ฉลากอัจฉริยะ! จับผิดลำไยไม่ปลอดสาร ช่วยเพิ่มความเชื่อมั่นทั้งคนขายและลูกค้า

TEXT & PHOTO : พิมพ์ใจ พิมพิลา





Main Idea
 
  • สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) สร้างนวัตกรรมใหม่อย่างบรรจุภัณฑ์อัจฉริยะที่สามารถบ่งชี้ความปลอดภัยของปริมาณซัลเฟอร์ไดออกไซด์ในลำไยได้สำเร็จทำให้ผู้บริโภคได้รับรู้ถึงความปลอดภัยก่อนรับประทาน
 
  • สำหรับผู้ประกอบการไม่ว่าจะเป็นผู้ผลิตและผู้จำหน่าย ก็สามารถใช้บรรจุภัณฑ์อัจฉริยะนี้ในการสร้างความแตกต่างที่เหนือกว่าคู่แข่งได้อีกด้วย




     ผู้บริโภคในยุคปัจจุบันล้วนต้องการอาหารที่ปลอดภัยไร้สารพิษ แต่ในความเป็นจริงแล้วเราแทบจะไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้เพราะผู้ผลิตจำเป็นต้องใช้สารบางอย่างทำให้ผลไม้ยังคงความสวยงาม และอยู่ได้นาน เช่นเดียวกับ “ลำไย” ที่กว่าจะมาถึงมือผู้บริโภคได้นั้นก็อาจมีสารตกค้าง อย่าง ซัลเฟอร์ไดออกไซด์ ที่ได้มาจากกระบวนการรมควันลำไยก่อนนำออกไปจัดจำหน่าย


     เกษตรกรต้องรมควันลำไยเพื่อทำให้สีสันยังคงความสวยงามและฆ่าเชื้อราเพื่อยืดอายุผลไม้อบแห้ง เพราะโดยทั่วไปเมื่อเก็บเกี่ยวผลไม้แล้วนำออกมาไว้ข้างนอกเป็นเวลานาน ความชื้นก็จะเข้ามาและถ้ามากในระดับหนึ่งเชื้อราก็จะมีการเจริญเติบโตขึ้น แน่นอนว่าปัญหาที่ตามมาคือผลไม้ก็จะเน่าเสียเร็วนั่นเอง แต่เนื่องจากผู้ผลิตอาจจะไม่มีความรู้เพียงพอว่าควรใส่สารซัลเฟอร์ไดออกไซด์มากน้อยเท่าไหร่ในการรมควันจึงทำให้สารนั้นตกค้างจนก่อให้เกิดปัญหาตามมา





     ดังนั้น สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย หรือ วว. จึงได้สร้างนวัตกรรมใหม่อย่างบรรจุภัณฑ์อัจฉริยะบ่งชี้ความปลอดภัยปริมาณซัลเฟอร์ไดออกไซด์ในลำไยขึ้นมาเพื่อแก้ปัญหานี้ โดยวิจัยและพัฒนาออกมาในรูปแบบฉลากเปลี่ยนสีสำหรับตรวจสอบปริมาณสารซัลเฟอร์ไดออกไซด์ที่ตกค้างบนผิวผลไม้ หากว่ามีปริมาณซัลเฟอร์ไดออกไซด์เกินมาตรฐานที่กำหนด อาจทำให้เกิดปัญหาระหว่างกระบวนการส่งออกจนไม่สามารถส่งออกได้ สร้างความเสียหายให้กับผู้ผลิตเป็นอย่างมาก หรืออีกกรณีหนึ่ง หากส่งไปถึงประเทศผู้ซื้อปลายทางแล้วมีการตรวจสอบพบสารตกค้างนี้ก็จะส่งผลต่อความน่าเชื่อถือของคุณภาพลำไย รวมถึงผลผลิตเกษตรชนิดอื่นจากประเทศไทยอีกด้วย


     ในขณะที่ฝั่งผู้บริโภค ที่ไม่สามารถวัดสารที่อยู่ในผลไม้ได้ด้วยตาเปล่า ก็จะได้รับผลประโยชน์จากฉลากอัจฉริยะนี้ไปเต็มๆ โดยจะได้รู้ว่าลำไยที่กินเข้าไปนั้นปลอดภัยหรือไม่ เพราะเมื่อร่างกายรับสารซัลเฟอร์ไดออกไซด์ไปมากๆ จะเกิดอาการมึนเบลอ อาเจียน หรือส่งผลรุนแรงถึงชีวิตก็ได้





     “ดร. พัชทรา มณีสินธุ์”
ผู้อำนวยการ ศูนย์การบรรจุหีบห่อไทยกล่าวว่า “บรรจุภัณฑ์อัจฉริยะนี้มีหลักการการทำงาน คือเมื่อนำแผ่นสไลด์ไปวางไว้ที่ผลลำไย หากมีปริมาณสารซัลเฟอร์ไดออกไซด์ต่ำ ฉลากจะยังคงสีน้ำตาลเข้มไว้ แต่ถ้ามีปริมาณสารซันเฟอร์ไดออกไซด์มากสีของฉลากจะค่อยๆ จางลงจนไม่มีสี นั่นแสดงว่ามีสารเกินมาตรฐานกำหนด”


     เรียกได้ว่าเป็นวิธีที่สะดวก รวดเร็วและเข้าใจง่าย โดยสามารถเตือนผู้บริโภคก่อนจะตัดสินใจบริโภคลำไย อีกทั้งวิธีการเปลี่ยนสีของฉลากนี้ยังง่ายต่อการเข้าใจของคนทุกคน นอกจากผู้บริโภคจะรับรู้ถึงความปลอดภัยในการรับประทานแล้ว ผู้ผลิตและผู้จำหน่ายก็จะสามารถใช้นวัตกรรมนี้ในการสร้างความแตกต่างให้เหนือกว่าคู่แข่งด้วยบรรจุภัณฑ์อัจฉริยะนี้ได้อีกด้วย นอกจากนั้นเนวัตกรรมนี้ยังสามารถนำไปใช้กับผลิตภัณฑ์ที่มีการรมควันสารซัลเฟอร์ไดออกไซด์อื่นๆ ได้เช่นกัน เมื่อสามารถบ่งชี้ได้ว่าผลิตภัณฑ์นั้นมีความออแกนิคหรือไร้สารพิษจริงก็จะทำให้ผู้บริโภคกล้าซื้อผลไม้แบบไม่ต้องกังวลถึงอันตรายที่จะตามมา



 

     สำหรับผู้ประกอบการที่อยากนำฉลากอัจฉริยะนี้ไปใช้ก็สามารถเข้าไปปรึกษาหารือกับสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทยได้เลย เพราะฉลากนี้เป็นการพัฒนาในระดับห้องปฏิบัติการหากต้องการผลิตเพื่อจำหน่ายในเชิงพาณิชย์จำเป็นต้องปรับปรุงสูตรและกระบวนการผลิตให้สอดคล้องเหมาะสมกับเครื่องจักรที่ใช้ผลิตต่อไปก่อนนำไปใช้จริง เรียกได้ว่าเป็นนวัตกรรมที่ไม่เหมือนใครและเป็นประโยชน์กับผู้ประกอบการเป็นอย่างมากเพราะการที่สามารถการันตีความปลอดภัยของผลไม้ได้ ก็ถือเป็นการสร้างความน่าสนใจให้กับผู้บริโภคมากมายนั่นเอง!

 
www.smethailandclub.com
ศูนย์รวมข้อมูลธุรกิจเอสเอ็มอี
 

RECCOMMEND: MARKETING

การตลาดของคนเกาหลี ขายของแบบไหน สะกดให้นักช้อปซื้อของจนเพลินกระเป๋า

เวลาพูดถึงการท่องเที่ยวเกาหลี หลายคนก็จะนึกถึงแสงและความโมเดิร์น นึกถึงย่านช้อปปิ้ง แต่รู้ไหมว่าจริงๆ แล้วคนเกาหลีกลับมีวิธีทำการตลาด ขายสินค้าได้อย่างน่าสนใจเช่นกัน

หายนะทางธุรกิจ บริษัทระดับโลกยังเจ๊ง เมื่อมองตัวเองไม่ออก อาการของ Marketing Myopia

"Marketing Myopia" หรือ การตลาดสายตาสั้น คือ อาการมองตัวเองไม่ออก ซึ่งหลายแบรนด์ธุรกิจเคยตกม้าตายเพราะคำนี้มาแล้ว ยกตัวอย่างเช่น โกดักที่คิดค้นกล้องดิจิทัลไว้ แต่กลับเก็บไว้เฉยๆ เพราะคิดว่าตัวเองอยู่ในธุรกิจผลิตฟิล์ม

ลูกค้า นักออกแบบสินค้าที่ดีที่สุดในโลก เปลี่ยนผู้บริโภคมาเป็นผู้ช่วยทางธุรกิจได้ยังไง

ในขณะที่หลายธุรกิจกำลังหมกหมุ่นว่าจะผลิตสินค้าอะไรดี จริงๆ แล้วพวกเขามีนักออกแบบที่ดีอยู่ใกล้ๆ ตัวตลอดนั่นเอง ซึ่งก็ไม่ใช่ใคร "ลูกค้า" ของพวกเขานั่นเอง