Online Shopping แรงผลักสำคัญดันธุรกิจไทยโต




เรื่อง ศูนย์วิจัยกสิกรไทย

     แนวโน้มของธุรกิจ Online Shopping ของไทยในระยะข้างหน้านั้นน่าจะเป็นช่องทางการตลาดที่เข้ามามีบทบาทต่อการดำเนินธุรกิจของผู้ประกอบการไทยมากขึ้น โดยสะท้อนได้จาก บรรดาผู้ประกอบการธุรกิจทั้งรายใหญ่ เอสเอ็มอี หรือแม้แต่ธุรกิจ Online Shopping ของต่างชาติ ต่างสนใจเข้ามาทำการตลาดผ่านช่องทางออนไลน์ในไทยกันมากขึ้น เนื่องจากเล็งเห็นถึงศักยภาพในการเติบโตของตลาด 

    ในขณะที่ พฤติกรรมการซื้อสินค้าและบริการผ่านช่องทางออนไลน์ของผู้บริโภค โดยเฉพาะกลุ่มคนรุ่นใหม่ก็มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องเช่นกัน ดังนั้น สัญญาณดังกล่าวชี้ให้เห็นถึงภาพรวมตลาด Online Shopping ไทยที่มีโอกาสเติบโตสูง และมีแนวโน้มแข่งขันรุนแรงขึ้น

    ทั้งนี้ จากความก้าวหน้าของการให้บริการอินเทอร์เน็ตไร้สายผ่านโครงข่าย 3G/4G บนอุปกรณ์เคลื่อนที่อย่างสมาร์ทโฟนและแท็บเล็ตที่ยังคงได้รับความนิยมจากกลุ่มผู้บริโภคอย่างต่อเนื่อง จึงคาดว่าจำนวนผู้ใช้อินเทอร์เน็ตผ่านอุปกรณ์เคลื่อนที่อย่างสมาร์ทโฟนและแท็บเล็ตในปี 2558 น่าจะมีประมาณ 33 - 34.6 ล้านคน เพิ่มขึ้นจาก 18.3 ล้านคนในปี 2556 
 




    ประกอบกับการซื้อขายสินค้าและบริการออนไลน์ผ่านอุปกรณ์ไอทีแบบเดิมอย่างคอมพิวเตอร์ ที่มีข้อจำกัดในเรื่องของความสะดวกสบายในการพกพาและการใช้งาน จึงน่าจะผลักดันให้การซื้อขายสินค้าและบริการออนไลน์บนอุปกรณ์เคลื่อนที่ หรือที่เรียกว่า “M-Shopping” กลายเป็นช่องทางใหม่ที่มาแรง และน่าจะเป็นช่องทางหนึ่งที่ช่วยหนุนการเติบโตในภาพรวมของธุรกิจ Online Shopping ไทยในระยะต่อจากนี้ไป 

    ดังนั้น ผู้ประกอบการที่สนใจจะเข้ามาทำการตลาดผ่านช่องทางออนไลน์ อาจจะต้องมองต่อยอดไปถึงการพัฒนาการใช้งานของเว็บไซต์ในรูปแบบที่เหมาะสมบนอุปกรณ์เคลื่อนที่อย่างสมาร์ทโฟนและแท็บเล็ตด้วย ทั้งนี้ เพื่อให้สามารถรองรับกับพฤติกรรมของผู้บริโภคที่คาดว่าจะหันมาซื้อสินค้าและบริการออนไลน์แบบ M-Shopping มากขึ้น

    อย่างไรก็ดี แม้ว่าธุรกิจ Online Shopping ของไทยจะเติบโตอย่างต่อเนื่องในช่วงหลายปีที่ผ่านมา โดยมีปัจจัยสำคัญมาจากการขับเคลื่อนของภาคเอกชน และพฤติกรรมของผู้บริโภครุ่นใหม่เป็นหลัก
 



    แต่ถึงกระนั้น ต้องยอมรับว่า การดำเนินธุรกิจ Online Shopping ของไทยส่วนใหญ่ยังเป็นการซื้อขายระหว่างผู้ประกอบการเอสเอ็มอีหรือร้านค้ารายย่อย (ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนประมาณร้อยละ 70 ของจำนวนร้านออนไลน์ทั้งหมด ) กับกลุ่มผู้บริโภคบางกลุ่มเท่านั้น ในขณะที่ผู้บริโภคบางกลุ่มยังไม่เชื่อมั่นในความปลอดภัยจากการสั่งซื้อสินค้าและบริการออนไลน์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการยืนยันความมีตัวตนของร้านค้าออนไลน์ ความปลอดภัยของระบบการชำระเงิน และความเชื่อมั่นต่อสินค้าและบริการ

    ดังนั้น หากทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องสามารถสร้างความเชื่อมั่นและขจัดข้อกังวลดังกล่าวไปได้ ก็น่าจะมีส่วนผลักดันให้ผู้บริโภคเกิดความไว้วางใจ และหันมาสนใจใช้บริการซื้อสินค้าและบริการออนไลน์มากขึ้นได้ในระยะข้างหน้า ไม่ว่าจะเป็นภาครัฐที่มีความพยายามผลักดันแผนนโยบายเศรษฐกิจดิจิตอล หรือ Digital Economy ทั้งในเรื่องของกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจ Online Shopping ซึ่งจะช่วยสร้างความมั่นใจและทำให้ผู้บริโภคกล้าตัดสินใจซื้อสินค้าและบริการออนไลน์มากขึ้น 

    รวมถึงการผลักดันในเรื่องของโครงสร้างเทคโนโลยีพื้นฐานหรือโครงข่ายบรอดแบนด์อินเทอร์เน็ตให้ครอบคลุมกลุ่มผู้บริโภค ก็น่าจะเป็นอีกหนึ่งแรงผลักดันที่ทำให้ธุรกิจ Online Shopping เติบโตขึ้นจากการเข้าถึงอินเทอร์เน็ตของผู้บริโภคในวงกว้าง และยังเป็นโอกาสสำคัญสำหรับผู้ประกอบการเอสเอ็มอี โดยเฉพาะผู้ประกอบการในต่างจังหวัดที่จะนำอินเทอร์เน็ตเข้ามาช่วยในการบริหารจัดการธุรกิจให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น เช่น การจัดเก็บข้อมูล การตรวจสอบสต็อกสินค้าต่างๆ ผ่านระบบออนไลน์ การใช้เป็นช่องทางในการทำการตลาดผ่านธุรกิจ Online Shopping เป็นต้น

    นอกจากนี้ ภาคเอกชนเองก็ต้องพัฒนาและเตรียมความพร้อมเพื่อรองรับกับตลาด Online Shopping ที่ขยายใหญ่ขึ้น ตั้งแต่ผู้ประกอบการร้านค้าออนไลน์ ผู้ให้บริการบรอดแบนด์อินเทอร์เน็ต ระบบการจัดส่งสินค้าหรือโลจิสติกส์ และระบบการชำระเงิน 

    และที่สำคัญผู้บริโภคควรจะต้องตรวจสอบข้อมูล และความน่าเชื่อถือของร้านค้าออนไลน์อย่างละเอียดก่อนตัดสินใจซื้อสินค้าและบริการออนไลน์ ทั้งนี้ ความร่วมมือดังกล่าวไม่เพียงจะสนับสนุนการเติบโตของธุรกิจ   Online Shopping ในประเทศไทย แต่ยังหมายรวม ถึงการเชื่อมโยงการค้าจากทั่วทุกมุมโลกผ่านธุรกิจ Online Shopping อีกด้วย




RECCOMMEND: MARKETING

การตลาดของคนเกาหลี ขายของแบบไหน สะกดให้นักช้อปซื้อของจนเพลินกระเป๋า

เวลาพูดถึงการท่องเที่ยวเกาหลี หลายคนก็จะนึกถึงแสงและความโมเดิร์น นึกถึงย่านช้อปปิ้ง แต่รู้ไหมว่าจริงๆ แล้วคนเกาหลีกลับมีวิธีทำการตลาด ขายสินค้าได้อย่างน่าสนใจเช่นกัน

หายนะทางธุรกิจ บริษัทระดับโลกยังเจ๊ง เมื่อมองตัวเองไม่ออก อาการของ Marketing Myopia

"Marketing Myopia" หรือ การตลาดสายตาสั้น คือ อาการมองตัวเองไม่ออก ซึ่งหลายแบรนด์ธุรกิจเคยตกม้าตายเพราะคำนี้มาแล้ว ยกตัวอย่างเช่น โกดักที่คิดค้นกล้องดิจิทัลไว้ แต่กลับเก็บไว้เฉยๆ เพราะคิดว่าตัวเองอยู่ในธุรกิจผลิตฟิล์ม

ลูกค้า นักออกแบบสินค้าที่ดีที่สุดในโลก เปลี่ยนผู้บริโภคมาเป็นผู้ช่วยทางธุรกิจได้ยังไง

ในขณะที่หลายธุรกิจกำลังหมกหมุ่นว่าจะผลิตสินค้าอะไรดี จริงๆ แล้วพวกเขามีนักออกแบบที่ดีอยู่ใกล้ๆ ตัวตลอดนั่นเอง ซึ่งก็ไม่ใช่ใคร "ลูกค้า" ของพวกเขานั่นเอง