เปลี่ยนเศรษฐีให้เป็นลูกค้า! เปิดกลยุทธ์ขายของให้ลูกค้าซูเปอร์พรีเมียมยอมจ่าย

TEXT : ยุวดี ศรีภุมมา
 

 
 
Main Idea
 
  • ใครว่าคนรวยหรือมนุษย์ระดับเศรษฐีจะยอมควักกระเป๋าจ่ายง่ายๆ บางทีพวกเขามองหาสิ่งที่ดีที่สุดและถ้าคุณไม่ใช่สิ่งที่ดีที่สุดสำหรับเขา เขาก็คงไม่เลือกคุณ
 
  • มีหลายปัจจัยที่ทำให้พวกเขายอมควักกระเป๋าจ่าย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของคุณภาพสินค้า การซื้อประสบการณ์ การใส่ใจรายละเอียดและบริการเหนือระดับ
 


 
               
     ใครว่าคนรวยหรือมนุษย์ระดับเศรษฐีจะยอมควักกระเป๋าจ่ายง่ายๆ บางทีพวกเขามองหาสิ่งที่ดีที่สุดและถ้าคุณไม่ใช่สิ่งที่ดีที่สุดสำหรับเขา เขาก็คงไม่เลือกคุณ! เพราะฉะนั้น ถ้าคุณเล็งตลาดระดับพรีเมี่ยม ก็ต้องมีการวางกลยุทธ์ให้ดี ต้องหันมาตรวจสอบคุณภาพของสินค้าให้เป๊ะ ต้องรู้ว่ากลุ่มลูกค้าระดับพรีเมียมอยู่ที่ไหนแล้วพวกเขาต้องการอะไร ถ้าคุณเจอทางที่ใช่ การเป็นแบรนด์ที่มหาเศรษฐียอมควักกระเป๋าจ่ายก็คงไม่ยากเกินไป
 



 
  • คนรวยมองหาอะไร?

     อะไรบ้างที่ทำให้คนรวยตัดสินใจซื้อสินค้า พวกเขามองหาอะไร แล้วทำไมเขาต้องตัดสินใจซื้อคุณ!? สิ่งสำคัญในการขายสินค้าให้คนรวยคือการสร้างแบรนด์ แบรนด์ที่จะทำให้ลูกค้าระดับพรีเมียมซื้อสินค้าไปแล้วรู้สึกว่าพวกเขาได้อะไรมากกว่าสินค้า ไม่ว่าจะเป็น Story ของแบรนด์ การมีเรื่องเล่าช่วยจับใจลูกค้าระดับพรีเมียมได้มากกว่า ยิ่งถ้าพวกเขารู้สึกว่าซื้อสินค้าของคุณไปและได้ช่วยเหลือสังคม ยิ่งทำให้พวกเขาตัดสินใจซื้อได้ง่ายขึ้น นอกจากนี้ยังต้องมีความคุ้มค่า ไม่ใช่คนรวยทุกคนที่จะซื้อสินค้าแบบไม่ได้คิดอะไร แต่พวกเขามักจะคิดก่อนซื้อ ดูว่าสิ่งที่จะซื้อนั้น “คุ้มค่า” ต่อการใช้งานมากแค่ไหน






     อีกปัจจัยสำคัญคือประสบการณ์ คุณต้องสร้างประสบการณ์แบบ Exclusive มีความพิเศษและแตกต่าง ทำให้พวกเขารู้สึกเป็นคนสำคัญ รวมถึงประสบการณ์ใหม่ๆ ที่หาไม่ได้จากที่อื่น อาทิ ร้านอาหารแบบ Chef's Table แม้ว่าราคาต่อมื้อสูงแค่ไหนก็มีคนพร้อมจ่ายเพราะประสบการณ์ที่จะได้นั่งรับประทานอาหารต่อหน้าเชฟพร้อมเมนูอาหารที่มีความสร้างสรรค์ แปลกใหม่ หรือจะเป็นแบรนด์หรูระดับโลกอย่าง Louis Vuitton ซึ่งเป็นแบรนด์ที่คนรวยพร้อมจ่าย สำหรับบริการของทางร้าน จะมีการอบรมพนักงานให้ขายได้อย่างมืออาชีพ ทำให้ลูกค้ารู้สึกเป็นคนพิเศษ
 



 
  • เคล็ดลับขายสินค้าให้เศรษฐีควักกระเป๋าจ่าย 
  1. รู้ว่ากลุ่มลูกค้าพรีเมียมของคุณอยู่ที่ไหน

     หากคุณอยากขายสินค้าให้คนระดับพรีเมียมก็ต้องรู้ว่าพวกเขารวมตัวกันที่ไหนและจะมองเห็นสินค้าคุณได้อย่างไร เช่น คนกลุ่มนี้มักจะเดินเล่นที่ไหน อาศัยอยู่ในละแวกไหน ชอบไปเที่ยวที่ไหน นอกจากนี้พวกเขาอาจเป็นคนที่ไม่ค่อยมีเวลา การขายสินค้าออนไลน์และทำการตลาดพุ่งเป้าไปที่พวกเขาเลยอาจเป็นหนทางที่ใช่
 



 
  1. ทำให้พวกเขาตื่นเต้น

     การสร้างสินค้าที่ดี มีคุณภาพคือเรื่องสำคัญ แต่วิธีการขายและการเข้าถึงลูกค้าก็สำคัญไม่แพ้กัน สำหรับการขายสินค้าให้คนรวย พวกเขามองหาอะไรที่มากกว่าสินค้า บางทีอาจเป็นรูปแบบการขายที่ทำให้พวกเขาประหลาดใจ มีความแปลกใหม่ ไม่เหมือนใครหรือสร้างคุณค่าอะไรบางอย่างให้พวกเขารู้สึกว่า ซื้อของชิ้นนี้แล้วคุ้มค่า
 
  1. บางทีราคาไม่ใช่เรื่องสำคัญ

     ใครว่าคนรวยซื้อแต่ของแพง บางทีพวกเขาก็ชื่นชอบสินค้าราคาไม่แพง แต่สิ่งที่พวกเขาต้องการจริงๆ คือเรื่องของคุณภาพ มีความคุ้มค่า คุ้มราคา หากคุณอยากขายเสื้อผ้าให้คนรวย ก็ต้องตัดเย็บให้เรียบร้อย คัตติ้งเนี้ยบ ใส่ออกมาแล้วดูดี แม้ว่าเสื้อผ้าราคาไม่กี่ร้อย แต่ถ้ามันใช่ พวกเขาก็จ่ายแน่นอน
 



 
  1. สร้างความรู้สึกพิเศษ

     สิ่งที่จะทำให้คนรวยยอมควักกระเป๋าจ่ายคุณได้นอกเหนือจากเรื่องของสินค้าก็คือบริการ คุณต้องทำให้พวกเขารู้สึกเป็นคนพิเศษ มีความ VIP มีบริการที่เหนือระดับ ใส่ใจรายละเอียดไปจนถึงการจดจำพวกเขาให้ได้ ทำไม Starbucks ถึงกลายเป็นร้านกาแฟขวัญใจคนรวย เพราะร้านนี้มีการอบรมพนักงานให้ใส่ใจลูกค้า มีการเขียนชื่อลงบนแก้ว ถ้าใครมาบ่อยๆ พนักงานก็สามารถจดจำได้ทันทีว่าพวกเขาชอบหรือไม่ชอบอะไร อีกทั้งยังขายประสบการณ์ในร้านให้ลูกค้าสามารถนั่งดื่มด่ำกับบรรยากาศได้แบบไม่ต้องรีบร้อนและพวกเขาบวกค่าเซอร์วิสเหล่านี้ลงในกาแฟหนึ่งแก้วเรียบร้อยแล้ว
 
               
     การเปลี่ยนคนรวยให้กลายเป็นลูกค้านั้นไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ที่ยากกว่าคือการรักษาพวกเขาเอาไว้ให้เป็นลูกค้าของคุณตลอดไป ฉะนั้น อย่าลืมใส่ใจพวกเขา จดจำลูกค้าให้ได้ คงคุณภาพเอาไว้ไม่ให้ตก และอย่าลืมเสิร์ฟประสบการณ์ใหม่ๆ ให้พวกเขารู้สึกตื่นเต้นอยู่เสมอ
 
 

www.smethailandclub.com
ศูนย์รวมข้อมูลธุรกิจเอสเอ็มอี

RECCOMMEND: MARKETING

การตลาดของคนเกาหลี ขายของแบบไหน สะกดให้นักช้อปซื้อของจนเพลินกระเป๋า

เวลาพูดถึงการท่องเที่ยวเกาหลี หลายคนก็จะนึกถึงแสงและความโมเดิร์น นึกถึงย่านช้อปปิ้ง แต่รู้ไหมว่าจริงๆ แล้วคนเกาหลีกลับมีวิธีทำการตลาด ขายสินค้าได้อย่างน่าสนใจเช่นกัน

หายนะทางธุรกิจ บริษัทระดับโลกยังเจ๊ง เมื่อมองตัวเองไม่ออก อาการของ Marketing Myopia

"Marketing Myopia" หรือ การตลาดสายตาสั้น คือ อาการมองตัวเองไม่ออก ซึ่งหลายแบรนด์ธุรกิจเคยตกม้าตายเพราะคำนี้มาแล้ว ยกตัวอย่างเช่น โกดักที่คิดค้นกล้องดิจิทัลไว้ แต่กลับเก็บไว้เฉยๆ เพราะคิดว่าตัวเองอยู่ในธุรกิจผลิตฟิล์ม

ลูกค้า นักออกแบบสินค้าที่ดีที่สุดในโลก เปลี่ยนผู้บริโภคมาเป็นผู้ช่วยทางธุรกิจได้ยังไง

ในขณะที่หลายธุรกิจกำลังหมกหมุ่นว่าจะผลิตสินค้าอะไรดี จริงๆ แล้วพวกเขามีนักออกแบบที่ดีอยู่ใกล้ๆ ตัวตลอดนั่นเอง ซึ่งก็ไม่ใช่ใคร "ลูกค้า" ของพวกเขานั่นเอง