให้ได้พบกับกลุ่มผู้ใช้ใหม่ๆนอกเหนือไปจากคนที่เรารู้จักเท่านั้น

    LinkedIn จึงเป็นทางเลือกสำหรับเอสเอ็มอีที่จะใช้ขยายธุรกิจและมองหาพันธมิตรรวมถึงลูกค้าเพิ่มเติม ด้วยคอนเซบท์ที่เน้นความเป็นมืออาชีพจึงมั่นใจได้ว่าจะได้พาร์ทเนอร์ที่มีศักยภาพอย่างแน่นอน

Create by smethailandclub.com

RECCOMMEND: MARKETING

การตลาดของคนเกาหลี ขายของแบบไหน สะกดให้นักช้อปซื้อของจนเพลินกระเป๋า

เวลาพูดถึงการท่องเที่ยวเกาหลี หลายคนก็จะนึกถึงแสงและความโมเดิร์น นึกถึงย่านช้อปปิ้ง แต่รู้ไหมว่าจริงๆ แล้วคนเกาหลีกลับมีวิธีทำการตลาด ขายสินค้าได้อย่างน่าสนใจเช่นกัน

หายนะทางธุรกิจ บริษัทระดับโลกยังเจ๊ง เมื่อมองตัวเองไม่ออก อาการของ Marketing Myopia

"Marketing Myopia" หรือ การตลาดสายตาสั้น คือ อาการมองตัวเองไม่ออก ซึ่งหลายแบรนด์ธุรกิจเคยตกม้าตายเพราะคำนี้มาแล้ว ยกตัวอย่างเช่น โกดักที่คิดค้นกล้องดิจิทัลไว้ แต่กลับเก็บไว้เฉยๆ เพราะคิดว่าตัวเองอยู่ในธุรกิจผลิตฟิล์ม

ลูกค้า นักออกแบบสินค้าที่ดีที่สุดในโลก เปลี่ยนผู้บริโภคมาเป็นผู้ช่วยทางธุรกิจได้ยังไง

ในขณะที่หลายธุรกิจกำลังหมกหมุ่นว่าจะผลิตสินค้าอะไรดี จริงๆ แล้วพวกเขามีนักออกแบบที่ดีอยู่ใกล้ๆ ตัวตลอดนั่นเอง ซึ่งก็ไม่ใช่ใคร "ลูกค้า" ของพวกเขานั่นเอง