วงการแฟชั่นต้องสะเทือน! เมื่อผ้าปูที่นอนในโรงแรมหรู จะแปลงร่างเป็นเสื้อเชิ้ตสุดคูล

TEXT : นิตยา สุเรียมมา



 
 
Main Idea
 
  • การทำธุรกิจทุกวันนี้ไม่ว่าจะผลิตสินค้าใดออกมาก็ตาม อีกสิ่งที่ผู้ประกอบการหลายคนต่างให้ความสำคัญมากขึ้น คือ รูปแบบการผลิตแบบยั่งยืน หรือ Sustainable นั่นเอง
 
  • เช่นเดียวกับ “Archivist Studio” ที่คิดผลิตเสื้อเชิ้ตออกมาจากผ้าปูที่นอนเก่าจากโรงแรมหรูในยุโรป เพื่อช่วยลดปริมาณขยะก่อนที่จะถูกนำไปทิ้งโดยเปล่าประโยชน์ ให้กลับมามีประโยชน์ได้อีกครั้งในรูปแบบของแฟชั่นที่เท่ทั้งดีไซน์และไอเดียความคิด

___________________________________________________________________________________________
 
 

     ในกระบวนการรักษ์โลก เพื่อการดูแลสิ่งแวดล้อมนั้นมีอยู่หลายวิธีด้วยกันให้เลือกปฏิบัติ ซึ่ง “Upcycle” ก็เป็นหนึ่งในนั้นที่นำกระบวนการออกแบบและพัฒนาผลิตภัณฑ์มาช่วยแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อม สร้างเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ที่มีคุณค่าทั้งด้านงานดีไซน์ และการดูแลโลกใบนี้ไปด้วย




     เหมือนเช่นกับ “Archivist Studio” บริษัทที่มุ่งเน้นผลิตเสื้อผ้าเพื่อความยั่งยืน โดยได้ปฏิวัติวงการแฟชั่นใหม่ สร้างบรรทัดฐานออกแบบเสื้อผ้าจากแรงบันดาลใจที่ไม่เหมือนใคร ด้วยการหยิบเอาผ้าปูที่นอนที่ไม่ใช้แล้วจากโรงแรมหรูมาผลิตเป็นเสื้อเชิ้ตสุดเท่ก่อนที่จะถูกทิ้งให้กลายเป็นขยะไปโดยไร้ประโยชน์ได้


     โดยเรื่องราวทั้งหมดนี้เริ่มต้นมาจาก “Eugenie Haitsma” และ “Johannes Offerhaus” นักออกแบบชาวดัตช์ อาศัยอยู่ในกรุงเบอร์ลิน ได้เกิดความสงสัยขึ้นว่าผ้าปูที่นอนที่ไม่ใช้แล้วจากโรงแรมต่างๆ นั้นจะถูกนำไปทำอะไรหลังจากเลิกใช้งานแล้ว โดยได้โทรไปสอบถามจากเพื่อนที่ทำงานอยู่ในโรงแรมหรูแห่งหนึ่งใน Mayfair ลอนดอน และก็ได้พบคำตอบว่าผ้าปูที่นอนส่วนใหญ่จะถูกนำไปกำจัดทิ้ง เพียงเพราะมีคราบสกปรกหรือจุดเล็กๆ เท่านั้น 




     จากคำตอบดังกล่าวที่พวกเขาได้รับ จึงทำให้เกิดแรงบันดาลใจในการสร้างโปรเจกต์นำผ้าปูที่นอนที่ถูกทิ้งต่างๆ เหล่านั้นมาทำให้เกิดประโยชน์ขึ้นมาใหม่ โดยทั้งคู่ได้เดินทางไปยังโรงแรมหรูในยุโรปเพื่อรับบริจาคผ้าปูที่นอน ซึ่งผลิตจากผ้าฝ้ายอียิปต์ที่ผ่านกระบวนการทอที่มีความละเอียดสูงจำนวน 200 กิโลกรัมกลับมา เพื่อสร้างสรรค์เป็นชิ้นงานออกมา




     โดยพบว่าผ้าปูที่นอนเหล่านั้นยังมีประสิทธิภาพการใช้งานที่ดีเหลืออยู่มาก จึงได้เปลี่ยนวงจรของผ้าปูที่นอนที่ไม่ใช้แล้วจากที่สุดท้ายต้องถูกส่งไปยังหลุมฝังกลบให้กลายเป็นเสื้อเชิ้ตสำหรับผู้ชายและเสื้อเชิ้ตทำงานของผู้หญิง โดยคาดหวังจะทำให้เกิดทางเลือกเสื้อผ้าที่ยั่งยืน ซึ่งทั้งคู่ได้พยายามติดต่อกับโรงแรมหรูอื่นๆ ในยุโรปด้วย เพื่อหาวัตถุดิบเพิ่มเติม  ขณะเดียวกันก็เพื่อขยายความช่วยเหลือให้กับโรงแรมต่างๆ ในการจัดการกับผ้าปูที่นอนที่ไม่ใช้แล้วให้เกิดประโยชน์และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมมากที่สุด เพื่อยืดอายุการใช้งานออกไป ด้วยการนำกลับมาใช้ซ้ำในรูปแบบใหม่ดีกว่าที่จะถูกใช้แล้วทิ้งให้เปล่าประโยชน์
 

     โดยได้ใช้โรงงานผลิตอยู่ในเมืองบูคาเรสต์ ประเทศโรมาเนีย เพื่อให้ง่ายสะดวกต่อการจัดส่งของโรงแรมต่างๆ ในระยะทางที่ไม่ไกลเกินไป โดยขั้นตอนการผลิตนั้นจะนำผ้าปูใช้แล้วที่ได้มาซักทำความสะอาด จากนั้นจึงตัดผ้าออกเป็นชิ้นส่วนต่างๆ เพื่อผลิตเป็นเสื้อเชิ้ตขึ้นมา โดยมีเพียงเล็กน้อยเท่านั้นที่เลอะคราบสกปรกไม่สามารถนำกลับมาใช้งานได้ จึงเรียกได้ว่าเป็นการช่วยลดปริมาณขยะให้เหลือทิ้งจริงๆ ได้น้อยที่สุด ซึ่งก็ตรงกับเป้าหมายการออกแบบเสื้อเชิ้ตนี้ขึ้นมา เพื่อต้องการต่ออายุการใช้งานของผ้าปูเตียงออกไปมากกว่าที่จะผลิตออกมาเพื่อเป็นสินค้าแฟชั่นแบบใช้แล้วทิ้ง โดยปัจจุบันจากผ้าปูที่นอนที่ได้รับบริจาคมา ทำให้สามารถมีวัตถุดิบเพียงพอที่จะผลิตเสื้อเชิ้ตออกมาได้นานถึง 3 ปีทีเดียว




     โดยลักษณะเสื้อเชิ้ตที่ทำออกมาจากผ้าปูเตียงนี้ มีให้เลือก 3 ขนาดด้วยกัน โดยออกแบบมาในลักษณะเสื้อเชิ้ตสีขาวเรียบง่ายตัวใหญ่ เพื่อต้องการแสดงให้เห็นว่าผลิตมาจากผ้าปูที่นอน ขณะเดียวกันก็ให้ความคลาสสิกเวลาใส่คู่กับกางเกงยีนส์หรือกางเกงสแลคหลวมๆ และด้วยเนื้อผ้าที่ผลิตจากผ้าฝ้ายอียิปต์ จึงมีความนุ่มนวลเวลาสวมใส่ โดยทั้งหมดนี้จัดส่งฟรีภายในพื้นที่สหภาพยุโรป โดยมีราคาอยู่ที่ตัวละ 164 ดอลลาร์สหรัฐ หรือคิดเป็นเงินไทยก็ตกตัวละห้าพันกว่าบาท


     และนี่แหละ คือ รูปแบบของแฟชั่นยุคใหม่ที่ไม่ได้มุ่งเน้นที่การเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วตามเทรนด์ตามสมัยอีกต่อไป แต่เน้นเพื่อการผลิตออกมาอย่างยั่งยืน เพราะ Fast Fashion ได้เอาท์ไปแล้ว ยุคนี้ต้อง Sustainable Fashion ถึงจะเรียกว่าอินเทรนด์



 
www.smethailandclub.com
ศูนย์รวมข้อมูลธุรกิจเอสเอ็มอี

RECCOMMEND: MARKETING

การตลาดของคนเกาหลี ขายของแบบไหน สะกดให้นักช้อปซื้อของจนเพลินกระเป๋า

เวลาพูดถึงการท่องเที่ยวเกาหลี หลายคนก็จะนึกถึงแสงและความโมเดิร์น นึกถึงย่านช้อปปิ้ง แต่รู้ไหมว่าจริงๆ แล้วคนเกาหลีกลับมีวิธีทำการตลาด ขายสินค้าได้อย่างน่าสนใจเช่นกัน

หายนะทางธุรกิจ บริษัทระดับโลกยังเจ๊ง เมื่อมองตัวเองไม่ออก อาการของ Marketing Myopia

"Marketing Myopia" หรือ การตลาดสายตาสั้น คือ อาการมองตัวเองไม่ออก ซึ่งหลายแบรนด์ธุรกิจเคยตกม้าตายเพราะคำนี้มาแล้ว ยกตัวอย่างเช่น โกดักที่คิดค้นกล้องดิจิทัลไว้ แต่กลับเก็บไว้เฉยๆ เพราะคิดว่าตัวเองอยู่ในธุรกิจผลิตฟิล์ม

ลูกค้า นักออกแบบสินค้าที่ดีที่สุดในโลก เปลี่ยนผู้บริโภคมาเป็นผู้ช่วยทางธุรกิจได้ยังไง

ในขณะที่หลายธุรกิจกำลังหมกหมุ่นว่าจะผลิตสินค้าอะไรดี จริงๆ แล้วพวกเขามีนักออกแบบที่ดีอยู่ใกล้ๆ ตัวตลอดนั่นเอง ซึ่งก็ไม่ใช่ใคร "ลูกค้า" ของพวกเขานั่นเอง