LifeGem ธุรกิจหลังความตาย เปลี่ยนเถ้ากระดูกให้กลายเป็นเพชรเม็ดงามเลอค่า

TEXT : พิมพ์ใจ พิมพิลา






Main Idea
 
  • ความตายเป็นสิ่งที่มนุษย์เราทุกคนต้องพบเจอ  และหลีกหนีไม่ได้ ไม่ว่าในอดีตหรือปัจจุบัน ทุกคนต่างก็ให้ความสำคัญกับสิ่งนี้ โดยเฉพาะการต้องสูญเสียบุคคลอันเป็นรักไปอย่างไม่มีวันกลับ
 
  • LifeGem เป็นธุรกิจที่สร้างขึ้นเพื่อให้คนที่มีชีวิตอยู่ ยังสามารถนึกถึงและจดจำบุคคลผู้จากไปตลอดกาล  โดยการนำเถ้ากระดูกหรือเส้นผมมาเสกให้กลายเป็นเพชร เพื่อนำไปประกอบเป็นอนุสรณ์หรือเครื่องประดับอย่างสวยงามและไม่เหมือนใคร




     LifeGem ผู้รับผลิตเพชรสังเคราะห์จากเถ้ากระดูกของมนุษย์ ก่อตั้งโดย “Greg Herro” และ “Dean VandenBiesen” ในปี 2544 ที่เมืองชิคาโก รัฐอิลลินอยส์ สหรัฐอเมริกา โดยเป็นบริษัทแรกๆ ในสหรัฐอเมริกาที่มีการพัฒนาวิธีการเปลี่ยนคาร์บอนจากเถ้ากระดูกและเส้นผมของมนุษย์ที่ตายแล้ว สกัดออกมาเป็นอัญมณีเลอค่าอย่างเพชร ซึ่งเพียงไม่นานหลังเปิดตัวก็ได้รับเสียงตอบรับที่ดีเป็นอย่างมาก เพราะเพียงแค่ปีแรกก็มีการสั่งทำถึง 6,000 ออเดอร์ จนต่อมาในปี 2549 จึงได้มีการเปิดสำนักงานแห่งที่ 2 ภายใต้ชื่อ LifeGem UK ในประเทศอังกฤษเพิ่มขึ้นมา


     ซึ่งกระบวนการสร้างเพชรจาก LifeGem นั้น เป็นการเลียนแบบวิธีการจากธรรมชาตินับล้านปี โดยการสกัดคาร์บอนออกจากอัฐิที่เผาแล้วด้วยความร้อนสูงอีกครั้งหนึ่ง จนเกิดเป็นเพชรที่มีความสวยงามและไม่เหมือนใคร โดยนอกจากเถ้ากระดูกแล้ว ยังสามารถใช้เส้นผมได้อีกด้วย ซึ่งกระบวนการดังกล่าวเกิดจากการวิจัยและพัฒนาของทางบริษัท และได้มีการจดสิทธิบัตรเป็นที่เรียบร้อยแล้ว





     ขั้นตอนการสั่งทำนั้นก็ง่ายมาก เพียงแค่คุณป้อนข้อมูลติดต่อเอาไว้บนแพลตฟอร์มออนไลน์ โดยเลือกขนาดและสีตามต้องการ โดยเพชรที่ว่านั้นมีให้เลือกทั้งแบบไม่มีสี และสีน้ำเงิน แดง เหลือง เขียว จากนั้นก็ลงชื่อสั่งซื้อเอาไว้ รวมถึงกรอกข้อมูลการชำระเงินให้เรียบร้อย โดยผู้ใช้บริการจะต้องเตรียมเถ้ากระดูกหรือเส้นผมของผู้เสียชีวิต ส่งมาให้ทางบริษัทเพื่อนำมาเข้าสู่กระบวนการผลิต เมื่อขั้นตอนสุดท้ายเสร็จสิ้นลง บริษัทจะจัดส่งเพชรที่ได้จากเถ้ากระดูกเหล่านั้นกลับคืนไปให้คุณถึงบ้าน


     ส่วนราคานั้นขึ้นอยู่กับสีและขนาดของเพชร โดยมีราคาตั้งแต่ 94,108 บาท ไปจนถึง 627,568 บาท โดย LifeGem Diamonds ได้รับการยอมรับจาก Gemological Institute of America (GIA) ซึ่งเป็นสถาบันอัญมณีของประเทศสหรัฐอเมริกา ดังนั้นคุณจึงมั่นใจได้ว่าจะไม่ถูกหลอกอย่างแน่นอน
           




     และนอกจากการสร้างเพชรจากเถ้ากระดูกและเส้นผมของมนุษย์แล้ว ทาง LifeGem ยังอนุญาตให้คุณใช้วิธีการเดียวกันนี้กับสัตว์เลี้ยงแสนรักที่จากไปได้อีกด้วย นั่นเป็นเพราะพวกเขาเข้าใจว่าสัตว์เลี้ยงก็เป็นเหมือนสมาชิกครอบครัวคนหนึ่งของใครหลายคน อีกทั้งหลังจากมีการเปิดบริษัทขึ้นมา ก็มีลูกค้าผู้ใช้บริการหลายพันคนเรียกร้องให้มีการสร้างอนุสรณ์สำหรับสัตว์เลี้ยงอันเป็นที่รักและทรงคุณค่านี้ด้วย เพื่อเป็นสิ่งแทนใจให้หวนนึกถึง
               

     โดยเหตุผลสำคัญที่ทำให้ลูกค้าตัดสินใจเลือกใช้บริการนี้ เป็นเพราะว่าเพชรทุกชิ้นล้วนผ่านการรับรองคุณภาพเป็นอย่างดีจากสถาบันที่เชื่อถือได้ อีกทั้งยังเป็นการสร้างอัญมณีจากเถ้าถ่านของบุคคลอันเป็นที่รักซึ่งมีคุณค่าทางจิตใจ  แถมยังได้เครื่องประดับที่สวยงามออกมาแบบไม่เหมือนใครอีกด้วย





     ปัจจุบัน LifeGem มีลูกค้ากว่าหลายพันราย โดยแต่ละคนก็มีเรื่องราวและบุคคลอันเป็นที่รักของตัวเองถูกบรรจุไว้ในเครื่องประดับเหล่านี้ ซึ่งกระบวนการการสร้างเพชรจะช่วยบรรเทาความเศร้าโศกหรือสิ้นหวังเหล่านั้นให้จางหายไปได้ และบางคนยังมองว่าเพชรเหล่านี้เป็นเหมือนอนุสรณ์อันงดงามที่สุดสำหรับพวกเขาด้วย เรียกได้ว่าเป็นวิธีเพื่อโอบกอดความทรงจำของพวกเขาให้ผ่านไปได้ในแต่ละวันอีกรูปแบบหนึ่งที่น่าสนใจ แถมเพชรเหล่านี้ยังสามารถส่งต่อตกทอดไปยังลูกหลานในอนาคตได้อีกด้วย




 
     ปิดท้ายกันด้วยความสำเร็จ โดยมีข้อมูลรายงานว่าตั้งแต่ก่อตั้งธุรกิจมา LifeGem ก็สามารถสร้างรายได้มากกว่า 7.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐหรือประมาณ 235,350,000 บาทกันเลยทีเดียว เรียกได้ว่าประสบความสำเร็จอย่างเหลือเชื่อ ซึ่งนอกจากรับทำเพชรจากเถ้ากระดูกของบุคคลอันเป็นที่รักหรือสัตว์เลี้ยงแสนรักแล้ว บริษัทยังได้รับสร้างเพชรจากเถ้ากระดูกของบุคคลมีชื่อเสียงและสำคัญทางประวัติศาสตร์อีกด้วย
 

www.smethailandclub.com
ศูนย์รวมข้อมูลธุรกิจเอสเอ็มอี

 

RECCOMMEND: MARKETING

การตลาดของคนเกาหลี ขายของแบบไหน สะกดให้นักช้อปซื้อของจนเพลินกระเป๋า

เวลาพูดถึงการท่องเที่ยวเกาหลี หลายคนก็จะนึกถึงแสงและความโมเดิร์น นึกถึงย่านช้อปปิ้ง แต่รู้ไหมว่าจริงๆ แล้วคนเกาหลีกลับมีวิธีทำการตลาด ขายสินค้าได้อย่างน่าสนใจเช่นกัน

หายนะทางธุรกิจ บริษัทระดับโลกยังเจ๊ง เมื่อมองตัวเองไม่ออก อาการของ Marketing Myopia

"Marketing Myopia" หรือ การตลาดสายตาสั้น คือ อาการมองตัวเองไม่ออก ซึ่งหลายแบรนด์ธุรกิจเคยตกม้าตายเพราะคำนี้มาแล้ว ยกตัวอย่างเช่น โกดักที่คิดค้นกล้องดิจิทัลไว้ แต่กลับเก็บไว้เฉยๆ เพราะคิดว่าตัวเองอยู่ในธุรกิจผลิตฟิล์ม

ลูกค้า นักออกแบบสินค้าที่ดีที่สุดในโลก เปลี่ยนผู้บริโภคมาเป็นผู้ช่วยทางธุรกิจได้ยังไง

ในขณะที่หลายธุรกิจกำลังหมกหมุ่นว่าจะผลิตสินค้าอะไรดี จริงๆ แล้วพวกเขามีนักออกแบบที่ดีอยู่ใกล้ๆ ตัวตลอดนั่นเอง ซึ่งก็ไม่ใช่ใคร "ลูกค้า" ของพวกเขานั่นเอง