เจาะ 3 พฤติกรรม “เราเที่ยวด้วยกัน” ทำนักท่องเที่ยวเปลี่ยน! จองปุ๊บปั๊บ ทะลักกลางสัปดาห์

TEXT : กองบรรณาธิการ





Main Idea
 
    
     3
พฤติกรรมนักท่องเที่ยวเปลี่ยน จากโครงการเราเที่ยวด้วยกัน
 
  • ศุกร์ - อาทิตย์เต็ม ก็หันมาจองห้องพักกลางสัปดาห์มากขึ้น
 
  • นิยมจองใกล้ๆ ล่วงหน้าไม่เกิน 1 อาทิตย์ เนื่องจากไม่สามารถเปลี่ยนแปลงหรือยกเลิกได้
 
  • เลือกที่พักที่เข้าร่วมโครงการก่อน เพื่อจะได้รับสิทธิ์ส่วนลด และคูปองอาหารเครื่องดื่ม
     

          

     ย่างเข้าสู่ฤดูไฮซีซั่นของทุกปีเป็นสิ่งที่ผู้ประกอบการท่องเที่ยวทุกคนต่างรอคอย โดยเฉพาะผู้ประกอบการที่พักน้อยใหญ่ ซึ่งแม้จะต้องบอบช้ำกับสถานการณ์โควิด-19 ที่เข้ามาตั้งแต่ต้นปี แต่เมื่อเวียนมาถึงไฮซีซั่นท้ายปีความหวังก็เริ่มกลับมาอีกครั้งหนึ่ง โดยเฉพาะเมื่อมีโครงการสนับสนุนจากภาครัฐอย่าง “เราเที่ยวด้วยกัน” เข้ามา จากบรรยากาศเงียบเหงาก็ดูจะคึกคักมากขึ้น เรียกว่าอาจดีกว่าเมื่อปลายปีที่ผ่านมาด้วยซ้ำ


     โดยเฉพาะจากการขยายระยะเวลาโครงการเพิ่มขึ้นเฟส 2 ที่เริ่มต้นขึ้นตั้งแต่ต้นพฤศจิกายน 2563 – สิ้นมกราคม 2564 (จากเดิมกรกฎาคม – ตุลาคม 2563) ซึ่งเริ่มเข้าสู่ฤดูไฮซีซั่นพอดี โรงแรมที่พักหลายแห่งกลับมียอดจองเข้ามาแบบล้นทะลัก แถมด้วยเงื่อนไขและสิทธิ์พิเศษที่ได้รับจากโครงการ ยังส่งผลต่อพฤติกรรมของผู้บริโภคเปลี่ยนไปด้วย โดยจากการสอบถามและรวบรวมข้อมูลจากผู้ประกอบการที่พักตัวจริงเสียงจริง สามารถสรุปออกมาได้ 3 ข้อดังนี้




 
ห้องพักกลางสัปดาห์ถูกจองเต็มมากขึ้น
               

     ยอดการจองห้องพักเข้ามาของลูกค้าที่ใช้สิทธิ์โครงการเราเที่ยวด้วยกัน จะไม่ใช่แค่เฉพาะวันศุกร์ – อาทิตย์หรือวันหยุดยาวอย่างที่ผู้ประกอบการหลายคนคุ้นชินกันอีกต่อไปแล้ว ด้วยค่าห้องพักที่ลดลงกว่า 40 เปอร์เซ็นต์ บวกกับคูปองส่วนลดที่ใช้ได้สูงสุด 900 บาทต่อ 1 สิทธิ์ห้องพักในวันธรรมดา (จันทร์ – พฤหัส) ในขณะที่วันศุกร์ – อาทิตย์จะได้รับสูงสุดแค่เพียง 600 บาท จึงจูงใจให้ลูกค้าส่วนหนึ่งพยายามหันมาจองห้องพักในวันธรรมดามากขึ้นด้วย


     โดยผู้ประกอบหลายคนที่ได้สอบถามมาแจ้งว่า ปกติในช่วงกลางสัปดาห์ห้องพักจะค่อนข้างว่าง ถึงจะมีลูกค้าเข้าพักก็จะไม่เยอะมากเท่ากับศุกร์ - อาทิตย์ แต่หลังจากที่รัฐเริ่มมีการขยายโครงการสนับสนุนออกมาเฟส 2 ทำให้ยอดจองในวันธรรมดากลับเพิ่มสูงขึ้น จากที่เคยว่างก็กลายเป็นเกือบเต็มหรือบางวันก็เต็มไปแล้วด้วย ทำให้ตั้งรับแทบไม่ทันเช่นกัน แต่ถึงจะมียอดจองห้องพักเพิ่มมากขึ้น แต่ลูกค้าส่วนใหญ่ยังคงเลือกที่จะจองวันหยุดสุดสัปดาห์ศุกร์ – อาทิตย์เข้ามาก่อนอยู่ดี เมื่อเห็นว่าถูกจองเต็มแล้ว ไม่เหลือห้องว่างจึงค่อยขยับมาเลือกในวันธรรมดามากขึ้น




 
นิยมจองใกล้ๆ ล่วงหน้าไม่เกิน 1 อาทิตย์
               

     อีกหนึ่งพฤติกรรมของลูกค้านักท่องเที่ยวที่ดูเปลี่ยนไปในช่วงเวลานี้ ก็คือ จากส่วนใหญ่ที่จะนิยมวางแพลนยาวล่วงหน้าเป็นหลายสัปดาห์หรือหลายเดือนก่อนเข้าพัก ก็หันมาจองกันแบบใกล้วันเข้าพักล่วงหน้าแค่ 3 – 7 วันมากขึ้น เหตุผลอาจเป็นเพราะว่าเงื่อนไขการใช้สิทธิ์โครงการที่ไม่สามารถเปลี่ยนแปลง หรือยกเลิกได้หากทำการจองไปแล้ว


     โดยผู้ประกอบการที่พักเล็กๆ รายหนึ่งเล่าว่าก่อนเข้าสู่เดือนพฤศจิกายนตารางห้องพักของเขายังว่างอยู่มาก มีลูกค้าจองมาไม่ถึง 10 รายได้ซ้ำ แต่พอย่างเข้าสู่ต้นพฤศจิกายนได้ไม่นานเท่าไหร่ กลับมีลูกค้าจองเข้ามาแบบถล่มทลาย บางวันจองเข้ามามากถึง 20 - 30 รายได้ด้วยซ้ำ จนบางวันต้องปิดรับการจองลง เพื่อกลับไปตั้งตัววางแผนใหม่ เพราะไม่สามารถทำห้องพักให้ได้ทัน




 
ยอดจองกว่า 95 เปอร์เซ็นต์ มาจากลูกค้าที่เข้าร่วมโครงการรัฐ
               

     โดยจากข้อ 1 และ 2 ที่กล่าวมา ผู้ประกอบการที่พักที่ให้ข้อมูลต่างกล่าวเป็นเสียงเดียวกันว่า ส่วนใหญ่แล้วเป็นลูกค้าที่ใช้สิทธิ์โครงการเราเที่ยวด้วยกันและโครงการสนับสนุนอื่นๆ จากภาครัฐในช่วงเวลานี้สูงกว่า 95 เปอร์เซ็นต์เลยทีเดียว โดยเห็นได้ชัดมากขึ้นตั้งแต่ที่มีการขยายระยะเวลาโครงการออกมาเฟส 2 เนื่องเป็นช่วงไฮซีซั่นเริ่มเข้าสู่ฤดูหนาวพอดี ซึ่งอาจเป็นเพราะต้องการได้รับส่วนลดค่าห้องพัก และคูปองส่วนลดค่าอาหารเครื่องดื่มก็ได้


     โดยผู้ประกอบการส่วนหนึ่งได้แสดงความคิดเห็นทิ้งท้ายว่าจะพยายามนำรายได้ที่ได้จากช่วงฤดูไฮซีซั่นนี้เก็บออมไว้ใช้ให้ได้นานที่สุด เนื่องจากไม่แน่ใจในสถานการณ์เศรษฐกิจในปีหน้า หรือหลังจากหมดโครงการสนับสนุนจากภาครัฐไปแล้วจะเป็นอย่างไร ก็ไม่รู้เลย



               

     จาก 3 ข้อที่กล่าวมานี้ อาจพอสรุปภาพของโครงการให้เห็นได้บ้างว่าประสบความสำเร็จได้ดีในระดับหนึ่ง แม้ปัจจุบันจากที่ได้เข้าไปดูข้อมูลในเว็บไซต์เราเที่ยวด้วยกัน ยังมีสิทธิ์ที่พักเหลืออยู่อีกกว่า 2 ล้านสิทธิ์ หรือ 2 ล้านห้องพักด้วยกัน ซึ่งนักท่องเที่ยวหรือผู้ประกอบการที่พักท่านใดสนใจอยากสมัครเข้าร่วมโครงการก็ยังไม่สายเกินไป โดยสามารถศึกษาหาข้อมูลเพิ่มเติมได้ด้วยตนเอง สุดท้ายขอเป็นกำลังใจให้สามารถผ่านพ้นวิกฤติไปด้วยกัน





 
www.smethailandclub.com
ศูนย์รวมข้อมูลธุรกิจเอสเอ็มอี

RECCOMMEND: MARKETING

การตลาดของคนเกาหลี ขายของแบบไหน สะกดให้นักช้อปซื้อของจนเพลินกระเป๋า

เวลาพูดถึงการท่องเที่ยวเกาหลี หลายคนก็จะนึกถึงแสงและความโมเดิร์น นึกถึงย่านช้อปปิ้ง แต่รู้ไหมว่าจริงๆ แล้วคนเกาหลีกลับมีวิธีทำการตลาด ขายสินค้าได้อย่างน่าสนใจเช่นกัน

หายนะทางธุรกิจ บริษัทระดับโลกยังเจ๊ง เมื่อมองตัวเองไม่ออก อาการของ Marketing Myopia

"Marketing Myopia" หรือ การตลาดสายตาสั้น คือ อาการมองตัวเองไม่ออก ซึ่งหลายแบรนด์ธุรกิจเคยตกม้าตายเพราะคำนี้มาแล้ว ยกตัวอย่างเช่น โกดักที่คิดค้นกล้องดิจิทัลไว้ แต่กลับเก็บไว้เฉยๆ เพราะคิดว่าตัวเองอยู่ในธุรกิจผลิตฟิล์ม

ลูกค้า นักออกแบบสินค้าที่ดีที่สุดในโลก เปลี่ยนผู้บริโภคมาเป็นผู้ช่วยทางธุรกิจได้ยังไง

ในขณะที่หลายธุรกิจกำลังหมกหมุ่นว่าจะผลิตสินค้าอะไรดี จริงๆ แล้วพวกเขามีนักออกแบบที่ดีอยู่ใกล้ๆ ตัวตลอดนั่นเอง ซึ่งก็ไม่ใช่ใคร "ลูกค้า" ของพวกเขานั่นเอง