วิธีรับมือลูกค้า “หมดไฟช้อป” โจทย์หินธุรกิจ ปี 64

TEXT : กองบรรณาธิการ





Main Idea


4 กลยุทธ์มัดใจผู้บริโภคขี้เกียจช้อป

 
  • ไม่ต้องมีตัวเลือกเยอะ คัดเฉพาะที่เจ๋งๆ มาให้
 
  • สร้างสินค้าดาวเด่น เพื่อเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจ
 
  • ออกแบบวิธีการซื้อสินค้าที่สะดวก รวดเร็ว และง่ายขึ้น
 
  • นำข้อมูลมาใช้วิเคราะห์ เพื่อหาความต้องการที่แท้จริงของผู้บริโภค
 
           


     จากสถานการณ์เศรษฐกิจโลกตกต่ำ มิหนำซ้ำยังมีวิกฤตจากโรคร้ายเข้ามารุมเร้าในช่วง 1 – 3 ปีที่ผ่านมานี้ เรียกว่าพอกำลังจะเริ่มปรับตัวดีขึ้นก็เจอมรสุมคลื่นลูกใหม่ซัดถาโถมเข้ามาอีก จนทำให้ผู้ประกอบการธุรกิจหลายคนปรับตัวแทบไม่ทัน บ้างก็ล้มทั้งยืนมาแล้ว ซึ่งไม่ใช่เฉพาะแต่ผู้ประกอบการเท่านั้น จากสิ่งที่เกิดขึ้นเหล่านี้ยังส่งผลกระทบไปถึงตัวผู้บริโภคด้วย






     เมื่อต้องเจอกับสภาพปัญหาที่เกิดขึ้นซ้ำๆ ลำพังประคับประคองชีวิตให้ผ่านพ้นไปได้ก็ยากแล้ว  แถมต้องมาตกอยู่ในภาวะแวดล้อมการแข่งขันที่ดุเดือดทางธุรกิจ ผู้ผลิตต่างพยายามแย่งชิงลูกค้าด้วยการสร้างสินค้าออกมาเป็นตัวเลือกมากมาย จึงทำให้เกิดความเบื่อหน่ายและถึงจุดอิ่มตัว จนเกิดเป็นเทรนด์ใหม่ที่เรียกว่า “The Compressionalist” หรือภาวะหมดแรง หมดไฟของผู้บริโภคที่แม้แต่การเลือกจับจ่ายใช้สอย ก็ยังไม่มีกะจิตกะใจที่จะทำ เรียกง่ายๆ ว่า หมดไฟช้อป แต่ไม่ว่าอย่างไรก็ยังต้องการได้สิ่งที่ดีที่สุด ดังนั้นการมีสินค้าที่หลากหลายอาจไม่ใช่คำตอบสำหรับผู้บริโภคยุคนี้ก็ว่าได้ จะทำอย่างไรเมื่อผู้บริโภคเปลี่ยนไป SME ลองมาตั้งรับกัน
 



 
  • ทำน้อย แต่ได้มาก
              

     เมื่อผู้บริโภครู้สึกหมดไฟไม่มีกะจิตกะใจที่จะทำอะไร แม้แต่ความสนุกในการช้อปปิ้ง สิ่งแรกที่ผู้ประกอบการควรทำเพื่อรับมือ คือ เปลี่ยน Mind Set ของตัวเองจากที่เคยคิดว่ามีสินค้าเท่าไหร่ ก็ใส่วางเรียงไว้บนชั้นให้หมด ยิ่งเยอะยิ่งดี ยิ่งมีหลายตัวเลือกผู้บริโภคยิ่งชอบ เปลี่ยนมาเป็นวางจำนวนชิ้นให้น้อยลง แล้วคัดเฉพาะที่คิดว่ามีคุณภาพ ตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคได้ อย่างสินค้าประเภทเดียวกันอาจนำมาวางให้เลือกหลายแบรนด์หลายยี่ห้อก็ได้ แต่ขอให้มีคุณสมบัติเฉพาะที่แตกต่างออกไป ยกตัวอย่างน้ำยาปรับผ้านุ่ม สูตรช่วยให้ผ้าไม่เหม็นอับ สำหรับซักกลางคืน แทนที่จะหยิบมา 10 แบรนด์ อาจเหลือให้เป็นตัวเลือกแค่ 3 – 4 แบรนด์ก็ได้ โดยอาจแตกต่างกันที่ช่วงราคา กลิ่นหอม ฯลฯ การทำเช่นนี้จะทำให้ผู้บริโภคไม่ต้องตัดสินใจเลือกเยอะ ไม่สับสน แถมอาจช่วยลดการสต็อกสินค้าให้กับร้านค้า ให้เหลือเฉพาะแต่สินค้าที่จำเป็นและขายดีก็ได้

 


 
  • เลือกให้เลย
              

     นอกจากการเลือกผลิตหรือคัดเลือกแต่เฉพาะสินค้าเท่าที่จำเป็น ไม่มากเกินไป และไม่น้อยเกินไปแล้ว ผู้ประกอบการยังอาจสามารถสร้างสินค้าดาวเด่นหรือสินค้าแนะนำขึ้นมา เพื่อชูเป็นทางเลือกอันดับต้นๆ ให้กับผู้บริโภคที่อาจต้องการการเลือกซื้อที่รวดเร็ว ขณะเดียวกันก็คุ้มค่า คุ้มราคา โดยทั้งนี้ผู้ประกอบการอาจต้องเสียเวลาในการทดลองหรือทดสอบด้วยตนเอง เมื่อเห็นว่าดีจริงจึงค่อยนำมาแนะนำเพื่อเป็นตัวเลือกที่ดีให้กับผู้บริโภค วิธีการนี้นอกจากจะช่วยให้ผู้บริโภคประหยัดเวลา ไม่ต้องตัดสินใจเลือกเยอะแล้ว ยังอาจเป็นการกระตุ้นยอดขาย ให้ของที่ขายดีอยู่แล้ว ยิ่งขายดียิ่งขึ้นไปอีก  

 


 
  • ง่ายเข้าไว้
              

     ไม่ใช่แค่การคัดเลือกแต่ผลิตภัณฑ์ที่จำเป็นเท่านั้น การออกแบบกระบวนการเลือกซื้อให้ง่ายและสะดวก มีช่องทางชำระเงินที่หลากหลาย รูปแบบการเลือกซื้อที่ง่ายไม่ว่าออฟไลน์ หรือออนไลน์ ไปจนถึงการออกแบบการจัดส่งสินค้า สิ่งเหล่านี้จะเข้ามาช่วยอำนวยความสะดวกสบายมากขึ้นให้กับลูกค้า ช่วยให้ประหยัดเวลา ซึ่งอาจเป็นอีกปัจจัยทางเลือกที่ทำให้ผู้บริโภคหันมาอุดหนุนซื้อสินค้ามากขึ้นก็ได้ โดยผู้ประกอบการอาจนำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยอำนวยความสะดวกเพิ่มขึ้นให้กับลูกค้า

 


 
  • อย่าลืมนำข้อมูลมาใช้


     สุดท้ายจริงอยู่ที่การจะรับมือผู้บริโภคแบบ The Compressionalist คือ ต้องทำทุกอย่างให้ง่ายเข้าไว้ เพื่อประหยัดเวลา ลดภาระในการตัดสินใจเลือกให้กับผู้บริโภค แต่การจะคัดเลือกสิ่งที่คิดว่าผู้บริโภคต้องการจริงๆ ได้ผู้ประกอบการก็ต้องมีแหล่งข้อมูลที่น่าเชื่อถือได้ด้วย ไม่ใช่การคิดขึ้นมาแบบลอยๆ โดยอาจอาศัยวิธีจากการสอบถามความต้องการกับลูกค้าโดยตรง ดูจากสถิติยอดขายที่เกิดขึ้น กระแสหรือเทรนด์ความต้องการต่างๆ ในขณะนั้น จากนั้นนำมาใช้วิเคราะห์และเลือกสินค้าให้ตรงกับที่กลุ่มผู้บริโภคเป้าหมายต้องการ ก็จะทำให้การตัดสินใจดังกล่าวมีความแม่นยำมากขึ้นด้วย
              

     และนี่คือ คำแนะนำในการเตรียมรับมือกับพฤติกรรมผู้บริโภครูปแบบใหม่ที่กำลังจะเกิดขึ้นในเร็ววันนี้ โดยเฉพาะในปี 2564 ที่จะมาถึงในไม่ช้า ซึ่งหากผู้ประกอบการธุรกิจสามารถเตรียมตัวตั้งรับเอาไว้ก่อนล่วงหน้าได้ คงไม่ยากเกินไปที่จะดำเนินกิจการให้ผ่านพ้นไปได้อย่างราบรื่นอีกปีหนึ่ง ขอเป็นกำลังใจให้ทุกคนสู้ๆ อีกครั้ง
 


www.smethailandclub.com
ศูนย์รวมข้อมูลธุรกิจเอสเอ็มอี

RECCOMMEND: MARKETING

การตลาดของคนเกาหลี ขายของแบบไหน สะกดให้นักช้อปซื้อของจนเพลินกระเป๋า

เวลาพูดถึงการท่องเที่ยวเกาหลี หลายคนก็จะนึกถึงแสงและความโมเดิร์น นึกถึงย่านช้อปปิ้ง แต่รู้ไหมว่าจริงๆ แล้วคนเกาหลีกลับมีวิธีทำการตลาด ขายสินค้าได้อย่างน่าสนใจเช่นกัน

หายนะทางธุรกิจ บริษัทระดับโลกยังเจ๊ง เมื่อมองตัวเองไม่ออก อาการของ Marketing Myopia

"Marketing Myopia" หรือ การตลาดสายตาสั้น คือ อาการมองตัวเองไม่ออก ซึ่งหลายแบรนด์ธุรกิจเคยตกม้าตายเพราะคำนี้มาแล้ว ยกตัวอย่างเช่น โกดักที่คิดค้นกล้องดิจิทัลไว้ แต่กลับเก็บไว้เฉยๆ เพราะคิดว่าตัวเองอยู่ในธุรกิจผลิตฟิล์ม

ลูกค้า นักออกแบบสินค้าที่ดีที่สุดในโลก เปลี่ยนผู้บริโภคมาเป็นผู้ช่วยทางธุรกิจได้ยังไง

ในขณะที่หลายธุรกิจกำลังหมกหมุ่นว่าจะผลิตสินค้าอะไรดี จริงๆ แล้วพวกเขามีนักออกแบบที่ดีอยู่ใกล้ๆ ตัวตลอดนั่นเอง ซึ่งก็ไม่ใช่ใคร "ลูกค้า" ของพวกเขานั่นเอง