ชาว ‘มิลเลนเนียล’ เปลี่ยนวัฒนธรรมช้อปสินค้าหรู แพงแค่ไหนก็จ่ายบนโลกออนไลน์

เรื่อง กองบรรณาธิการ





Main Idea
 
 
  • ชาวมิลเลนเนียลกำลังกำหนดบรรทัดฐานใหม่ของการช้อปปิ้งสินค้าลักซ์ชัวรี่ จากที่เคยเดินเข้าร้านเพื่อเลือกและลองสินค้าว่าถูกใจมากแค่ไหนก่อนจะจ่าย วันนี้พวกเขาคลิกซื้อสินค้าแบรนด์หรูผ่านโลกออนไลน์ได้ง่ายๆ
 
  • อิทธิพลของคนรุ่นมิลเลนเนียลหรือ Gen Y ส่งผลต่อวิธีผลิตและการตลาดของแบรนด์ บริษัทต้องเปลี่ยนบรรจุภัณฑ์ใหม่ไปจนถึงให้ความสำคัญกับเทคโนโลยีเสมือนจริงเพื่อให้สอดคล้องกับการใช้ชีวิตของผู้บริโภคกลุ่มนี้มากขึ้น



 

     ชาวมิลเลนเนียล หรือ Gen Y คือกลุ่มผู้บริโภคที่แบรนด์ต่างๆ กำลังใส่ใจมากที่สุด พวกเขากุมทิศทางเทรนด์ที่ส่งผลต่อแนวทางผลิต การสร้างสรรค์สินค้าและบริการ เช่นเดียวกันกำลังสร้างบรรทัดฐานใหม่ในการซื้อสินค้าลักซ์ชัวรี่



               

     คนรุ่นมิลเลนเนียลเติบโตมาพร้อมกับอินเตอร์เนตและเทคโนโลยีโทรศัพท์มือถือ ดังนั้น วิธีการซื้อสินค้าของพวกเขาเปลี่ยนไปไม่เว้นแม่แต่การซื้อสินค้าราคาแพงมากๆ ก็ตาม แบรนด์ต่างๆ จึงต้องเปลี่ยนบรรจุภัณฑ์ใหม่และให้ความสำคัญกับกระบวนการขายและเพิ่มประสบการณ์เสมือนจริงเข้าไปด้วย
               

     ในวันนี้อุตสาหกรรมแฟชั่นลักซ์ชัวรี่กำลังเจอกับการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ เหตุผลมาจากการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมผู้บริโภค เมื่อก้าวเข้าสู่ครึ่งปีหลังของปี 2563 สังเกตได้ว่าแบรนด์ผู้ผลิตและจำหน่ายสินค้าลักซ์ชัวรี่ให้ความสำคัญและนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้มากขึ้น




 
อนาคตของสินค้าลักซ์ชัวรีในมือ Gen Y
               

     จากรายงานของ McKinsey & Company พบว่า ยอดขายสินค้าหรูหราส่วนบุคคลทางออนไลน์ ไม่ว่าจะเป็น เสื้อผ้า รองเท้า เครื่องประดับและนาฬิกา เครื่องหนัง เครื่องสำอางและน้ำหอม มีมูลค่าเป็น 8 เปอร์เซ็นต์ หรือประมาณ 2,000 ล้านยูโร ในตลาดสินค้าหรูทั่วโลกที่มีมูลค่า 254,000 ล้านยูโร และคาดการณ์ว่ายอดขายสินค้าลักซ์ชัวรี่ทางโลกออนไลน์จะเพิ่มขึ้นเป็น 3 เท่าภายในปี 2568 กลายเป็นช่องทางการขายที่สำคัญขึ้นมากอย่างเห็นได้ชัด
               

     และจากรายงานของ Forbes ได้คาดการณ์ว่า ตลาดสินค้าหรูหราทั่วโลกจะมีมูลค่าสูงถึง 1.3 ล้านล้านยูโรภายในปี 2568 โดยธุรกิจที่ให้ความหรูหราเชิงประสบการณ์ (Luxury Lifestyle) จะเติบโตประมาณ 5 เปอร์เซ็นต์ซึ่งเร็วกว่าประเภทสินค้าลักซ์ชัวรี่ อย่าง เสื้อผ้า กระเป๋า รองเท้า หรือเครื่องสำอาง ซึ่งปัจจุบันมีคนรุ่นมิลเลนเนียลจับจ่ายสินค้าลักซ์ชัวรี่ประมาณ 32 เปอร์เซ็นต์ และคาดว่าจะเพิ่มจำนวนขึ้นเป็น 50 เปอร์เซ็นต์ภายใน 5 ปี
               

     เมื่อชาวมิลเลนเนียลซึ่งเป็นลูกค้ากลุ่มใหญ่ใช้ชีวิตบนอินเตอร์เน็ต แบรนด์ลักซ์ชัวรี่จึงเปลี่ยนวัฒนธรรมหรือวิธีการซื้อขายสินค้าราคาแพงที่มีลักษณะเด่นคือโชว์รูมและร้านค้าที่ตกแต่งอย่างหรูหรา ได้กลายมาเป็นการทุ่มพลังให้กับการถ่ายภาพสินค้าและสร้างความดึงดูดใจทางออนไลน์มากขึ้น



 

ชาวมิลเลนเนียลกับบริการทางการแพทย์
               

      วิถีการดำเนินชีวิตของ Gen Y ไม่เพียงแต่เปลี่ยนแปลงการผลิตหรือวิธีการขายของแบรนด์ต่างๆ เท่านั้น ด้วยเทคโนโลยีดิจิทัลทำให้การเจอหน้าเป็นเรื่องจำเป็นน้อยลง หากต้องการพบแพทย์ก็สามารถจองหรือนัดหมายแล้วเข้ารับการตรวจวินิจฉัยผ่านโทรศัพท์มือถือ แม้กระทั่งการดูแลรักษาสุขภาพให้ดูดีเหนือกาลเวลาก็ตาม การผสมผสานเทคโนโลยีเข้ากับปฏิบัติการทางการแพทย์ได้นำไปสู่นวัตกรรมเมดิแคร์ที่มีประสิทธิภาพ
               

     Isabel Alysa เจ้าของแบรนด์ Dolce Glow ที่ให้บริการทำสีผิวแทนให้กับเหล่าเซเลบริตี้ อย่าง Kim Kardashian, Miley Cyrus, Cardi B ก็กำลังนำเสนอคอร์สสำหรับชาวมิลเลนเนียล เธออธิบายว่า ไม่ใช่แค่ก้าวสู่โลกดิจิทัลเท่านั้นแต่ต้องปรับแต่งผลิตภัณฑ์ให้เข้ากับความต้องการส่วนบุคคลและสร้างความแตกต่างให้กับผู้เข้าใช้บริการแต่ละคนด้วย จึงจะเป็นการให้บริการระดับลักซ์ชัวรี่ที่แท้จริง
               

     การเปลี่ยนเปลงของเหล่าแบรนด์ดัง ย่อมดึงดูดความสนใจจากเหล่า Gen Z ได้อย่างไม่ต้องสงสัย
 

www.smethailandclub.com
ศูนย์รวมข้อมูลธุรกิจเอสเอ็มอี

 

RECCOMMEND: MARKETING

การตลาดของคนเกาหลี ขายของแบบไหน สะกดให้นักช้อปซื้อของจนเพลินกระเป๋า

เวลาพูดถึงการท่องเที่ยวเกาหลี หลายคนก็จะนึกถึงแสงและความโมเดิร์น นึกถึงย่านช้อปปิ้ง แต่รู้ไหมว่าจริงๆ แล้วคนเกาหลีกลับมีวิธีทำการตลาด ขายสินค้าได้อย่างน่าสนใจเช่นกัน

หายนะทางธุรกิจ บริษัทระดับโลกยังเจ๊ง เมื่อมองตัวเองไม่ออก อาการของ Marketing Myopia

"Marketing Myopia" หรือ การตลาดสายตาสั้น คือ อาการมองตัวเองไม่ออก ซึ่งหลายแบรนด์ธุรกิจเคยตกม้าตายเพราะคำนี้มาแล้ว ยกตัวอย่างเช่น โกดักที่คิดค้นกล้องดิจิทัลไว้ แต่กลับเก็บไว้เฉยๆ เพราะคิดว่าตัวเองอยู่ในธุรกิจผลิตฟิล์ม

ลูกค้า นักออกแบบสินค้าที่ดีที่สุดในโลก เปลี่ยนผู้บริโภคมาเป็นผู้ช่วยทางธุรกิจได้ยังไง

ในขณะที่หลายธุรกิจกำลังหมกหมุ่นว่าจะผลิตสินค้าอะไรดี จริงๆ แล้วพวกเขามีนักออกแบบที่ดีอยู่ใกล้ๆ ตัวตลอดนั่นเอง ซึ่งก็ไม่ใช่ใคร "ลูกค้า" ของพวกเขานั่นเอง