​โลกมุสลิมโอกาสฮาลาลไทยขยายตลาดส่งออก

 

    อุตสาหกรรมอาหารฮาลาลของโลกนับเป็นตลาดใหญ่ตลาดหนึ่งที่น่าสนใจ เพราะมีขนาดใหญ่ราว 1.4 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ และมีแนวโน้มขยายตัวอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะประเทศในแถบ GCC ที่นำเข้าสินค้าประเภทอาหารและเครื่องดื่มเป็นจำนวนมากราวร้อยละ 80-90 ของการบริโภคภายในประเทศ เนื่องจากประเทศดังกล่าวไม่สามารถผลิตอาหารเพื่อการบริโภคภายในประเทศได้อย่างพอเพียงจากสภาพพื้นที่ที่เป็นทะเลทราย โดยมีพื้นที่เพาะปลูกโดยเฉลี่ยต่ำกว่าร้อยละ 1 ของพื้นที่ทั้งประเทศ  ในขณะที่รายได้ต่อหัวและจำนวนประชากรเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยคาดว่าภายในปี 2563 มูลค่าการนำเข้าสินค้าอาหารในกลุ่ม GCC จะขยายตัวสู่ 53.1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เพิ่มขึ้นจาก 35 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯในปี 2556 หรือขยายตัวโดยเฉลี่ยราวร้อยละ 6 ต่อปี 

    ในปี 2556 มูลค่าการส่งออกอาหารและเครื่องดื่มฮาลาลของไทย อยู่ที่ประมาณ 5,600 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ นับเป็นผู้ส่งออกอาหารและเครื่องดื่มฮาลาลอันดับที่ 11 ของโลก และเป็นรองเพียงแค่อินเดีย จีนและอินโดนีเซียในภูมิภาคเอเชีย

    อย่างไรก็ดี หากพิจารณาสถานะการส่งออกอาหารฮาลาลและเครื่องดื่มกับประเทศเพื่อนบ้านในอาเซียนจะพบว่า ถึงแม้มาเลเซียจะมีมูลค่าส่งออกน้อยกว่าอยู่ที่ราว 5,168 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ แต่กลับมีสัดส่วนเทียบกับการส่งออกอาหารและเครื่องดื่มทั้งหมดของประเทศที่สูงกว่าอยู่ที่ราวร้อยละ 22.2 สะท้อนถึงศักยภาพและโอกาสของผู้ประกอบการไทยที่สามารถหันมาทำตลาดอาหารฮาลาลและขยายธุรกิจในกลุ่มนี้ได้ โดยใช้ความได้เปรียบทางด้านอุตสาหกรรมอาหารและเกษตร 
 

    ทั้งนี้ ศูนย์วิจัยกสิกรไทยคาดว่า ปี 2557 การส่งออกอาหารและเครื่องดื่มฮาลาลของไทยจะอยู่ที่ประมาณ 5,800 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ขยายตัวร้อยละ 3.4 โดยได้อานิสงส์หลักจากการส่งออกไปยังประเทศกลุ่ม GCC ที่คาดว่าจะขยายตัวได้ร้อยละ 8.4 แตะ 700 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ขณะที่การส่งออกอาหารและเครื่องดื่มฮาลาลของไทยในปี 2558 คาดว่าจะขยายตัวได้ดีราวร้อยละ 5.1 ไปอยู่ที่ 6,100 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ

    อย่างไรก็ดี ผู้ประกอบการควรศึกษาวัฒนธรรมการรับประทานอาหารที่แตกต่างกันในแต่ละประเทศด้วย และยังจำเป็นต้องศึกษาประเภทของสัตว์ที่อนุญาตให้รับประทาน (ฮาลาล) และไม่อนุญาตให้รับประทาน (ฮารอม) เพิ่มเติมด้วย เพื่อไม่ให้ผลิตภัณฑ์ของตนผิดต่อหลักศาสนา 

    อีกทั้ง ขั้นตอนการเตรียมการผลิตหรือปรุงอาหารนั้นก็ย่อมต้องทำให้ถูกตามหลักศาสนาด้วยเช่นเดียวกัน อาทิ ผู้เชือดต้องไม่ทารุณสัตว์ก่อนเชือด อุปกรณ์เชือดต้องมีความคม ห้ามรับประทานสัตว์ที่ตายเอง วัตถุดิบหรืออาหารต้องไม่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์ เป็นต้น นอกจากนี้ กระบวนการเคลื่อนย้ายหรือขนส่งวัตถุดิบหรืออาหาร รวมทั้งกระบวนการจัดหาแหล่งเงินทุนต้องสอดคล้องกับหลักฮาลาล


    ดังนั้น ผู้ประกอบการไทยที่ต้องการทำตลาดอาหารฮาลาลเพื่อเจาะตลาดมุสลิมนั้น ควรคำนึงถึงลูกค้ากลุ่มเป้าหมายว่ามีวัฒนธรรมอย่างไร อีกทั้ง ควรพิจารณากระบวนการผลิตอาหารฮาลาลที่ต้องสอดคล้องกับหลักศาสนาในทุกห่วงโซ่อุปทาน รวมถึง ควรแบ่งกลุ่มและเน้นการเจาะลูกค้าให้เหมาะสมกับจุดยืนหรือการวางตำแหน่งของผลิตภัณฑ์ของตน

     โดยอาจพิจารณาลงทุนขยายกิจการแนวย้อนหลัง (Backward Integration) ให้ทุกห่วงโซ่อุปทานได้มาตรฐานอาหารฮาลาล หรือเลือกพิจารณาจัดซื้อวัตถุดิบเพื่อประกอบอาหารจากแหล่งผลิตที่ได้มาตรฐานฮาลาล ทั้งนี้ เพื่อเพิ่มความมั่นใจให้แก่ผู้บริโภคชาวมุสลิมและเสริมความแข็งแกร่งของตราสินค้าว่าถูกต้องตามหลักศาสนาอิสลาม

    นอกจากกระบวนการผลิตที่ผู้ประกอบการไทยควรให้ความสนใจแล้ว ช่องทางการค้าปลีกอาหารฮาลาลก็เป็นอีกหนึ่งประเด็นสำคัญที่ผู้ประกอบการไทยควรให้ความสนใจ เนื่องจากเป็นช่องทางที่ผู้บริโภคอาหารฮาลาลใช้เลือกซื้อสินค้าและผลิตภัณฑ์อาหารฮาลาลได้โดยตรง โดยร้านค้าปลีกอาจพิจารณาร่วมมือกับผู้ผลิตอาหารฮาลาลจัดสัดส่วนการจำหน่ายสินค้าให้มีแผนกอาหารฮาลาลโดยเฉพาะ ซึ่งจะเป็นประโยชน์ทั้งต่อผู้บริโภคในแง่ที่สามารถระบุสถานที่ที่ตนจะซื้อผลิตภัณฑ์อาหารฮาลาลได้สะดวก และเป็นประโยชน์ต่อผู้ประกอบการอาหารฮาลาลในแง่ของการดำเนินกลยุทธ์การส่งเสริมการตลาด (Promotion Strategy)

    ไม่ว่าจะเป็นช่วงอีดิ้ลฟิตริซึ่งเป็นเทศกาลเฉลิมฉลองหลังการถือศีลอด และช่วงอีดิ้ลอัฎฮาซึ่งเป็นช่วงการประกอบพิธีฮัจญ์หรือแสวงบุญ ณ นครมักกะห์ ประเทศซาอุดีอาระเบีย โดยชาวมุสลิมส่วนใหญ่จะมีการทำ “กุรบาน” ซึ่งเป็นการเชือดสัตว์เพื่อพลีเป็นทานแก่ครอบครัว เครือญาติ ผู้ขัดสน หรือสังคม โดยทั้ง 2 ช่วงนี้ ประเทศมุสลิมส่วนใหญ่จะกำหนดให้เป็นวันหยุดยาว และมีเทศกาลเฉลิมฉลองต่อเนื่อง ดังนั้น จึงเป็นช่วงเทศกาลสำคัญที่ความต้องการอาหารหรือเครื่องดื่มฮาลาลจะมีสูง 



    อย่างไรก็ดี ความตึงเครียดในแถบภูมิภาคตะวันออกกลางยังคงมีอยู่อย่างต่อเนื่อง ผู้ประกอบการไทยควรปรับตัวด้วยการเร่งหาตลาดและแหล่งวัตถุดิบใหม่ โดยผู้ส่งออกที่มีคู่ค้าในประเทศที่มีเริ่มมีปัญหาหรือผู้นำเข้าที่นำเข้าวัตถุดิบจากประเทศดังกล่าวควรเริ่มเจรจาการค้ากับประเทศอื่นเพื่อป้องกันความเสี่ยงทางด้านปฏิบัติการที่อาจจะเกิดขึ้นกับระบบห่วงโซ่อุปทานของบริษัท รวมทั้ง ควรป้องกันความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับประเทศคู่ค้าที่เริ่มมีความเสี่ยงทางด้านการเมือง โดยผู้ประกอบการไทยควรเร่งรับมือกับแนวโน้มปัญหาในตะวันออกกลางผ่านการจัดการความเสี่ยงแบบบูรณาการ อาทิ ความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยน ความเสี่ยงด้านเครดิตและการชำระเงินทั้งจากระบบธนาคารและบริษัทคู่ค้าในประเทศที่เกิดปัญหา เป็นต้น

RECCOMMEND: MARKETING

การตลาดของคนเกาหลี ขายของแบบไหน สะกดให้นักช้อปซื้อของจนเพลินกระเป๋า

เวลาพูดถึงการท่องเที่ยวเกาหลี หลายคนก็จะนึกถึงแสงและความโมเดิร์น นึกถึงย่านช้อปปิ้ง แต่รู้ไหมว่าจริงๆ แล้วคนเกาหลีกลับมีวิธีทำการตลาด ขายสินค้าได้อย่างน่าสนใจเช่นกัน

หายนะทางธุรกิจ บริษัทระดับโลกยังเจ๊ง เมื่อมองตัวเองไม่ออก อาการของ Marketing Myopia

"Marketing Myopia" หรือ การตลาดสายตาสั้น คือ อาการมองตัวเองไม่ออก ซึ่งหลายแบรนด์ธุรกิจเคยตกม้าตายเพราะคำนี้มาแล้ว ยกตัวอย่างเช่น โกดักที่คิดค้นกล้องดิจิทัลไว้ แต่กลับเก็บไว้เฉยๆ เพราะคิดว่าตัวเองอยู่ในธุรกิจผลิตฟิล์ม

ลูกค้า นักออกแบบสินค้าที่ดีที่สุดในโลก เปลี่ยนผู้บริโภคมาเป็นผู้ช่วยทางธุรกิจได้ยังไง

ในขณะที่หลายธุรกิจกำลังหมกหมุ่นว่าจะผลิตสินค้าอะไรดี จริงๆ แล้วพวกเขามีนักออกแบบที่ดีอยู่ใกล้ๆ ตัวตลอดนั่นเอง ซึ่งก็ไม่ใช่ใคร "ลูกค้า" ของพวกเขานั่นเอง