วิดีโอมาแน่! รวมเหตุผลดีๆ ทำไมปีนี้ Video Marketing ถึงยังมาแรง

TEXT : กองบรรณาธิการ





     ในโลกยุคดิจิทัลที่มีผู้คนพลุกพล่านอยู่มากมาย การจะดึงดูดความสนใจของลูกค้าสักคนหนึ่งให้หันมามองสินค้าหรือแบรนด์ไม่ใช่เรื่องง่าย หนึ่งในวิธีที่โดดเด่นมีประสิทธิภาพที่เข้าตาผู้บริโภคยุคนี้ ก็คือ การทำตลาดผ่านวิดีโอ ซึ่งแม้จะเป็นเทรนด์มาหลายปีแล้ว ทำไมวิดีโอจึงสามารถหยุดลูกค้าได้ มีเหตุผลจากงานวิจัยต่างๆ ออกมารองรับมากมายดังนี้

 
  • Cisco ผู้นำด้านไอทีและระบบเครือข่ายทั่วโลก คาดการณ์ว่าการตลาดวิดีโอจะมีสัดส่วนประมาณ 82 เปอร์เซ็นต์ของปริมาณการใช้อินเตอร์เน็ตทั้งหมดของผู้บริโภคภายในปี 2565 นี้
 
  • สำหรับธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม ปี 2564 จะเป็นปีแห่งการตลาดวิดีโอ โดยผู้บริโภคประมาณ 78 เปอร์เซ็นต์จะดูวิดีโอทุกสัปดาห์ และ 55 เปอร์เซ็นต์จะดูวิดีโอทุกวัน ดังนั้นหากแบรนด์ใดยังไม่มีเนื้อหาวิดีโอที่ดีออกมา แปลว่าคุณกำลังสูญเสียโอกาสอันยิ่งใหญ่ในธุรกิจของตัวเองไปแล้ว
 
  • การตลาดวิดีโอมีประโยชน์สำหรับการทำธุรกิจยุคนี้มาก โดยมีงานวิจัยกล่าวไว้ว่าเว็บไซต์ที่มีวิดีโอ มีแนวโน้มจะเข้าไปอยู่ในหน้าแรกสุดจากผลการค้นหาใน Google ได้มากถึง 53 เท่า
 
  • นอกจากนี้ Hubspot ผู้พัฒนาแพลตฟอร์มตัวช่วยในการทำธุรกิจ อาทิ การตลาด การขาย การบริการลูกค้า ยังเปิดเผยว่าการรวมวิดีโอไว้ในหน้า Landing Page หรือหน้าแรกที่เปิดเข้าไปเจอจะสามารถเพิ่ม Conversion หรือเป้าหมายที่เพจต้องการให้ลูกค้าทำ เช่น การสั่งซื้อสินค้า การสมัครสมาชิก การลงทะเบียนรับข่าวสาร ได้มากถึง 80 เปอร์เซ็นต์
 
 
  • สุดท้ายมีงานวิจัยบางชิ้นได้ชี้ให้เห็นว่าการตลาดวิดีโอสามารถเพิ่มการเข้าถึงแบรนด์ และทำความรู้จักกับธุรกิจได้เพิ่มขึ้นสูงถึง 157 เปอร์เซ็นต์เลยทีเดียว โดยบนโซเชียลมีเดียมีวิดีโอถูกแชร์ออกไปมากกว่าข้อความและรูปภาพถึง 1,200 เปอร์เซ็นต์ และ 64 เปอร์เซ็นต์ของผู้บริโภคมีการซื้อสั่งซื้อสินค้าจากแบรนด์หลังจากดูวิดีโอจบแล้ว
 
 
     ได้รู้เหตุผลกันไปแล้วว่าเพราะเหตุใดวิดีโอจึงเป็นการตลาดที่มาแรงไม่มีตกในปีนี้ และสำหรับผู้ประกอบการคนไหนที่เป็นมือใหม่อยากทำวิดีโอโปรโมตสินค้าหรือแบรนด์เรามีเคล็ดลับ 6 ข้อมาฝากกันดังนี้



 
 
คิดเหมือนในโฆษณา


     ถ้าไม่มีไอเดีย ไม่รู้จะเริ่มต้นยังไงดีให้ลองนึกภาพเอาเลยก็ได้ว่า หากวิดีโอของคุณฉายอยู่บนหน้าจอโทรทัศน์คุณจะบอกอะไรกับผู้ชมบ้าง โดยศึกษาตัวอย่างจากวิดีโอหรือโฆษณาต่างๆ ที่ทำออกมาแล้วก็ได้ ซึ่งส่วนใหญ่มักเริ่มด้วยปัญหาก่อน และจึงค่อยนำเสนอวิธีแก้ว่าผลิตภัณฑ์ของแบรนด์สามารถเข้าไปตอบโจทย์ได้อย่างไร ทำไมลูกค้าจึงต้องมาซื้อเรา โดยทั่วไปจะใช้เวลาไม่เกิน 15 วินาที




 
สั้น และสั้น


     ท่องไว้ว่าเนื้อหาทุกอย่างต้องทำให้ครอบคลุมและรวดเร็วที่สุด จำไว้ว่าผู้บริโภคทุกวันนี้ไม่ได้มีเวลามาก อีกทั้งทุกวันนี้ก็มีการคอนเทนต์ต่างๆ ออกมามากมายจนล้น ดังนั้นสั้นกระชับ เข้าใจง่าย คือ หัวใจสำคัญของการทำวิดีโอยุคนี้



 

เริ่มจากอุปกรณ์ที่มีอยู่


      ในช่วงเริ่มต้นไม่ต้องอะไรมากมายเลย อุปกรณ์เทคนิคสำคัญก็จริง แต่ไม่เท่ากับเนื้อหาที่คุณสามารถถ่ายทอดออกมาได้อย่างเข้าใจ และตรงวัตถุประสงค์ที่ต้องการสื่อออกไปถึงผู้บริโภค ดังนั้นลองทดลองจากอุปกรณ์สิ่งของที่มีอยู่ก่อน เมื่อเริ่มเป็นจึงค่อยอัปเลเวลขึ้นไปเรื่อยๆ
 

ทดลองหลายๆ รูปแบบ


     การจะทำวิดีโอที่ดีออกมาได้ ต้องเกิดจากการทดลองและเรียนรู้หลายๆ ครั้ง ก่อนจะรวบรวมทำเป็นวิดีโอออกมาจริงๆ เพื่อใช้งาน คุณอาจทดลองรูปแบบการเล่าเรื่อง การถ่ายภาพระยะใกล้-ไกล การใช้สภาพแสงที่แตกต่าง การเลือกมุมกล้อง ฯลฯ เพื่อหารูปแบบที่ชอบและเหมาะกับตัวเอง



 

ทำสตอรี่บอร์ดก่อน


     แม้คุณอาจไม่ใช่ครีเอทีฟนักโฆษณา แต่ก็สามารถลองวางรูปแบบของวิดีโอที่ต้องการทำออกมาก่อนได้คร่าวๆ โดยไม่จำเป็นต้องวาดรูปสวยๆ เพียงแค่ให้สามารถสื่อสารและเข้าใจได้ก็พอ วิธีการทำเช่นนี้จะทำให้คุณประหยัดเวลา และวางแผนการทำงานได้ง่ายขึ้น
 

อย่าพูดถ้าไม่ชอบเสียงตัวเอง


     หลายคนมักติดกับข้อจำกัดในการทำวิดีโอ โดยคิดว่าจะทำวิดีโอได้ ก็ต้องพูดได้ด้วย ความจริงแล้วไม่จำเป็นเลย และไม่ได้สำหรับการสื่อสารเนื้อหาออกไปถึงผู้บริโภคด้วย เพราะคุณสามารถเลือกวิธีการนำเสนอได้หลากหลายรูปแบบตามความถนัด ถ้าไม่ชอบเสียงตัวเอง ไม่อยากออกหน้า ก็ไม่ต้องทำก็ได้ แต่ใช้วิธีการเล่าเรื่องจากภาพ หรือเขียนคำบรรยายแทน ไปจนถึงการกลับมาอัดเสียงใส่เข้าไปทีหลังก็ได้ โดยจะพูดเองหรือหาคนมาพากย์แทนก็ได้ ทุกวันนี้มียูทูบเบอร์ที่เสียงน่าฟังมีเอกลักษณ์มากมาย ลองติดต่อสอบถามดู



 
 




www.smethailandclub.com
ศูนย์รวมข้อมูลธุรกิจเอสเอ็มอี

RECCOMMEND: MARKETING

การตลาดของคนเกาหลี ขายของแบบไหน สะกดให้นักช้อปซื้อของจนเพลินกระเป๋า

เวลาพูดถึงการท่องเที่ยวเกาหลี หลายคนก็จะนึกถึงแสงและความโมเดิร์น นึกถึงย่านช้อปปิ้ง แต่รู้ไหมว่าจริงๆ แล้วคนเกาหลีกลับมีวิธีทำการตลาด ขายสินค้าได้อย่างน่าสนใจเช่นกัน

หายนะทางธุรกิจ บริษัทระดับโลกยังเจ๊ง เมื่อมองตัวเองไม่ออก อาการของ Marketing Myopia

"Marketing Myopia" หรือ การตลาดสายตาสั้น คือ อาการมองตัวเองไม่ออก ซึ่งหลายแบรนด์ธุรกิจเคยตกม้าตายเพราะคำนี้มาแล้ว ยกตัวอย่างเช่น โกดักที่คิดค้นกล้องดิจิทัลไว้ แต่กลับเก็บไว้เฉยๆ เพราะคิดว่าตัวเองอยู่ในธุรกิจผลิตฟิล์ม

ลูกค้า นักออกแบบสินค้าที่ดีที่สุดในโลก เปลี่ยนผู้บริโภคมาเป็นผู้ช่วยทางธุรกิจได้ยังไง

ในขณะที่หลายธุรกิจกำลังหมกหมุ่นว่าจะผลิตสินค้าอะไรดี จริงๆ แล้วพวกเขามีนักออกแบบที่ดีอยู่ใกล้ๆ ตัวตลอดนั่นเอง ซึ่งก็ไม่ใช่ใคร "ลูกค้า" ของพวกเขานั่นเอง