ไลฟ์สไตล์คนเปลี่ยนหลังโควิด ทำธุรกิจที่อยู่อาศัยแบบไหนให้ตอบโจทย์?

TEXT : กองบรรณาธิการ





Main Idea

 
  • โควิดและวิถีชีวิต New Normal ทำพฤติกรรมลูกค้าธุรกิจที่อยู่อาศัยเปลี่ยน  
 
  • ช่องทางการขายออนไลน์จะกลายเป็นเครื่องมือสำคัญ   
 
  • การพัฒนาโครงการใหม่ต้องเน้นความคุ้มค่าเพื่อสอดคล้องกับกำลังซื้อและการแข่งขัน
 
  • ไลฟ์สไตล์ใหม่อย่าง Work from home จะส่งผลต่อการเลือกที่อยู่อาศัยในปัจจุบัน
 
  • รูปแบบการพัฒนาโครงการต้องตอบโจทย์เทรนด์ผู้บริโภคยุคใหม่ด้วย
 
 


 
     ว่ากันว่าสิ่งที่ยากที่สุดหลังโควิด-19 คือพฤติกรรมของผู้บริโภคที่แปรเปลี่ยน และพฤติกรรมที่ว่านี้กำลังส่งมอบโจทย์ท้าทายให้กับผู้ประกอบการในกลุ่มต่างๆ รวมถึงตลาดที่อยู่อาศัยและธุรกิจที่เกี่ยวข้อง ทั้งรายใหญ่รายเล็ก รายเก่าและรายใหม่ ที่ต้องปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ ปรับเปลี่ยนวิธีการในการทำธุรกิจตามไปด้วย



 

ส่องสถานการณ์ตลาดที่อยู่อาศัยครึ่งปีแรก 2563


     EIC รายงานว่า การระบาดของโควิด -19 ครั้งนี้ ซ้ำเติมให้ยอดขายที่อยู่อาศัยในปี 2563 หดตัวลงอย่างต่อเนื่องหลังจากที่ได้รับผลกระทบจากมาตรการ LTV (Loan to Value หรือ อัตราส่วนเงินให้สินเชื่อที่อยู่อาศัยต่อมูลค่าหลักประกัน) ที่มีผลบังคับใช้เมื่อเดือนเมษายนปี 2562 ที่ผ่านมา ขณะที่ตลาดที่อยู่อาศัยเข้าสู่ภาวะซบเซาลงอย่างต่อเนื่องจากภาวะเศรษฐกิจที่หดตัวและกำลังซื้อของต่างชาติที่อ่อนแอลง ส่งผลให้ยอดการขายที่อยู่อาศัยในกรุงเทพฯ และปริมณฑลในปี 2562 หดตัวลงที่ -17 เปอร์เซ็นต์ YoY และต่อเนื่องมาในปี 2563 ที่ถูกซ้ำเติมจากการแพร่ระบาดของโควิด-19  ส่งผลให้ตลาดที่อยู่อาศัยหดตัวลงมากยิ่งขึ้น สะท้อนได้จากข้อมูลของ AREA ที่จำนวนหน่วยขายได้ในครึ่งแรกของปี 2563 ที่หดตัวลงไปถึง -45 เปอร์เซ็นต์ YOY  จากกำลังซื้อที่ปรับลดลงและผลกระทบจากมาตรการล็อกดาวน์ ที่ส่งผลให้ผู้บริโภคชะลอการออกไปทำกิจกรรมต่างๆ นอกบ้าน


     ขณะที่ยอดขายจากต่างชาติต้องหยุดชะงักลงจากการจำกัดการเดินทางระหว่างประเทศและภาวะเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัวลง นอกจากนี้ยอดขายที่ปรับลดลงมากยังเป็นผลจากการชะลอการเปิดโครงการใหม่ๆ ออกไป ทั้งนี้จะพบว่าอัตราขายได้ในเดือนแรกของโครงการเปิดใหม่  (Sale Rate) ปรับลดลงอย่างต่อเนื่องต่ำกว่าค่าเฉลี่ยในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา ทั้งในส่วนของคอนโดมิเนียมและแนวราบ โดยเฉลี่ยในช่วงครึ่งแรกของปี 2563 อัตราขายได้สำหรับคอนโดมิเนียมอยู่ที่ 26 เปอร์เซ็นต์ ทาวน์เฮาส์อยู่ที่ 13 เปอร์เซ็นต์ บ้านเดี่ยวและบ้านแฝดอยู่ที่ 8 เปอร์เซ็นต์ ของจำนวนที่อยู่อาศัยที่เปิดใหม่ทั้งหมดในแต่ละประเภท




 
ไลฟ์สไตล์คนเปลี่ยน ผู้ประกอบการต้องปรับกลยุทธ์


     ความท้าทายของการทำธุรกิจที่อยู่อาศัยในวันนี้ ไม่ได้อยู่ที่สถานการณ์เศรษฐกิจ วิกฤตไวรัส และการแข่งขันที่รุนแรงขึ้นเท่านั้น แต่สิ่งสำคัญที่กดดันให้ผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์ด้านที่อยู่อาศัย ต้องปรับตัวรับมือ คือ พฤติกรรมและความต้องการของผู้บริโภคที่แปรเปลี่ยนไป นั่นทำให้ต้องปรับกลยุทธ์เพื่อให้ตอบโจทย์พฤติกรรมและไลฟ์สไตล์ที่เปลี่ยนแปลงไปนี้





     และนี่คือ 4 ข้อสำคัญที่ผู้ประกอบการอสังหาฯ ยุคนี้ต้องรู้

 
     1.ช่องทางการขายออนไลน์เป็นเครื่องมือการตลาดที่สำคัญ


     การแพร่ระบาดของโควิด -19 เป็นปัจจัยสำคัญที่ผลักดันให้เทคโนโลยีรวมถึงดิจิทัลแพลตฟอร์มต่างๆ เข้ามามีบทบาทต่อการซื้อขายที่อยู่อาศัยมากขึ้น ตั้งแต่การเลือกซื้อบ้านผ่านทางช่องทางออนไลน์ที่ได้รับการยอมรับมากขึ้นจากผู้บริโภค โดยจะเป็นช่องทางเสริมในการเข้าถึงผู้ซื้อเนื่องจากผู้บริโภคสามารถเปรียบเทียบโครงการต่างๆ ได้พร้อมๆ กันหลายโครงการ โดยไม่ต้องตระเวนไปทุกโครงการให้ยากลำบาก นอกจากนี้ การนำเอาเทคโนโลยีต่างๆ อย่างเช่น AR VR รวมถึงการ Live ของผู้ประกอบการยังมีส่วนสำคัญในการช่วยกระตุ้นความสนใจของผู้บริโภคได้อีกด้วย




 
     2.เน้นความคุ้มค่าเพื่อรับกับกำลังซื้อที่ลดลงและการแข่งขันกับตลาดมือสอง


     ในการพัฒนาโครงการใหม่ๆ ผู้ประกอบการจะต้องเน้น “ความคุ้มค่า” เพื่อให้สอดคล้องกับกำลังซื้อและความสามารถในการซื้อบ้านที่ลดลงของผู้คน อีกทั้งยังต้องแข่งขันกับความต้องการบ้านมือสองที่คาดว่าจะมีทรัพย์สินที่รอการขาย (Non Performing Asset) เข้ามาในตลาดมากขึ้นจากผลกระทบของโควิด -19 ครั้งี้ ซึ่งคาดว่าจะทำให้เกิดหนี้เสียในตลาดที่อยู่อาศัยเพิ่มขึ้นด้วย




 
     3.ไลฟ์สไตล์ใหม่ส่งผลต่อการเลือกที่อยู่อาศัยยุคนี้


     การเลือกทำเลที่เดิมอาจเป็นปัจจัยหลักในการเลือกที่อยู่อาศัย แต่แนวโน้มผู้บริโภควันนี้จะให้น้ำหนักความสำคัญของพื้นที่ใช้สอยในการพิจารณาเลือกที่อยู่อาศัยมากขึ้น เนื่องจากผู้คนมีแนวโน้มที่จะใช้เวลาอยู่ในบ้านมากขึ้น ตลอดจนกระแสการ Work from home ที่ส่งผลให้ผู้บริโภคต้องการบ้านที่มีพื้นที่ใช้สอยมากขึ้นภายใต้งบประมาณเดิม ส่งผลให้ที่อยู่อาศัยประเภททาวน์เฮาส์ซึ่งมีพื้นที่ใช้สอยมากกว่าคอนโดมิเนียมในเมือง แต่อาจอยู่ทำเลห่างออกไปเล็กน้อยแต่ยังอยู่ในทำเลใกล้กับโครงข่ายรถไฟฟ้าเส้นต่าง ๆ จะได้รับความสนใจมากขึ้น เนื่องจากการขยายโครงข่ายส่วนต่อขยายรถไฟฟ้าเส้นทางใหม่ๆ ที่มีความครอบคลุมและครบวงจรจะส่งผลให้การเดินทางมีความสะดวกรวดเร็วมากขึ้นนั่นเอง




 
     4.รูปแบบต้องตอบโจทย์เทรนด์ผู้บริโภคยุคใหม่


     การออกแบบโครงการในอนาคตต้องตอบโจทย์วิถีชีวิตในรูปแบบใหม่ด้วย ซึ่งส่งผลให้รูปแบบโครงการที่จะตอบโจทย์ความต้องการในอนาคตต้องปรับเปลี่ยนไป อาทิ การออกแบบที่ตอบโจทย์ Work from home เช่น การออกแบบให้มีพื้นที่โล่งที่ผู้ซื้อสามารถปรับแต่งตามไลฟ์สไตล์และรูปแบบที่ต้องการใช้งานได้มากขึ้น หรือแม้แต่การออกแบบที่เน้นการประหยัดพลังงานเนื่องจากผู้อยู่อาศัยต้องใช้ชีวิตในบ้านมากขึ้น และการพัฒนาโครงการจะต้องคำนึงถึงความปลอดภัยและสุขลักษณะที่ดีในการอยู่อาศัยมากขึ้น อย่างเช่น การนำเอาเทคโนโลยีที่ไร้การสัมผัส (Untouch) มาประยุกต์ใช้ในพื้นที่ส่วนกลางต่างๆ ให้มากที่สุด อาทิ การเปิดปิดประตูและลิฟท์ที่ใช้ระบบการสแกนคีย์การ์ดต่าง ๆ 
 
               
     และนี่คือ 4 สิ่งสำคัญที่ผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์ด้านที่อยู่อาศัยตลอดจนธุรกิจที่เกี่ยวข้อง เช่น บริษัทรับออกแบบบ้าน บริการรับตกแต่งภายใน ธุรกิจเฟอร์นิเจอร์ และอื่นๆ สามารถนำไปเป็นแนวทางในการกำหนดกลยุทธ์ธุรกิจของตัวเองได้ เพื่อให้ท่ามกลางความยากลำบากของธุรกิจที่อยู่อาศัย แต่เรายังสามารถประคับประคองกิจการให้อยู่ต่อไปได้ โดยเริ่มจากการรู้เท่าทันพฤติกรรมที่เปลี่ยนแปลงไปของผู้บริโภค  
 

     ที่มา : เรียบเรียงจากบทวิเคราะห์ของ EIC โดยธนาคารไทยพาณิชย์
 
 
www.smethailandclub.com
ศูนย์รวมข้อมูลธุรกิจเอสเอ็มอี
 

RECCOMMEND: MARKETING

การตลาดของคนเกาหลี ขายของแบบไหน สะกดให้นักช้อปซื้อของจนเพลินกระเป๋า

เวลาพูดถึงการท่องเที่ยวเกาหลี หลายคนก็จะนึกถึงแสงและความโมเดิร์น นึกถึงย่านช้อปปิ้ง แต่รู้ไหมว่าจริงๆ แล้วคนเกาหลีกลับมีวิธีทำการตลาด ขายสินค้าได้อย่างน่าสนใจเช่นกัน

หายนะทางธุรกิจ บริษัทระดับโลกยังเจ๊ง เมื่อมองตัวเองไม่ออก อาการของ Marketing Myopia

"Marketing Myopia" หรือ การตลาดสายตาสั้น คือ อาการมองตัวเองไม่ออก ซึ่งหลายแบรนด์ธุรกิจเคยตกม้าตายเพราะคำนี้มาแล้ว ยกตัวอย่างเช่น โกดักที่คิดค้นกล้องดิจิทัลไว้ แต่กลับเก็บไว้เฉยๆ เพราะคิดว่าตัวเองอยู่ในธุรกิจผลิตฟิล์ม

ลูกค้า นักออกแบบสินค้าที่ดีที่สุดในโลก เปลี่ยนผู้บริโภคมาเป็นผู้ช่วยทางธุรกิจได้ยังไง

ในขณะที่หลายธุรกิจกำลังหมกหมุ่นว่าจะผลิตสินค้าอะไรดี จริงๆ แล้วพวกเขามีนักออกแบบที่ดีอยู่ใกล้ๆ ตัวตลอดนั่นเอง ซึ่งก็ไม่ใช่ใคร "ลูกค้า" ของพวกเขานั่นเอง