“คน ชุมชน เมืองเก่า” เปลี่ยนเรื่องเล่าให้เป็นจุดขาย สไตล์ท่องเที่ยวภูเก็ต

TEXT : กองบรรณาธิการ
PHOTO : Woo Gallery





Main Idea
 
 
     สร้างจุดขายในแบบท่องเที่ยวชุมชมภูเก็ต
 
 
  • ดึงเรื่องราวของ คน ชุมชน และเมืองเก่า มาสร้างจุดขายใหม่
 
  • จัดรูปแบบการท่องเที่ยวที่ Exclusive ยากจะหาจากที่ไหนได้
 
  • เน้นการทำงานร่วมกันของชุมชน
 
  • การจัดรูปแบบการท่องเที่ยวไปพร้อมกับการอนุรักษ์
 
  • ให้คุณค่ากับมรดกทางวัฒนธรรมที่สืบสานกันมานาน
 
  • ดึงการท่องเที่ยวไปเป็นโมเดลเพื่ออนุรักษ์สิ่งดีงามไว้
 


 
               
     สิ่งของบางอย่าง วัฒนธรรมประเพณีที่เราเห็นจนคุ้นชิน ตำนานและเรื่องเล่าที่ฟังกันมาตั้งแต่เด็ก อาจไม่สามารถดึงดูดความสนใจของเราได้มากมายนัก จนหลายครั้งก็อาจเผลอละเลยมองข้ามไป แต่กับคนต่างถิ่น ต่างพื้นที่ ต่างวัฒนธรรม เรื่องราวแสนธรรมดาเหล่านั้นกลับสร้างแรงดึงดูดใจให้อยากไปสัมผัส จนกลายเป็นโอกาสธุรกิจและการท่องเที่ยวรูปแบบใหม่ขึ้นมาได้
               

     เช่นเดียวกับเรื่องเล่าของ คน ชุมชน และเมืองเก่า ในจังหวัดภูเก็ตที่เรานำมาฝากกันวันนี้




               
                เผด็จ วุฒิชาญ” กับเรื่องเล่าของตระกูลหวู ที่ Woo Gallery & Boutique Hotel
             

     ใครที่ไปเยี่ยมเยือนภูเก็ตแล้วแวะไปย่านเมืองเก่าคงมีโอกาสได้เจอกับ “หวู แกลเลอรี่ แอนด์ บูติกโฮเทล” (Woo Gallery & Boutique Hotel) การรวมตัวกันของโรงแรมและพิพิธภัณฑ์ที่โดดเด่นด้วยสถาปัตยกรรมแนวชิโน-ยูโรเปียนซึ่งได้รับการอนุรักษ์ไว้อย่างดี เดิมบ้านหลังนี้ คือร้านขายนาฬิกานำเข้าจากต่างประเทศและรับซ่อมนาฬิกา ชื่อร้าน “หม่อเส้ง” เจ้าของคือ “หงอเลียดฉ่าน” ชาวจีนฮกเกี้ยนที่มาจากมณฑลฟูเจี้ยน จีนแผ่นดินใหญ่ และได้แต่งงานกับ “ตันสิ้วหอง” ลูกสาวเจ้าของร้าน “หม่อหงวน” ที่ขายสินค้าเครื่องใช้ในครัวเรือน ภายหลังร้านหม่อเส้งต้องปิดตัวลงเพราะสภาพเศรษฐกิจหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 แต่ร้านยังใช้เป็นที่อยู่อาศัยของครอบครัว จนทั้งสองเสียชีวิตลง ลูกหลานก็แยกย้ายกันออกไป





     จนปี 2560 “เผด็จ วุฒิชาญ” หลานชายของหงอเลียดฉ่าน ในฐานะทายาทรุ่น 3 ก็เข้ามาซ่อมแซมปรับปรุงบ้านเก่าและเปลี่ยนเป็น  Woo Gallery & Boutique Hotel โรงแรมและพิพิธภัณฑ์ที่เต็มไปด้วยเรื่องเล่าและตำนาน กับประวัติศาสตร์ที่ยาวนานกว่าร้อยปี ภาพถ่ายเก่า ข้าวของเครื่องใช้ ของสะสมโบราณที่ส่งต่อในตระกูล รายละเอียดทางสถาปัตยกรรมต่างๆ ในตัวบ้าน ในส่วนของห้องพักตกแต่งสไตล์ Heritage Contemporary Design ให้กลิ่นอายวัฒนธรรมจีนผสมยุโรป และมีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน นอกจากนี้ยังมีห้องอาหารที่ให้บริการอาหารพื้นเมืองภูเก็ต เป็นเสน่ห์ให้ใครหลายคนอยากมาแวะเยือนหา


     ขณะที่เผด็จเอง ทำหน้าที่ถ่ายทอดเรื่องราวในประวัติศาสตร์ของครอบครัวได้อย่างฉะฉาน กลายเป็นจุดขายที่ผูกเอาความเป็น “คน ชุมชน และเมืองเก่า” มาดึงดูดความสนใจของนักท่องเที่ยวได้อย่างน่าสนใจ และทำให้บ้านเก่าหลังนี้ไม่เคยเงียบเหงาอีกเลยในวันนี้



 

“แอนนี่-อธิษฐ์รดา จันทร์ชูวณิชกุล” นางฟ้ากู่เจิงผู้มากพรสวรรค์แม้พิการทางสายตา
               

     ใครที่ไปเยี่ยมเยือนเมืองเก่าภูเก็ต และเลือกทัวร์วัฒนธรรมโดยมีไกด์ท้องถิ่นนำทางไปสัมผัสเรื่องราวสุด Exclusive คงไม่พลาดไฮไลท์สำคัญอย่างการจิบชายามบ่ายฟังเสียงเพลงเพราะๆ จาก “แอนนี่-อธิษฐ์รดา” นักดนตรีกู่เจิงลูกหลานชาวภูเก็ตผู้พิการทางสายตาคนเดียวในประเทศไทย เจ้าของฉายา “นางฟ้ากู่เจิง”
               

     แอนนี่ เป็นสาวสวยผู้มีรอยยิ้มเปื้อนใบหน้าอยู่เสมอ เสียงเพลงเพราะๆ ทั้งเพลงเก่า เพลงใหม่ เพลงไทย เพลงจีน ที่ถ่ายทอดออกมาอย่างมากพรสวรรค์จนหลายคนอาจไม่เชื่อว่า ความจริงแล้วเธอมองเห็นเพียง 20 เปอร์เซ็นต์เท่านั้นตั้งแต่กำเนิด โดยครอบครัวสนับสนุนให้เธอเล่นดนตรีหลากหลายชนิด จนมาเจอกับ “กู่เจิง” หนึ่งในเครื่องดนตรีที่ถูกยกให้เป็นเครื่องดนตรีปราบเซียนเพราะมีถึง 21 สาย และแม้แต่คนสายตาดีก็ไม่ใช่จะเล่นเป็นได้ง่ายๆ เธอบอกว่าเลือกเล่นกู่เจิงเพราะมีแรงบันดาลใจจากการได้ฟังฟ้าหญิงจุฬาภรณ์ทรงกู่เจิง จึงลองฝึกเล่น และหาโอกาสไปเรียนเพิ่ม แม้ช่วงแรกๆ จะเป็นไปด้วยความยากลำบากเพราะข้อจำกัดทางสายตา แต่เธอก็พัฒนาฝีมือขึ้นมาเรื่อยๆ จนมีโอกาสได้โชว์ฝีมือที่งานเทศกาลของ จ.ภูเก็ต ทำให้เธอกลายเป็นที่รู้จัก และเริ่มเล่นดนตรีเป็นอาชีพนับแต่นั้น
 

     วันนี้แอนนี่กลายเป็นส่วนหนึ่งของการท่องเที่ยวชุมชนภูเก็ต เป็นหมุดหมายที่ใครหลายคนอยากแวะเยือนเพื่อฟังเสียงเพลงเพราะๆ และพรสวรรค์อันน่าทึ่ง ซึ่งนอกจากจะเชื่อมโยงผู้คนเข้ากับวัฒนธรรมประเพณีอันงดงามด้วยเสียงเพลงเพราะๆ จากกู่เจิงแล้ว เธอยังเป็นเหมือนทูตวัฒนธรรมที่คอยบอกเล่าความน่าสนใจของเมืองภูเก็ต เชื้อเชิญให้ผู้คนได้มาท่องเที่ยวในเมืองที่เต็มไปด้วยความหลากหลายทางวัฒนธรรม อาหารอร่อย ตึกรามบ้านช่องงดงาม และตำนานที่ยังมีลมหายใจแห่งนี้



 
 
            “แปะโป้-มนูญ หล่อโลหะการ”  ทายาทผู้สืบสานโรงตีเหล็กแห่งสุดท้าย “ไต่สุ้นอั้น”


     นอกจากสถาปัตยกรรมและวัฒนธรรมอันงดงามและหลากหลาย ภูเก็ตยังเป็นหนึ่งในเมืองที่เต็มไปด้วยร่องรอยของความรุ่งเรืองในอดีต หนึ่งในนั้นคือ “ไต่สุ้นอั้น” โรงตีเหล็กแห่งสุดท้ายบนถนนดีบุก ภาพสะท้อนความรุ่งเรืองในยุคการทำเหมืองแร่ แม้จะผ่านมากว่าร้อยปีแต่โรงเหล็กแห่งนี้ก็ยังคงอยู่ โดยมี “แปะโป้-มนูญ” วัย 68 ปี ในฐานะทายาทรุ่นที่ 3 ผู้สืบทอดโรงตีเหล็ก ไต่สุ้นอั้น คอยทำหน้าที่ต้อนรับนักท่องเที่ยวที่แวะมาเยือนร้านในความทรงจำแห่งนี้
 

     ใครที่แวะมาที่นี่คงคุ้นตาดีกับแปะโป้ในชุดกางเกงยีนส์ตัวเก่ง ไม่สวมเสื้อ พร้อมทำงานกับความร้อน คอยสาธิตอุปรกณ์เครื่องใช้ในการตีเหล็ก และชักชวนให้นักท่องเที่ยวได้ลองถือค้อนทุบเหล็กร้อนๆ ดูสักครั้ง แปะโป้เริ่มตีเหล็กมาตั้งแต่สมัยเรียน ป.6 และฝึกฝนจนประกอบอาชีพเป็นช่างตีเหล็กอย่างเต็มตัวเมื่ออายุ 16 ปี และทำอาชีพนี้มากว่า 5 ทศวรรษแล้ว สามารถเลี้ยงดูครอบครัวและส่งเสียลูกๆ จนจบปริญญาตรี และยังคงตีเหล็กอย่างมีความสุขอยู่ในวันนี้
ในวันที่โรงตีเหล็กล้มหายตายจาก ก่อนที่อาชีพช่างตีเหล็กจะกลายเป็นตำนาน ชุมชนย่านเมืองเก่าภูเก็ตจึงช่วยกันอนุรักษ์โรงตีเหล็กแห่งสุดท้ายไว้ โดยการเอาการท่องเที่ยวมาสนับสนุน โรงตีเหล็กไต่สุ้นอั้น จึงมีบทบาทใหม่เป็นแหล่งเรียนรู้ในชุมชนย่านเมืองเก่าภูเก็ต เพื่อต้อนรับผู้คนให้มารู้จักกับโรงตีเหล็ก เรียนรู้อุปกรณ์ต่างๆ และบรรยากาศภายในร้านที่เป็นเหมือนพิพิธภัณฑ์มีชีวิต บางครั้งก็มีเสียงเพลงจีนมาขับกล่อม ชักชวนผู้คนให้ย้อนเวลาไปสัมผัสคุณค่าและร่องรอยความรุ่งเรืองในอดีตของพวกเขาอีกครั้ง



 
               

     นี่คือตัวอย่างของการพัฒนาการท่องเที่ยวที่ทำโดยชุมชนเพื่อชุมชน โดยเลือกดึงเสน่ห์ของ “คน ชุมชน และเมืองเก่า” มาเล่าใหม่จนกลายเป็นจุดขายที่นักท่องเที่ยวทั่วสารทิศอยากแวะมาเยือนหา การทำงานร่วมกันของชุมชน การจัดรูปแบบการท่องเที่ยวไปพร้อมกับการอนุรักษ์ และการให้คุณค่ากับมรดกทางวัฒนธรรมที่สืบสานกันมานาน คือสิ่งที่ทำให้ภูเก็ตประสบความสำเร็จในการจัดการท่องเที่ยวในวันนี้  ซึ่งชุมชนอื่นๆ ก็สามารถนำแนวทางนี้ไปสร้างจุดขายที่มีเสน่ห์ในแบบของตัวเองได้เช่นกัน
 
 
www.smethailandclub.com
ศูนย์รวมข้อมูลธุรกิจเอสเอ็มอี
 

RECCOMMEND: MARKETING

การตลาดของคนเกาหลี ขายของแบบไหน สะกดให้นักช้อปซื้อของจนเพลินกระเป๋า

เวลาพูดถึงการท่องเที่ยวเกาหลี หลายคนก็จะนึกถึงแสงและความโมเดิร์น นึกถึงย่านช้อปปิ้ง แต่รู้ไหมว่าจริงๆ แล้วคนเกาหลีกลับมีวิธีทำการตลาด ขายสินค้าได้อย่างน่าสนใจเช่นกัน

หายนะทางธุรกิจ บริษัทระดับโลกยังเจ๊ง เมื่อมองตัวเองไม่ออก อาการของ Marketing Myopia

"Marketing Myopia" หรือ การตลาดสายตาสั้น คือ อาการมองตัวเองไม่ออก ซึ่งหลายแบรนด์ธุรกิจเคยตกม้าตายเพราะคำนี้มาแล้ว ยกตัวอย่างเช่น โกดักที่คิดค้นกล้องดิจิทัลไว้ แต่กลับเก็บไว้เฉยๆ เพราะคิดว่าตัวเองอยู่ในธุรกิจผลิตฟิล์ม

ลูกค้า นักออกแบบสินค้าที่ดีที่สุดในโลก เปลี่ยนผู้บริโภคมาเป็นผู้ช่วยทางธุรกิจได้ยังไง

ในขณะที่หลายธุรกิจกำลังหมกหมุ่นว่าจะผลิตสินค้าอะไรดี จริงๆ แล้วพวกเขามีนักออกแบบที่ดีอยู่ใกล้ๆ ตัวตลอดนั่นเอง ซึ่งก็ไม่ใช่ใคร "ลูกค้า" ของพวกเขานั่นเอง