​จับกระแสโฆษณาออนไลน์ 2558-2561





เรื่อง : นเรศ เหล่าพรรณราย

    การโฆษณาผ่านช่องทางออนไลน์ในปี 2557 ยังคงมีการเติบโตอย่างต่อเนื่องและคาดว่าจะยังขยายตัวไปจนถึงอีกสามปีข้างหน้านั่นคือปี 2561 ทางสำนักข่าว Business Intelligence ได้ออกบทวิเคราะห์ถึงแนวโน้มของการโฆษณาออนไลน์ของโลกไว้โดยมองว่า สื่อโฆษณาออนไลน์บน Mobile Device จะครองบทบาทสูงสุดในสามปีข้างหน้า

    เฉพาะในสหรัฐอเมริกา การโฆษณาผ่านโซเชียลมีเดียจะยังมีอัตราการเติบโตอย่างต่อเนื่องไปจนถึงปี 2561 คาดว่าจะมีมูลค่าโฆษณาแตะ 14,000 ล้านเหรียญภายในปี 2561 ภายใต้อัตราการเติบโตเฉลี่ยปีละ 18% จากปี 2557 ที่คาดว่าจะมีมูลค่าตลาดรวม 8,500 ล้านเหรียญ

    เทรนด์ของการโฆษณาออนไลน์ภายในระยะเวลาสามปีข้างหน้า Business Intelligence ได้วิเคราะห์ว่าการโฆษณาบนสื่อเคลื่อนที่อย่างโทรศัพท์สมาร์ทโฟนหรือแท็บเลตจะเป็นสื่อที่มียอดการลงโฆษณาออนไลน์สูงสุด โดยจะแซงหน้าการโฆษณาบนสื่อที่อยู่กับที่อย่างคอมพิวเตอร์พีซีในสิ้นปี 2557 และเมื่อถึงปี 2561 โฆษณาออนไลน์บนสื่อเคลื่อนที่ได้จะมีมูลค่าถึงสองในสามของการโฆษณาออนไลน์และมีมูลค่าแตะ 9,100 ล้านเหรียญ
 

    อย่างไรก็ตาม ภายในระยะเวลาสามปีข้างหน้า จะไม่มีโอกาสได้เห็นอัตราการเติบโตของโฆษณาออนไลน์อย่างก้าวกระโดดอีกต่อไป โดยปี2557นี้ ยอดการโฆษณาผ่านสื่อเคลื่อนที่มีการเติบโตถึง 71%ขณะที่สื่อ Non Mobile มีอัตราการเติบโตที่ 14% คาดว่าในสามปีข้างหน้า อัตราการเติบโตของโฆษณาผ่านสื่อเคลื่อนที่จะยังอยู่ในเลขสองหลัก ขณะที่สื่อ Non Mobile จะคงเหลืออัตราการเติบโตเพียงเลขหลักเดียว

    คาดว่าเมื่อถึงปี 2558 สัดส่วนโฆษณาออนไลน์บน Mobile Device จะอยู่ที่ระดับ 64% ส่วน Non Mobile จะเหลือเพียง 34% 

    ทางด้านสื่อสังคมออนไลน์ที่ครองสัดส่วนตลาดโฆษณาออนไลน์ของโลกมากที่สุดยังคงเป็น Facebook และ Twitter แต่จากบทวิเคราะห์คาดว่าโซเชียลมีเดียอย่าง  Pinterest และ Instagram กำลังจะก้าวขึ้นมามีบทบาทมากขึ้นในอนาคต  ทั้งนี้ Pinterest กำลังเป็นเป้าหมายของแบรนด์สินค้าต่างๆที่จะใช้เป็นช่องทางการทำอีคอมเมิร์ซ โดยปัจจุบันมีผู้ใช้งานแล้วกว่า 65 ล้านคน 
 

    ด้าน Instagram ปัจจุบันมีผู้ใช้งานกว่า 200 ล้านรายทั่วโลกและถูกใช้เป็นช่องทางในการโฆษณาด้วยภาพและคลิปวีดีโอสั้น ขณะเดียวกัน Snapchat ยังเป็นสื่อสังคมออนไลน์ที่กำลังมาแรงด้วยจำนวนผู้ใช้งานกว่า 100 ล้านคนเฉพาะในสหรัฐอเมริกา 

    ไม่เพียงแต่ยอดจำนวนผู้ใช้งานที่เพิ่มขึ้นเท่านั้น แต่มูลค่าโฆษณาต่อชิ้นงานคาดว่าจะมีแนวโน้มเติบโตขึ้นด้วยเช่นกัน คาดว่าภายในสามปีข้างหน้าเรตโฆษณาบนสื่อออนไลน์น่าจะมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นในระดับเลขสองหลักทุกปี แม้ยังมีราคาที่ถูกกว่าการไปลงโฆษณาในสื่อยุคเก่าอย่างเช่น เคเบิลทีวี ฟรีทีวี แต่มีแนวโน้มเช่นกันว่าสื่อยุคเก่าอาจจะต้องลดเรตราคาโฆษณาลงมาเพื่อไม่ให้ต่างจากสื่อออนไลน์มากนัก
 

    แต่มีข่าวร้ายสำหรับผู้ลงโฆษณา เพราะ Business Intelligence ได้วิเคราะห์ว่ามีแนวโน้มสูงที่ผู้ประกอบการสื่อออนไลน์จะปรับเพิ่มค่าธรรมเนียมในการลงโฆษณาด้วยเช่นกัน และจะค่อยๆชักจูงให้ผู้ลงโฆษณาต้องเสียค่าใช้จ่ายในการลงโฆษณามากขึ้นและลดสิทธิประโยชน์ในการลงโฆษณาฟรีลง ถึงอย่างไรสถิติจาก Facebook ได้ยืนยันเช่นกันว่าจำนวนผู้ใช้งานแฟนเพจที่เป็นแบรนด์สินค้าได้เพิ่มค่าใช้จ่ายในการซื้อโฆษณาเพิ่มขึ้นเพื่อแลกกับอัตราการเข้าถึงของผู้ใช้งานที่สูงขึ้น

    จากเทรนด์ของโฆษณาออนไลน์ในอีกสามปีข้างหน้ายังมั่นใจได้ว่ายังคงมีแนวโน้มเติบโตขึ้น แต่ขณะเดียวกันผู้ลงโฆษณาก็ต้องเตรียมพร้อมกับค่าใช้จ่ายการลงโฆษณาที่สูงขึ้นด้วยเช่นกัน

Create by smethailandclub.com

RECCOMMEND: MARKETING

การตลาดของคนเกาหลี ขายของแบบไหน สะกดให้นักช้อปซื้อของจนเพลินกระเป๋า

เวลาพูดถึงการท่องเที่ยวเกาหลี หลายคนก็จะนึกถึงแสงและความโมเดิร์น นึกถึงย่านช้อปปิ้ง แต่รู้ไหมว่าจริงๆ แล้วคนเกาหลีกลับมีวิธีทำการตลาด ขายสินค้าได้อย่างน่าสนใจเช่นกัน

หายนะทางธุรกิจ บริษัทระดับโลกยังเจ๊ง เมื่อมองตัวเองไม่ออก อาการของ Marketing Myopia

"Marketing Myopia" หรือ การตลาดสายตาสั้น คือ อาการมองตัวเองไม่ออก ซึ่งหลายแบรนด์ธุรกิจเคยตกม้าตายเพราะคำนี้มาแล้ว ยกตัวอย่างเช่น โกดักที่คิดค้นกล้องดิจิทัลไว้ แต่กลับเก็บไว้เฉยๆ เพราะคิดว่าตัวเองอยู่ในธุรกิจผลิตฟิล์ม

ลูกค้า นักออกแบบสินค้าที่ดีที่สุดในโลก เปลี่ยนผู้บริโภคมาเป็นผู้ช่วยทางธุรกิจได้ยังไง

ในขณะที่หลายธุรกิจกำลังหมกหมุ่นว่าจะผลิตสินค้าอะไรดี จริงๆ แล้วพวกเขามีนักออกแบบที่ดีอยู่ใกล้ๆ ตัวตลอดนั่นเอง ซึ่งก็ไม่ใช่ใคร "ลูกค้า" ของพวกเขานั่นเอง